บทที่ 2: มนตราลวงตา...กับความลับใต้ถุนเรือน - 1
แสงอาทิตย์ยามสายแผดเผาลงมายังยอดจั่วทรงไทยของเรือนร้อยรักจนไม้สักส่งกลิ่นหอมกรุ่นของน้ำมันไม้ที่ถูกบ่มเพาะมานานนับศตวรรษ แต่น่าเสียดายที่กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์นั้นกลับถูกกลบด้วยกลิ่นควันจาก "ธูปหอม" นับร้อยดอกที่กะเพรานำมาปักไว้ทั่วบริเวณลานดินหน้าบ้าน
ควันที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าดูเหมือนสัญญาณขอความช่วยเหลือมากกว่าพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ แต่อคินมองว่ามันคือสัญญาณแห่งความวินาศสันตะโรของวงศ์ตระกูล
"นลินา... ฉันขอร้องล่ะ เธอช่วยเบาเบาเรื่องพวกนี้ลงหน่อยได้ไหม" อคินยืนอยู่บนชานเรือน มือหนึ่งถือพัดจีบลายโบราณที่เขาใช้ปิดจมูกเพื่อกันควันไฟ อีกมือหนึ่งกอดอกด้วยท่าทางระเหิดระหง
"ธูปพวกนี้มันจะทำให้ฝ้าเพดานของฉันเหลืองหมด และถ้าไฟไหม้ขึ้นมา ประกันที่ฉันค้างจ่ายเบี้ยมาสามปีคงไม่คุ้มครองเราหรอกนะ"
กะเพราที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำสกรีนลาย 'สายมูสู้ตาย' และกางเกงเลสีสดใส กำลังง่วนอยู่กับการตั้งขาตั้งกล้องสามขาพลางเช็กภาพในจอมอนิเตอร์
"โอ๊ยคุณชาย ความเหลืองนั่นแหละค่ะคือความคลาสสิก คนสมัยนี้เขาชอบอะไรที่มันดู 'ขลัง' ยิ่งดูเก่า ยิ่งดูโทรม ยิ่งดูเหมือนมีวิญญาณสิงอยู่ ยอดวิวยิ่งกระฉูดค่ะ เชื่อหนูสิ... ความสะอาดมันกินไม่ได้ แต่ความลึกลับเนี่ยแหละค่ะที่จะส่งคุณชายไปถึงฝั่งฝัน"
อคินถอนหายใจยาว สายตาคมกริบของเขามองไปรอบ ๆ บริเวณบ้านที่บัดนี้ดูแปลกตาไป กะเพราไม่ได้แค่ปักธูป แต่เธอแอบเอาเศษผ้าสามสีมาผูกไว้ที่โคนต้นเสาเรือนที่ดูเก่าที่สุด พร้อมกับตั้งพานธูปเทียนแพแบบหลอก ๆ ไว้ที่หน้าประตูโถงกลาง
"เธอรู้ไหมว่าถ้าคุณปู่ฉันตื่นมาเห็นสภาพบ้านตอนนี้ ท่านคงจะบีบคอฉันตายก่อนผีจริง ๆ จะทำเสียอีก"
"คุณปู่ท่านคงเข้าใจค่ะว่าหลานท่านกำลังจะอดตาย" กะเพราตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
"เอาล่ะค่ะคุณชาย เตรียมตัวนะคะ อีกห้านาทีเราจะทำการ 'ถ่ายทำ' คลิปเปิดตัวโฮมสเตย์อย่างเป็นทางการ คุณชายต้องยืนนิ่ง ๆ ตรงขอบระเบียงนะคะ ทำหน้าเหมือนมองเห็นอะไรบางอย่างที่คนทั่วไปมองไม่เห็น แล้วอย่าลืม... ห้ามกะพริบตาเด็ดขาดจนกว่าหนูจะสั่งคัต"
การถ่ายทำเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความเงียบเชียบที่มีเพียงเสียงนกกระยางร้องแว่วมาจากกลางสวน อคินพยายามปั้นหน้าให้ดูนิ่งขรึมที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้จะทำได้ เขายืนหยัดอยู่ใต้แสงแดดที่เริ่มร้อนระอุ เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ เริ่มผุดพรายตามไรผมและแผ่นหลังที่แนบไปกับเสื้อผ้าป่าน แต่เขาก็ยังคงรักษาท่วงท่าที่สง่างามราวกับรูปสลักไม้
ในสายตาของกะเพราที่มองผ่านเลนส์กล้อง อคินไม่ใช่แค่ผู้ชายขวัญอ่อนที่กลัวความมืดอีกต่อไป แสงแดดที่ตกกระทบใบหน้าคมเข้มและจมูกโด่งเป็นสันของเขาสร้างเงาที่ดูมีมิติและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อย่างประหลาด 'อีตานี่... ถ้าไม่ปากเสียและไม่ขี้ขลาดนะ เป็นพระเอกหนังได้สบาย ๆ เลย' เธอคิดในใจก่อนจะรีบสะบัดหัวไล่ความสนใจนั้นออกไป
"ดีค่ะคุณชาย ยอดเยี่ยมมาก ตอนนี้ค่อย ๆ หันหน้ามามองกล้องช้า ๆ นะคะ แล้วพูดประโยคที่เราซ้อมกันไว้" กะเพราให้สัญญาณ
อคินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ความรู้สึกขัดเขินตีตื้นขึ้นมาในลำคอ แต่เมื่อเขานึกถึงยอดเงินในบัญชีที่ติดลบ เขาก็ตัดสินใจเอ่ยปาก
"ยินดีต้อนรับสู่เรือนร้อยรัก... ที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงไม้สักและอิฐเก่า แต่มันมี 'ความทรงจำ' ที่ยังไม่ยอมไปไหน... คุณพร้อมจะสัมผัสมันหรือยังครับ"
เสียงของเขาทุ้มต่ำและกังวานอย่างมีพลังจนกะเพราเองยังแอบขนลุก
"คัต เพอร์เฟกต์ค่ะ คุณชายขา... นี่มันระดับรางวัลตุ๊กตาทองชัด ๆ" เธอรีบกดหยุดอัดแล้ววิ่งขึ้นมาหาเขาด้วยความตื่นเต้น
"ดูคอมเมนต์สิคะ ในเพจตอนนี้คนแห่มาถามราคาที่พักกันเพียบเลย บางคนบอกว่ายอมโดนผีอำถ้าได้พักบ้านเดียวกับคุณชาย"
อคินมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ความชื่นชมจากคนแปลกหน้าเป็นพัน ๆ คนเริ่มทำให้กำแพงในใจของเขาเริ่มสั่นคลอน
"พวกเขา... ชอบฉันจริง ๆ เหรอ"
"เขาชอบ 'ภาพลักษณ์' ที่เราสร้างขึ้นค่ะคุณชาย" กะเพราตอบพลางเก็บอุปกรณ์
"แต่หน้าที่ของเราคือทำให้เขารัก 'ตัวตน' ของบ้านหลังนี้จริงๆ ให้ได้... แม้ว่าตัวตนนั้นจะเริ่มจากการโกหกคำโตก็ตาม"
แต่ความสุขมักจะอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลเสียงดังคำรามแว่วมาที่หน้าประตูรั้ว ก่อนที่ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานในชุดข้าราชการเต็มยศจะก้าวลงมาจากรถ พร้อมกับลูกน้องอีกสองคนที่ถือแฟ้มเอกสารหนาปึก
