บทที่ 2: มนตราลวงตา...กับความลับใต้ถุนเรือน - 2
"หม่อมหลวงอคินอยู่ไหม" เสียงตะโกนนั้นเต็มไปด้วยอำนาจที่อคินจำได้ดี
นั่นคือ 'กำนันหมาย' ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่และเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่อีกคนหนึ่งที่จ้องจะฮุบที่ดินริมน้ำของเรือนร้อยรักมาทำรีสอร์ตสมัยใหม่ อคินหน้าซีดลงทันที เขาหันไปมองกะเพรา
"นลินา... ซ่อนกล้องซะ กำนันหมายมา เขาต้องมาทวงหนี้แน่ ๆ"
กะเพราไม่ได้ซ่อนตามที่สั่ง แต่เธอกลับยัดมือถือใส่มืออคิน
"คุณชายคะ... นี่คือบททดสอบแรก อย่าหนีค่ะ ถ้าคุณหนีวันนี้ คุณจะหนีไปทั้งชีวิต เดินลงไปหาเขาด้วยมาดที่คุณชายเพิ่งทำเมื่อกี้ แล้วบอกเขาว่าเรากำลังจะเปิดโฮมสเตย์ และเรามีรายได้เข้ามาแล้ว"
อคินรวบรวมความกล้าก้าวลงจากเรือนไทยด้วยท่าทางที่ดูสงบนิ่งอย่างที่สุด เขาเดินลงไปหยุดตรงหน้ากำนันหมายที่กำลังทำหน้าบูดบึ้ง
"มีธุระอะไรกับผมหรือครับกำนัน"
"ธุระอะไรเหรอ ก็ธุระเรื่องที่ดินผืนนี้ไงอคิน นายติดหนี้ฉันมานานเกินไปแล้ว วันนี้ฉันมาเพื่อจะบอกว่าฉันจะส่งคนมายึดที่ดินส่วนหลังบ้านนายไปทำโกดังเก็บของ" กำนันหมายพูดพลางขยับแว่นดำ
"เกรงว่าจะไม่ได้ครับกำนัน" อคินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดอย่างที่เขาเองก็ยังแปลกใจ
"เพราะที่ดินผืนนี้กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของโฮมสเตย์ระดับพรีเมียม และผมมีพันธมิตรทางธุรกิจที่มีผู้ติดตามหลายแสนคนคอยสนับสนุนอยู่"
เขาบุ้ยปากไปทางกะเพราที่แกล้งทำเป็นยืนถ่ายรูปนกแต้วแร้วอยู่ไกล ๆ
กำนันหมายหัวเราะลั่น "พันธมิตรเหรอ ยัยเด็กกะโปโลเนี่ยนะ อย่ามาตลกหน่อยเลยอคิน นายไม่มีวันรอดหรอก"
กะเพราเดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบด้วยพิษ
"อ๋อ... สวัสดีค่ะกำนัน ไม่ทราบว่ากำนันรู้จักคำว่า 'Viral Marketing' ไหมคะ ตอนนี้ภาพกำนันยืนข่มขู่คุณชายในบ้านส่วนตัวเนี่ย กำลังจะถูกส่งให้สำนักข่าวสายอาชญากรรมและสายการเมืองดูนะคะ ถ้ากำนันอยากเป็นข่าวเช้านี้... ก็พูดต่อได้เลยค่ะ หนูแสตนด์บายปุ่มอัปโหลดอยู่"
กำนันหมายชะงักไปทันที เขามองดูเลนส์กล้องที่กะเพราถืออยู่ด้วยความระแวง
"พวกแก... ฝากไว้ก่อนเถอะ ถ้าสิ้นเดือนนี้ไม่มีเงินมาจ่ายงวดแรก ฉันจะเอาตำรวจมาลากคอพวกแกออกไป" เขาเดินสะบัดก้นกลับไปที่รถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อรถลับสายตาไป อคินก็แทบจะเข่าอ่อนจนต้องยึดเสาเรือนไว้
"นลินา... เธอเกือบทำเราตายกันหมดแล้ว"
กะเพราหัวเราะเบา ๆ พลางตบไหล่เขา
"เห็นไหมคะคุณชาย โลกนี้คนแพ้คือคนที่ไม่กล้าสู้ วันนี้คุณชายสอบผ่านค่ะ... แต่เตรียมตัวไว้นะคะ งวดแรกที่ต้องจ่ายกำนันหมายคือวันจันทร์หน้า และเรามีเวลาหาเงินอีกแค่เจ็ดวันเท่านั้น"
พายุอารมณ์จากกำนันหมายสงบลงทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด อคินยืนนิ่งมองรอยล้อรถที่บดขยี้สนามหญ้าหน้าบ้านจนเป็นร่องลึก ความจริงที่ว่าเขามีเวลาเพียงเจ็ดวันในการหาเงินงวดแรกมาจ่ายหนี้นั้นหนักอึ้งเหมือนหินก้อนใหญ่ที่กดทับลงบนบ่า
กะเพราไม่ได้ปล่อยให้เขาจมอยู่กับความกังวลนานนัก เธอปรบมือเสียงดังลั่นเพื่อเรียกสติ
"เอาล่ะค่ะคุณชาย เลิกทำหน้าเหมือนโดนของเข้าตัวได้แล้ว เราไม่มีเวลามานั่งไว้อาลัยให้ศักดิ์ศรีที่โดนเหยียบหรอกนะคะ เป้าหมายแรกของเราคือ 'เรือนเล็กข้างสระบัว' ค่ะ เราต้องรีโนเวทมันให้เสร็จภายใน 48 ชั่วโมง"
อคินมองตามนิ้วของกะเพราไปที่เรือนไม้หลังย่อมที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางกอหญ้าคาและต้นอัญชันป่า มันคือเรือนที่เคยใช้เป็นที่พักของบ่าวรับใช้ในสมัยก่อน บัดนี้หลังคามุงกระเบื้องว่าวเริ่มมีตะไคร่น้ำเกาะหนา และฝาปะกนไม้สักก็เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่
"เธอจะให้ฉันเข้าไปในนั้นเหรอ นลินา... ในนั้นมันอาจจะมีรังงู หรือไม่ก็ดวงวิญญาณของคนงานที่ตายไปแล้วก็ได้นะ"
"ถ้ากลัวผีในนั้น ก็กลัวไม่มีข้าวกินก่อนเถอะค่ะ" กะเพราไม่พูดเปล่า เธอส่งถังน้ำกับแปรงขัดพื้นให้อคิน
"คุณชายมีหน้าที่ขัดพื้นไม้ ส่วนหนูจะจัดการเรื่องม่านและเครื่องนอนเอง วันนี้เราต้องลงแรงกันหน่อยนะคะ ไม่มีงบจ้างบริษัททำความสะอาดหรอกค่ะ"
ภาพที่หาดูได้ยากที่สุดในรอบศตวรรษของตระกูลจึงเกิดขึ้น หม่อมหลวงอคินต้องถอดเสื้อผ้าป่านราคาแพงออก เหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาวที่เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแขนที่แม้จะไม่ได้กำยำนักแต่ก็พอดูมีพละกำลัง
เขาคุกเข่าลงกับพื้นไม้สวมถุงมือยางสีเหลืองอ๋อยที่กะเพราไปขุดมาจากในครัว แล้วเริ่มลงมือขัดคราบฝุ่นที่ฝังแน่นมานานนับปี ทุกครั้งที่แปรงสะบัดโดนคราบสกปรก อคินจะทำหน้าแหยเกราวกับกำลังสัมผัสกับสารพิษ
