บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 บ่วงตัณหาและศรัทธาที่บอบช้ำ

ภาพตัณหาอันวิตถารที่แผ่หลาอยู่เบื้องหน้าดั่งอสนีบาตที่ฟาดลงกลางใจ จ้าวหานเฟิงมิอาจทนทัศนาภาพอันชวนให้ใจสั่นสะท้านนั้นได้อีกต่อไป เขารีบหันหลังกลับแล้วสาวเท้าหนีจากจุดนั้น พาร่างอันสับสนกลับมาเก็บตัวเงียบอยู่ภายในกระโจมพักของตนเพียงลำพัง

นายกองหนุ่มทิ้งกายลงนั่งพร้อมกับลมหายใจที่สั่นพร่า เขาคาดคิดไม่ถึงเลยว่า สมรภูมิเขาเทียนหลง ที่เขาตั้งมั่นจะมาจารึกนามและสร้างผลงานเกริกไกร จะกลับกลายเป็นลานระเริงกามอันบิดเบี้ยวไร้ซึ่งยางอายถึงเพียงนี้ความขัดแย้งในส่วนลึกของจิตใจเริ่มกัดกินและทุบตีอุดมการณ์ของเขาจนบอบช้ำ

เสียงเพรียกจากหัวใจ ร่ำร้องให้เขาละทิ้งเกียรติยศจอมปลอมเหล่านี้เสีย แล้วหันหลังกลับคืนสู่บ้าน... กลับไปโอบกอดเนื้อนวลของไป๋เหม่ยหลาน สตรีผู้เป็นดวงใจและมอบไออุ่นอันบริสุทธิ์ให้แก่นาง

ทว่าอีกใจหนึ่ง ภาพรอยยิ้มของฮูหยินรักยามที่เอ่ยขอตำแหน่งแม่ทัพเพื่อลูกน้อยในครรภ์กลับผุดขึ้นมาค้ำคอ เขาปรารถนาจะสร้างผลงานเพื่อครอบครัว อยากให้สายเลือดของเขาเกิดมาพร้อมความภาคภูมิใจว่าบิดาคือยอดวีรบุรุษแห่งแผ่นดิน หาใช่คนขลาดที่หนีทัพกลับไปมือเปล่า

ความสับสนอลหม่านตรึงรัดร่างของเขาไว้ให้อยู่กับที่อย่างทรมาน ดำดิ่งลงสู่ห้วงความคิดจนกระทั่งแสงตะวันสุดท้ายลับขอบฟ้า ม่านราตรีอันมืดมิดเข้าคลี่คลุม พร้อมด้วยแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาอย่างเยือกเย็น ราวกับจะตอกย้ำความอ้างว้างในใจขุนศึกหนุ่ม

ในยามที่ความเงียบงันปกคลุมทั่วทั้งค่าย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารเวรนายหนึ่งก็ดังสวบสาบเข้ามาหยุดลงที่หน้ากระโจม ก่อนจะเอ่ยแจ้งสุ้มเสียงนอบน้อมทว่าเฉียบขาด

"นายกองจ้าวหานเฟิง... ท่านแม่ทัพมีบัญชาให้ท่านเข้าพบ ณ กระโจมใหญ่บัดนี้"

คำสั่งนั้นดั่งสายลมหนาวที่พัดผ่านแผ่นหลัง จ้าวหานเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก ควบคุมความหวั่นไหวในอกให้สงบนิ่ง กวาดเก็บเศษเสี้ยวความล้าแล้วหยัดกายยืนขึ้นด้วยท่วงท่าองอาจเฉกเช่นพยัคฆ์หนุ่ม เขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะขานรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ข้าเข้าใจแล้ว... จะไปพบท่านแม่ทัพเดี๋ยวนี้"

ภายในกระโจมใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานจางๆ แม่ทัพเซียวหลงเหยียนทอดสายตามองนายกองหนุ่มที่ก้าวเข้ามาด้วยแววตาพึงใจ ใบหน้าของจอมทัพผู้ผ่านศึกมานับร้อยประดับด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนดุจผู้ใหญ่ใจดี

"เจ้ามาแล้วหรือ... มาเถิด กินอะไรเสียหน่อยก่อน ข้าให้คนครัวจัดเตรียมสำรับไว้ให้เจ้าโดยเฉพาะ"

จ้าวหานเฟิงซึ่งในใจยังคงเต็มไปด้วยความสับสนอลหม่านและภาพตัณหาอันวิตถารที่ยังตามหลอกหลอน ได้แต่ประสานมือทำความเคารพพลางส่ายหน้าปฏิเสธอย่างแผ่วเบา สุ้มเสียงของเขาแหบแห้ง

"ขอบพระคุณท่านแม่ทัพที่เมตตา... ทว่าตัวข้ายังมิรู้สึกหิวเลยแม้แต่น้อยขอรับ"

ทว่าจอมทัพผู้มากเล่ห์หาได้มีโทสะกับท่าทีห่างเหินนั้นไม่ เซียวหลงเหยียนหัวร่อเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงที่เอ่ยถัดมาเต็มไปด้วยความเข้าใจระคนอบอุ่น

"ข้ารู้... ภาพที่เจ้าได้เห็นเมื่อกลางวันย่อมกระทบกระเทือนจิตใจของเจ้ายิ่งนัก แต่ถึงแม้เจ้าจะรู้สึกขัดเคืองใจเพียงใด ก็ควรมีสิ่งใดตกถึงท้องบ้าง"

จอมทัพเว้นจังหวะพลางขยับกายเข้ามาใกล้ แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้บรรยากาศในกระโจมดูเล็กลงไปถนัดตา ก่อนที่เขาจะหว่านล้อมด้วยเหตุผลที่แทงใจดำนักรบหนุ่มที่สุด

"เรามาที่สมรภูมิแห่งนี้ก็เพื่อปกปักษ์รักษาบ้านเมือง หากพรุ่งนี้ศัตรูบุกโจมตีแล้วเจ้ากลับไร้สิ้นเรี่ยวแรงเพราะมิได้กินข้าวปลา เกรงว่ามิใช่เพียงตัวเจ้าที่จะทอดร่างเป็นศพ... แต่เหล่าทหารในสังกัดที่เชื่อใจเจ้า คงต้องพลอยล้มตายไปด้วยเพราะความขลาดเขลาของผู้นำ"

ถ้อยคำชักจูงอันเฉียบคมที่ยกเอาชีวิตของพี่น้องทหารและหน้าที่ต่อแผ่นดินขึ้นมาอ้าง ดั่งโซ่ตรวนที่ตรึงให้จ้าวหานเฟิงมิอาจดิ้นรนปฏิเสธได้อีกต่อไป นายกองหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น แววตาไหวระริกด้วยความจำนน ในเมื่อจอมทัพผู้เกรียงไกรกล่าวถึงเพียงนี้ ชายชาตรีผู้รักในเกียรติยศเช่นเขาย่อมต้องก้มหน้ารับความปรารถนาดีอันเคลือบแคลงนี้ไว้ด้วยความนอบน้อม

ภายในกระโจมอันเงียบสงัด มีเพียงเสียงขยับถ้วยชามแผ่วเบา แม่ทัพเซียวหลงเหยียนทอดสายตาจับจ้องนายกองหนุ่มที่กำลังฝืนกลืนก้อนคำข้าวลงท้อง นัยน์ตาของจอมทัพผู้สูงวัยกว่าหาได้แฝงความเมตตาเฉกเช่นวาจาที่เอ่ยอ้างไม่ ทว่ามันกลับลุกโชนด้วยไฟตัณหาอันหยาบโล้นและเต็มไปด้วยความปรารถนาจะครอบครอง ยิ่งเห็นพยัคฆ์หนุ่มเบื้องหน้าพยายามดิ้นรนรักษาระยะห่างและปิดกั้นตนเองมากเพียงใด สัญชาตญาณนักล่าในกายของเขาก็ยิ่งพลุ่งพล่านอยากจะสยบเหยื่อล้ำค่าชิ้นนี้ให้ราบคาบมากเท่านั้น

แม้ในราตรีที่ผ่านมา เขาจะเคยลักลอบเชยชมตักตวงความหวานจากร่างที่ไร้สติของจ้าวหานเฟิงไปแล้วครั้งหนึ่ง ทว่าความสุขสมทางกายยามลักหลับ... ไหนเลยจะสู้ความหฤหรรษ์ยามที่อีกฝ่ายยอมจำนนและสมยอมด้วยตนเอง

จอมทัพกระตุกยิ้มลึก น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยทำลายความอึดอัดขึ้นมาอีกครา

"ข้าได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเจ้ามาไม่น้อย... ทหารหนุ่มผู้ถูกขนานนามว่าเป็นเพชรเม็ดงามกอปรด้วยสติปัญญาอันเฉียบแหลม และมีความเชื่อมั่นในตัวเองเหนือผู้ใด เจ้าจงกินให้อิ่มท้องเสียเถิด หลังจากนี้ข้ามีสิ่งหนึ่งจะให้เจ้าได้ทดสอบดู... แล้วเราค่อยมาเจรจาเรื่องสำคัญกัน"

หลังจากจ้าวหานเฟิงฝืนจัดการกับอาหารในสำรับจนหมดสิ้น แม่ทัพเซียวหลงเหยียนก็ผุดลุกขึ้นแล้วนำพานายกองหนุ่มก้าวออกสู่ภายนอกกระโจม

บรรยากาศยามราตรีแห่งสมรภูมิเขาเทียนหลงถูกอาบฉาบด้วยแสงสีส้มแดงจากเปลวคบเพลิงที่สั่นไหว ทอดเงาร่างทมิฬของเหล่าทหารหาญที่บัดนี้พากันระเริงสวาทเกลือกกลั้วกันอย่างไม่อายฟ้าดิน บ้างก็ร่ำสุราสรวลเสเฮฮาหวังดับความกลัวด้วยน้ำเปลี่ยนนิสัย บ้างก็ส่งเสียงเอื้อนเอ่ยพร่ำเพ้อถึงความฝันและบ้านเกิดเมืองนอนอันห่างไกล ทัศนียภาพอันวิตถารและเปี่ยมด้วยสัญชาตญาณดิบนี้ยังคงทิ่มแทงหัวใจอันรักในเกียรติยศของจ้าวหานเฟิงจนต้องเบือนหน้าหนี

ทว่า จุดหมายที่จอมทัพพาเขาเดินฝ่ากองทัพกามารมณ์มุ่งหน้าไปนั้น คือกระโจมหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวติดกับลานกว้างอันเงียบสงบ ราวกับแดนศักดิ์สิทธิ์ที่แยกตัวออกมาจากความฟอนเฟะทั้งมวล เซียวหลงเหยียนจงใจพานายกองหนุ่มมาพบกับบุรุษผู้หนึ่ง... บุรุษผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์และไม่ยอมขายศักดิ์ศรีดุจเดียวกับจ้าวหานเฟิง

เมื่อม่านกระโจมถูกเปิดออก เงาร่างของยอดทหารนายหนึ่งก็ปรากฏสู่สายตา

"นายกองเสิ่นหลันซิน... เจ้าช่วยเป็นคู่มือให้จ้าวหานเฟิงเสียหน่อยเถิด ข้าปรารถนาจะยลฝีไม้ลายมือของพยัคฆ์หนุ่มผู้นี้สักเล็กน้อย" สุ้มเสียงทรงอำนาจของจอมทัพสั่งการ บุรุษนามเสิ่นหลันซิน ขยับกายลุกขึ้นยืนตรงพลางประสานมืออย่างนอบน้อมดุดัน "ขอรับท่านแม่ทัพ"

เสิ่นหลันซินในวัยสามสิบสามปี เป็นชายชาตรีผู้กอปรด้วยความสง่างาม ผิวพรรณกร้านแดดและแววตาที่ผ่านโลกมามากขับเน้นให้เขาดูองอาจผ่าเผยสมกับเป็นทหารเสือผู้ผ่านศึกหนัก ทว่าในส่วนลึกของนัยน์ตาคู่นั้นกลับซ่อนเร้นความหม่นหมองบางอย่างเอาไว้ ประหนึ่งกระดาษขาวที่ถูกละเลงด้วยน้ำหมึกสีดำ... มันคือสายตาของคนที่รู้ดีว่า จุดจบของบุรุษผู้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีใต้เงื้อมมือของราชสีห์ตนนี้ มีราคาค่างวดที่ต้องจ่ายแพงเพียงใด!

สิ้นคำบัญชาของจอมทัพ บรรยากาศรอบลานกว้างก็พลันเหน็บหนาวลงฉับพลัน ทั้งจ้าวหานเฟิงและเสิ่นหลันซินต่างก้าวเท้าเข้าสู่ลานประลองช้าๆ แสงจากเปลวคบเพลิงสะท้อนปลาบปลาบบนคมศาสตราวุธฝึกซ้อมที่ไร้คม ทว่ากลับแผ่รังสีสังหารข่มขวัญกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

เคร้ง!

เสียงโลหะปะทะกันสนั่นลั่นลานกว้างเป็นสัญญาณเปิดฉาก จ้าวหานเฟิงขยับกายทะยานเข้าใส่ก่อนด้วยท่วงท่าอันปราดเปรียวเฉกเช่นพยัคฆ์หนุ่ม เพลงดาบของเขาเฉียบคม ดุดัน และเที่ยงตรงดั่งตำราพิชัยยุทธ์สลักไว้ ชายหนุ่มตวัดคมดาบฟาดฟันเข้าใส่จุดตายของคู่ต่อสู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังใช้ความสดใหม่ของร่างกายและสติปัญญาอันล้ำเลิศกดดันให้อีกฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ

ทว่า เสิ่นหลันซินในวัยสามสิบสามปีกลับนิ่งสงบดั่งขุนเขา บุรุษผู้ผ่านสมรภูมิเลือดมานับครั้งไม่ถ้วนเพียงเบี่ยงกายหลบเลี่ยงอย่างแผ่วเบา ท่วงท่าของเขาหาได้งดงามไร้ที่ติเหมือนจ้าวหานเฟิงไม่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเรียบง่ายและเด็ดขาด

เมื่อเห็นช่องว่าง เสิ่นหลันซินก็พลิกแพลงคมดาบอย่างรวดเร็วราวกับอสรพิษฉกกัด เขาไม่ได้ต้านรับตรงๆ แต่ใช้แรงปะทะของจ้าวหานเฟิงสะท้อนกลับไป คมดาบฝึกขยับวาดเป็นวงโค้งแปลกประหลาด รุกไล่โจมตีจากทิศทางที่คาดไม่ถึงจนจ้าวหานเฟิงถึงกับใจหายวาบ!

‘กระบวนท่าอันใดกัน... เหตุใดจึงพลิกแพลงไร้รูปแบบเช่นนี้!’

หัวใจของเพชรเม็ดงามแห่งแผ่นดินสั่นสะท้านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เหงื่อกาฬเริ่มไหลซึมตามไรผม ยามที่ต้องฝืนรับแรงกระแทกจากคมดาบอันหนักหน่วงของรุ่นพี่ ขากรรไกรของเขาขบเข้าหากันแน่น ทุกครั้งที่ดาบปะทะกัน จ้าวหานเฟิงรู้สึกราวกับกำลังต่อสู้กับห้วงน้ำหลากที่ยากจะคาดเดาทิศทาง ประสาทสัมผัสที่ผ่านการฝึกในตำรามาอย่างดี กลับเริ่มรวนเรเมื่อต้องเผชิญกับกลยุทธ์ฆ่าคน ที่กลั่นกรองมาจากสมรภูมิจริงของเสิ่นหลันซิน

เวลาผ่านไปเพียงชั่วธูปดับ เห็นได้ชัดว่าเสิ่นหลันซินเริ่มครองความเหนือกว่าอยู่ก้าวหนึ่ง ร่างองอาจของรุ่นพี่ขยับรุกคืบ กดดันจนจ้าวหานเฟิงต้องก้าวถอยร่นเพื่อต้านรับอย่างยากลำบาก

เคร้ง! เกร้ง!

คมดาบสุดท้ายปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดประกายไฟ จ้าวหานเฟิงสลัดดาบออกพยายามจะตั้งหลักใหม่ ทว่าก่อนที่พยัคฆ์หนุ่มจะทันขยับกาย สุ้มเสียงอันทรงอำนาจก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน

"พอได้แล้ว... พวกเจ้าทั้งสองทำได้ดีมาก"

แม่ทัพเซียวหลงเหยียนที่นั่งเฝ้ามองอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่เอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด สายตาคมปลาบของจอมทัพจับจ้องไปยังเรือนร่างของจ้าวหานเฟิงที่กำลังหอบหายใจจนอกเพื่อม ผิวเนื้อใต้สาบเสื้อชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อสะท้อนแสงคบเพลิงเป็นเงามันวาว แววตาของราชสีห์ผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความกระหาย... ช่างเป็นภาพการต่อสู้ที่ดิ้นรนและงดงาม เสียจนเขาอยากจะลิ้มรสพยัคฆ์หนุ่มตัวนี้ให้เร็วขึ้นไปอีก!

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel