บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 ชำระกายใต้แสงจันทร์

ม่านราตรีคลี่ตัวหนาทึบ ท้องฟ้าเบื้องบนพราวพร่างไปด้วยแสงระยิบระยับของหมู่ดาว แม่ทัพเซียวหลงเหยียนเอ่ยชวนจ้าวหานเฟิงให้มาร่วมชำระล้างกายที่ลำธารท้ายค่ายด้วยกัน แม้ใจหนึ่งของนายกองหนุ่มจะรู้สึกระแวดระวังและเอ่ยปากปฏิเสธที่จะลงไปอาบน้ำร่วมสระกับผู้เป็นนาย ทว่าด้วยมารยาทและการรักษาฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา เขาจึงจำต้องทรุดกายนั่งลงริมตลิ่งเพื่ออยู่รอเป็นเพื่อน

เซียวหลงเหยียนหาได้บีบคั้นหรือบังคับฝืนใจพยัคฆ์หนุ่มไม่ นัยน์ตาคมปลาบของจอมทัพผู้เฒ่าจับจ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาอันหยาดเยิ้มปิดความปรารถนาไว้ไม่มิด ท่ามกลางเสียงสายน้ำไหลรินระเรื่อย สายตาของทั้งสองสอดประสานกันอย่างมีความหมายลึกซึ้ง จอมทัพค่อยๆ ปลดเปลื้องชุดเกราะหนักของตนออกทีละชิ้นอย่างเชื่องช้า...

ทีละชิ้น... ราวกับจงใจละเลียดเวลา เผยให้เห็นแผงอกกำยำและมัดกล้ามเนื้ออันแน่นตึงสมชายชาตรี แม้จะผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานแต่เรือนร่างนั้นยังคงทรงพลังดั่งศิลาแกร่ง ร่างเปลือยเปล่าของจอมทัพค่อยๆ ก้าวลงสู่ลำธารอันเย็นเยียบช้าๆ ก่อนจะแหงนใบหน้ามองแสงจันทร์นวลที่ลอยเด่นอยู่กลางนภาพลางเอ่ยถาม

"เจ้าคิดว่า... ฝีมือของนายกองเสิ่นหลันซินเป็นอย่างไรบ้าง?"

คำถามนั้นดั่งเข็มสะกิดบาดแผลในใจ จ้าวหานเฟิงก้มหน้าลงต่ำ สายตาจับจ้องไปที่ผืนน้ำ ทว่าฝ่ามือแกร่งที่วางอยู่บนเข่ากลับสั่นสะท้านอย่างยากจะควบคุม เขารู้ซึ้งแก่ใจดีว่าในการประลองเมื่อครู่ หากท่านแม่ทัพไม่เอ่ยปากสั่งห้ามและตัดบทลงเสียก่อน เกียรติยศที่เขาภาคภูมิใจคงต้องพังทลายด้วยความพ่ายแพ้เป็นแน่แท้ ชายหนุ่มสูดหายใจลึกก่อนจะเอ่ยตอบอย่างตรงไปตรงมาด้วยใจจริง

"เรียนท่านแม่ทัพ... นายกองเสิ่นหลันซินผู้นั้น ฝีไม้ลายมือและเพลงดาบของเขา... ช่างลึกล้ำไม่ธรรมดาเลย"

จอมทัพผู้ผ่านโลกมาครึ่งค่อนชีวิตย่อมประจักษ์ดีถึงเนื้อแท้ของชายชาตรี เกิดเป็นชายไหนเลยจะปฏิเสธความกระหายในลาภยศและชื่อเสียงได้ ยิ่งพยัคฆ์หนุ่มผู้นี้มีพันธะแห่งใจ แบกรับคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับสตรีผู้เป็นที่รัก ไฟแห่งความทะยานอยากที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดย่อมโหมกระพือรุนแรงมากกว่าชายใดเป็นเท่าตัว

เซียวหลงเหยียนแสร้งทำทีเป็นทอดถอนใจยาว วาดวงแขนแกร่งแหวกม่านน้ำเย็นเยียบ ขยับกายเข้ามาประชิดริมตลิ่งช้าๆ สองสายตาประสานกันนิ่งลึก

"เสิ่นหลันซินผู้นั้น... หากกล่าวกันตามจริง ตัวเขาสมควรจะมีอนาคตที่รุ่งโรจน์ ทว่าเขากลับยึดมั่นในศักดิ์ศรีและศีลธรรมอันซื่อตรงมากจนเกินไป จนทำให้อนาคตในราชการต้องหยุดชะงักลงอยู่เพียงเท่านี้"

จอมทัพผู้ทรงอำนาจค่อยๆ เอ่ยอธิบาย ขยับวงหน้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นอายบุรุษเพศอันดุดันโชยไปกระทบใจคนฟัง น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความสมเพชระคนสั่งสอน

"คิดดูเถิด... แม้เขาจะมีอายุมากกว่าเจ้าถึงห้าปี มีเพลงดาบอันล้ำเลิศที่สามารถสยบเจ้าได้ในไม่กี่กระบวนท่า ทว่าตำแหน่งหน้าที่กลับจมปลักนิ่งสนิทเป็นเพียงแค่นายกองระดับล่างอย่างไร้คนเหลียวแล"

เซียวหลงเหยียนเว้นจังหวะ ปล่อยให้เสียงน้ำไหลและลมราตรีทำหน้าที่บีบรัดหัวใจที่กำลังสับสนของนายกองหนุ่ม ก่อนจะปรายสายตาคมกริบราวกับจะมองทะลุเข้าไปในวิญญาณ

"ทหารหนุ่ม... เจ้าหมายมั่นปรารถนาจะขึ้นเป็นแม่ทัพนำชัยตั้งแต่อายุยังน้อยมิใช่หรือ? ข้าจะบอกอะไรเจ้าให้ หากเจ้ายึดมั่นถือดี เดินตามรอยเท้าอันโง่เขลาของนายกองผู้นั้น ข้าเกรงว่าอนาคตอันรุ่งโรจน์ที่เจ้าวาดฝันไว้เพื่อลูกและเมีย... ก็คงต้องจบสิ้นและดับสูญลงที่ค่ายทหารแห่งนี้ โดยไม่มีวันได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดทางอำนาจ!"

ถ้อยคำหว่านล้อมอันแยบคายที่กรีดแทงลงบนจุดอ่อนที่สุดในใจ ดั่งศรอันอาบยาพิษที่ตรึงจ้าวหานเฟิงให้จมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความกลัว... กลัวว่าตนเองจะล้มเหลวและกลายเป็นเพียงเบี้ยล่างที่ไม่สามารถนำความภาคภูมิใจกลับไปฝากครอบครัว โดยที่พยัคฆ์หนุ่มผู้ใสซื่อหารู้ไม่ว่า คำเตือนอันแสนหวังดีของจอมทัพเฒ่าผู้นี้ แท้จริงแล้วคือเงื่อนไขอันมืดดำที่บีบให้เขาต้องเลือกระหว่าง ศักดิ์ศรีอันกินไม่ได้หรือการทอดกายสยบจำนน เพื่อแลกกับตั๋วทองสู่ตำแหน่งแม่ทัพที่ตนเองกระหายถวิลหา!

"ท่านแม่ทัพ... ข้าควรจะทำเช่นไรดี ข้าเพียงต้องการสร้างเกียรติยศ เพื่อให้ไป๋เหม่ยหลานภูมิใจ..."

จ้าวหานเฟิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าระคนมืดแปดด้าน แววตาของพยัคฆ์หนุ่มที่เคยหยิ่งทะนงบัดนี้กลับสั่นไหวและเว้าวอนดั่งคนหลงทาง กำแพงแห่งความมั่นใจถูกทุบทำลายลงจนเหลือเพียงความสับสนอลหม่าน

เมื่อเห็นเหยื่อล้ำค่าเริ่มเปิดรอยร้าวในใจ แม่ทัพเซียวหลงเหยียนก็กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างร้ายกาจ นัยน์ตาคมปลาบฉายประกายแห่งความสมหวัง ในที่สุด... เพชรเม็ดงามแห่งแผ่นดินที่เขาเฝ้าหมายตา ก็เริ่มก้าวขาลงสู่ตัณหาที่เขาขุดรอไว้เสียที

"หากเจ้าปรารถนาหนทางสู่จุดสูงสุด... สิ่งแรกที่เจ้าต้องเรียนรู้ คือการนอบน้อมต่อผู้กุมชะตาชีวิตเจ้า มาเถิด... ลงมาอาบน้ำเป็นเพื่อนข้าที่นี่" จอมทัพเฒ่าเอ่ยบัญชา สุ้มเสียงทุ้มต่ำแฝงกระแสกดดันอันหนักหน่วง

จ้าวหานเฟิงชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อดั่งถูกสาบ สีหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นความลังเลใจอย่างถึงที่สุด สัญชาตญาณนักรบในกายร่ำร้องเตือนภัยว่าเบื้องหน้าคือเหว ลึกทว่าเมื่อเห็นพยัคฆ์หนุ่มยังคงรีรอ จอมทัพผู้เจนโลกย่อมไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายมีเวลาดึงสติกลับคืน เขาเอ่ยสำทับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากรีดแทงใจเพื่อทำลายปราการความเอียงอายด่านสุดท้ายให้พังทลาย

"เกิดเป็นชายชาตรี... เรื่องหยุมหยิมเพียงเท่านี้มีสิ่งใดให้ต้องขัดเขิน หรือว่านายกองจ้าวผู้เลิศเลอแท้จริงแล้วกลับใจเสาะ สู้แม้แต่พลทหารเลวในค่ายก็มิได้?"

วาจาสบประมาทที่หวดลงบนหลังเสือ ดั่งแส้ที่ย้ำลงบนแผลฉกรรจ์แห่งศักดิ์ศรี จ้าวหานเฟิงขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน แววตาไหวระริก เพื่ออนาคตของภรรยา เพื่อสายเลือดในครรภ์ที่กำลังจะลืมตาดูโลก และเพื่อตำแหน่งแม่ทัพที่ค้ำคอ สุดท้ายเขาก็ยอมปล่อยมือจากศีลธรรมอันดีงาม ชายหนุ่มค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปลดเปลื้องเครื่องทรงและอาภรณ์ที่สวมใส่ออกทีละชิ้น... อย่างเชื่องช้าและจำนนต่อโชคชะตา

พริบตานั้น เรือนร่างกำยำสมชายชาตรีของพยัคฆ์หนุ่มก็ปรากฏเด่นชัดผิวพรรณนวลละเอียดแผ่ไออุ่นจางๆ มัดกล้ามเนื้อตึงแน่นจากการฝึกปรือสะท้อนประกายจันทร์เลื่อมพรายดั่งหยกชั้นเลิศสลักเสลา

เซียวหลงเหยียนจับจ้องภาพความงดงามเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนด้วยไฟตัณหาอันหิวกระหาย เรือนร่างยามตื่นรู้และเปี่ยมไปด้วยพละกำลังของจ้าวหานเฟิงในยามนี้... ช่างดูเย้ายวน ดุดัน และปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของเขาให้พลุ่งพล่าน ยิ่งกว่าเรือนร่างยามที่นอนหลับใหลไร้สติในราตรีที่ผ่านมาเป็นเท่าทวีคูณ!

 

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel