เรือนหลังฉ่ำราคะ

176.0K · จบแล้ว
ท่านจอมยุทธ์
86
บท
3.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

จ้าวหานเฟิง นายกองหนุ่มผู้มีชีวิตน่าอิจฉาในสายตาคนทั้งแคว้น ทั้งรูปโฉมที่สะกดทุกสายตาและสถานะสามีของหญิงงามอันดับหนึ่ง ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์พร้อม เขากลับต้องแบกรับความกดดันมหาศาลที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย "จ้าวหานเฟิง... อย่าได้เกรงกลัว สนามรบคือบททดสอบของชายชาตรี ข้าจะปกป้องเจ้าเอง" เสียงทุ้มต่ำของ เซียวหลงเหยียน แม่ทัพใหญ่ผู้เป็นตำนานดังขึ้น แต่สัมผัสนั้นกลับต่างจากคำพูด ฝ่ามือหนาที่ค่อยๆ ลูบไล้ไปตามแผงอกกำยำของนายกองหนุ่มมิใช่เพียงการปลอบประโลม แต่มันแฝงไปด้วยความปรารถนาอันเร้นลับที่ซ่อนอยู่ใต้เกราะเหล็ก ท่านแม่ทัพมีด้านมืดที่ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามความหลงใหลในความงามของบุรุษเพศและตอนนี้ หานเฟิงคือเป้าหมายนั้น "หากเจ้าได้เป็นแม่ทัพในวัยยี่สิบแปด... เจ้าไม่คิดว่ามันพิเศษงั้นหรือ?" คำเย้าหยอกนุ่มนวลมาพร้อมกับกระแสความร้อนจากฝ่ามือที่รุกราน หานเฟิงพยายามรักษาความเยือกเย็น แต่ร่างกายกลับทรยศต่ออุดมการณ์ ความรู้สึกอ่อนละทวยที่ไม่เคยสัมผัสคืบคลานเข้าครอบงำ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของสงคราม นายกองหนุ่มกลับรู้สึกเหมือนกำลังติดกับดักที่หอมหวานและอันตราย ระหว่างเกียรติยศบนสมรภูมิ กับความสยบยอมภายใต้เงาอำนาจของบุรุษผู้เป็นตำนาน จ้าวหานเฟิงจะเลือกเดินไปทางใด?

นิยายจีนโบราณแม่ทัพนอกใจฮองเฮานางกำนัลแก้แค้นจีนโบราณนิยายย้อนยุคคู่นอนคืนเดียวนางสนม

ตอนที่ 1 สังวาสรัญจวน

จ้าวหานเฟิง บุรุษผู้ถูกขนานนามว่าเป็นเพชรเม็ดงามแห่งแผ่นดิน เขาคือชายหนุ่มผู้กอปรด้วยรูปโฉมที่หล่อเหลาเหนือสามัญ สง่างามเสียจนบุรุษด้วยกันยังต้องยอมสยบ ท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเฉกเช่นพยัคฆ์หนุ่มทำให้เขากลายเป็นจุดรวมสายตาในทุกคราที่ปรากฏตัว

แม้จะถือกำเนิดในตระกูลขุนนางผู้สูงศักดิ์ แต่จ้าวหานเฟิงกลับโดดเด่นด้วยสติปัญญาที่เฉียบคมและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล กลศึกที่เขาหยิบยกมาใช้นั้นล้ำลึกดั่งการร่ายรำหมากรุกบนกระดานสงคราม แม้แต่แม่ทัพผู้ผ่านศึกมานับร้อยยังต้องค้อมคารวะ ทุกผู้คนต่างเฝ้ารอวันที่จะได้เห็นเขาจารึกเกียรติยศลงในพงศาวดาร ขณะที่สตรีทั่วทั้งแคว้นต่างถวิลหา หวังเพียงจะได้ครองคู่กับบุรุษผู้สมบูรณ์แบบที่ยังคงครองตนอย่างสงบนิ่งและถ่อมตนผู้นี้

ทว่า ข่าวใหญ่ที่สะเทือนไปทั่วทั้งแคว้นคือการตัดสินใจครองคู่ของเขา และสตรีที่ได้รับเลือกก็คือ ไป๋เหม่ยหลาน หญิงสาวผู้เป็นดั่งไข่มุกล้ำค่า ผิวพรรณของนางผุดผ่องดุจหิมะบริสุทธิ์ ดวงตาเปล่งประกายราวกับดวงดาวบนสรวงสวรรค์ เมื่อทั้งสองยืนเคียงข้างกันในพิธีวิวาห์ ผู้คนต่างแซ่ซ้องว่านี่คือโชคชะตาที่ฟ้าลิขิตมาอย่างแท้จริง

ในคืนที่หมู่ดาวพรายแสง ลมอ่อนพัดผ่านผ้าม่านบางเบาในห้องหอที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมและไออุ่นแห่งแรงปรารถนา จ้าวหานเฟิง ยืนทอดถอนใจอยู่ริมหน้าต่าง สายตาของเขาจับจ้องไปยังฮูหยินรักที่นั่งอยู่กลางห้อง แสงไฟจากตะเกียงขับเน้นให้เรือนร่างของ ไป๋เหม่ยหลาน ดูงดงามราวกับเทพธิดา

นางอยู่ในชุดนอนผ้าไหมบางเบาที่เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าอันเย้ายวน ผิวพรรณนวลละเอียดสะท้อนแสงไฟเป็นเงามันวาว เส้นผมดำขลับทิ้งตัวสลวยบนไหล่เนียนเปลือยเปล่า จ้าวหานเฟิงก้าวเข้าไปหานางอย่างแผ่วเบา หัวใจของบุรุษผู้แข็งแกร่งกลับสั่นรัวไม่ต่างจากเด็กหนุ่มผู้ริรัก

"เจ้า... งดงามเหลือเกิน" เสียงทุ้มต่ำพร่าเล็กน้อยด้วยอารมณ์ที่เปี่ยมล้น

เขาโน้มตัวลงประคองใบหน้าหมดจดของนาง นิ้วมืออุ่นสัมผัสปรางนุ่มอย่างทะนุถนอม ก่อนจะประทับริมฝีปากลงไป รสสัมผัสเริ่มต้นด้วยความอ่อนหวานเยือกเย็น ทว่าเพียงครู่เดียวกลับทวีความร้อนแรงดั่งไฟลามทุ่ง ลิ้นที่ช่ำชองสอดประสานรุกเร้า จนไป๋เหม่ยหลานต้องหยัดกายรับพลางโอบกอดลำคอของเขาไว้แน่น

ความปรารถนาที่สะสมมาเนิ่นนานปะทุขึ้น จ้าวหานเฟิงมิอาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป มือหนาเลื่อนลงมานวดคลึงทรวงอกอวบหยัดที่ชูชันท้าทายสัมผัส เสียงครางกระเส่าของนางยิ่งกระพือไฟในกายเขาให้โหมกระหน่ำ

"อื้อ... หานเฟิง ข้า... ข้าไม่ไหวแล้ว"

เสียงหวานละเมอเรียกชื่อเขาอย่างขาดห้วง เมื่อเขาเริ่มพรมจูบไปตามนวลเนื้อขาวผ่อง ร่างบางสั่นสะท้านด้วยความรัญจวนที่ไม่เคยพบพาน น้ำหวานแห่งความต้องการเริ่มรินไหล จ้าวหานเฟิงจ้องมองภาพความงามเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชน เขาแยกเรียวขาขาวนวลของนางออกกว้าง เผยให้เห็นความลับสวรรค์ ที่ซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางป่าไหมสีดำอันอ่อนนุ่ม

ชายหนุ่มไม่รอช้า ก้มลงลิ้มรสความหวานล้ำอย่างหื่นกระหาย ลิ้นร้อนที่พลิ้วไหวสร้างความสยิวซ่านจนไป๋เหม่ยหลานเบิกตากว้าง กายบางสั่นกระตุกด้วยแรงอารมณ์ นางเผลอกดศีรษะของเขาให้จมลึกเข้าหาความงดงามของตนเอง ราวกับต้องการซึมซับความร้อนแรงที่เขามอบให้จนถึงที่สุด

"อื้อ... จ้าวหานเฟิง ข้ารักเจ้า... กายของข้าเป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว"

เสียงร้องที่แผ่วพร่าและดวงตาที่เลื่อนลอยด้วยความสุขสม บ่งบอกว่าในค่ำคืนนี้ เพชรเม็ดงามและไข่มุกล้ำค่าได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ท่ามกลางแสงดาวที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง

บรรยากาศภายในห้องหอยามนี้อบอวลไปด้วยม่านหมอกแห่งความปรารถนาอันรุนแรง ความรักของ จ้าวหานเฟิง และ   ไป๋เหม่ยหลาน ยังคงสดใหม่ดั่งหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า ทุกสัมผัสที่ส่งถึงกันเต็มไปด้วยความลุ่มหลงราวกับจะแผดเผาจิตวิญญาณของกันและกันให้หลอมรวมเป็นหนึ่ง

ท่ามกลางความเงียบสงัดของจวนนายกอง เสียงลมหายใจกระเส่าดังประสานกับจังหวะการเคลื่อนไหวที่ดุดัน เรือนร่างงามล้ำของไป๋เหม่ยหลานบิดเร้ากระสับกระส่ายอยู่ใต้ร่างแกร่ง ขณะที่จ้าวหานเฟิงโหมแรงกายเข้าหาด้วยความเสน่หาที่ท่วมท้น หวังจะมอบความสุขสมให้นางอย่างที่สุด

"อ๊า... อื้อ..." เสียงครางแผ่วพร่าของหญิงคนรักเปรียบเสมือนสุราเลิศรสที่มอมเมาสติสัมปชัญญะของเขา ทรวงอกอวบหยัดสั่นไหวไปตามแรงอารมณ์ ยอดปทุมถันสีหวานชูชันระริกหยอกล้อกับสายตา แก่นกายแกร่งกร้าวรุกรานเข้าสู่ความคับแน่นอย่างไร้ปรานี มอบความเสียวซ่านรุนแรงจนนางรู้สึกราวกับวิญญาณจะหลุดลอย

"ฉวบ... ฉวบ..." ยิ่งเขาเพิ่มความดิบเถื่อนรุกเร้าเพียงใด หยาดน้ำหวานแห่งความกำหนัดก็ยิ่งรินไหลออกมาอาบชโลมอาวุธร้ายของเขาจนเปียกชุ่ม

"หานเฟิง... ข้าเสียวซ่านเหลือเกิน... ข้ามิอาจทนทานได้อีกแล้ว" นางครวญครางออกมาอย่างหมดท่า สตรีผู้สูงศักดิ์บัดนี้ยอมทิ้งสิ้นซึ่งความเอียงอาย ปล่อยกายปล่อยใจให้ยอดขุนพลสวรรค์เชยชมตามแต่ใจปรารถนา

จ้าวหานเฟิงโน้มลงบดขยี้ริมฝีปากนุ่มอย่างเร่าร้อน ลิ้นร้อนกวาดต้อนชิมความหวานทั่วโพรงปาก ซึ่งนางก็ตอบสนองด้วยความเต็มใจยิ่ง "เจ้าร้อนแรงถึงเพียงนี้ จะไม่ให้ข้าลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้นได้อย่างไร" เขาถอนริมฝีปากออกมาช้าๆ พลางกระซิบคำหวานที่ทำให้ใจนางละลาย

"ยอดขุนพลของข้า... เพียงเท่านี้ข้าก็แทบจะคลุ้มคลั่งตายอยู่แล้ว ได้โปรด... เมตตาข้าบ้าง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ใบหน้าแดงซ่านด้วยพิษรัก ผิวพรรณขาวละเอียดลุกชันด้วยความเสียวสยิวที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย

"ฮูหยินรักของข้า เจ้าปรารถนาให้ข้าปรนเปรอสิ่งใด จงบอกมาเถิด" จ้าวหานเฟิงไม่รอช้า เร่งจังหวะกระแทกกระทั้นเข้าสู่ร่องสวาทที่ชุ่มฉ่ำอย่างบ้าคลั่ง ทุกท่วงท่าเต็มไปด้วยความกระหายรักที่กักเก็บมานาน

"อิ๊... อ๊า... ได้โปรด... มอบความเร่าร้อนของท่านให้ข้า... เติมเต็มข้าที!" นางเรียกร้องหาหยาดธารแห่งความปรารถนาเพื่อดับไฟรักที่สุมทรวง จ้าวหานเฟิงตอบสนองด้วยการบดเบียดแก่นกายอัดแน่นเข้าสู่จุดลึกสุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดความอดทนของทั้งคู่ก็มาถึงขีดสุด

ชายหนุ่มบีบเค้นทรวงอกนวลอย่างแรงพลางโหมจังหวะสุดท้ายอย่างหนักหน่วง เขาเพลิดเพลินกับทุกสัดส่วนของนางราวกับจะจดจำทุกสัมผัสไว้ในลมหายใจ "ไป๋เหม่ยหลาน... ข้ารักเจ้า!"

"ท่านพี่... ปล่อยมันเข้ามา... ให้ข้าได้รับรู้ถึงตัวตนของท่าน!"

พรวด...! เสียงหยาดธารอุ่นร้อนถูกอัดฉีดเข้าสู่เรือนร่างบางอย่างรุนแรง ไป๋เหม่ยหลานสั่นสะท้านไปทั้งกาย ดวงตาพร่าพรายด้วยความสุขสมเกินบรรยาย น้ำรักที่เปี่ยมล้นค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากรอยแยกแห่งบุปผาอย่างช้าๆ นางซบหน้าลงกับอกแกร่ง พยายามกลั้นเสียงสะอื้นแห่งความปรีดาไว้ แต่มิอาจซ่อนร่องรอยแห่งความรัญจวนได้เลย

"ไป๋เหม่ยหลาน... ช่วยทำความสะอาดให้ข้าที" จ้าวหานเฟิงถอนกายออกมาอย่างอาลัยอาวรณ์ เผยให้เห็นแก่นกายที่ยังคงตั้งตระหง่านและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบกามารมณ์

หญิงสาวผู้ขัดเขินในคราแรก บัดนี้กลับขยับกายเข้าหาอย่างเต็มใจ นางใช้เรียวลิ้นอ่อนนุ่มเลียไล้ทำความสะอาดความแข็งขึงนั้นอย่างไม่รังเกียจ ลีลาที่ไร้เดียงสาทว่าเร่าร้อนทำให้จ้าวหานเฟิงถึงกับต้องเบิกตากว้างเกร็งกายด้วยความเสียวซ่านระลอกใหม่ นางทั้งดูดดึงและรูดไล้จนเขาส่งเสียงครางทุม่ต่ำออกมาอย่างพึงใจ

หลังจากพายุอารมณ์สงบลง ทั้งสองกอดก่ายกันภายใต้แสงดาวที่ลอดผ่านหน้าต่าง ความเงียบงันกลับดูอบอุ่นกว่าครั้งไหนๆ จ้าวหานเฟิงกุมมือบางของฮูหยินวางลงบนอกซ้ายของเขา เพื่อให้นางสัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเพื่อนางเพียงผู้เดียว

"ข้ารักท่าน... และข้าจะเป็นของท่านตลอดไป" เสียงของนางนุ่มนวลทว่าหนักแน่น

จ้าวหานเฟิงคลี่ยิ้มอย่างเปี่ยมสุข ในใจของเขาบัดนี้ไม่มีที่ว่างให้สตรีนางใดอีกแล้ว นอกจากไป๋เหม่ยหลานผู้หญิงที่เป็นทั้งยอดรัก เพื่อนคู่คิด และเจ้าของดวงใจของเพชรเม็ดงามแห่งแคว้นผู้นี้ตลอดกาล