บท
ตั้งค่า

บทที่ 2

วันถัดมา ฉันยื่นใบลาออก หัวหน้าแผนกทั้งตกใจทั้งพยายามรั้ง แต่ฉันไม่หวั่นไหวเลย หลังจากรับปากว่าจะทำเวรสุดท้ายให้ครบ ฉันก็ลาพักชดเชย

ฉันไปสำนักงานทนายในตัวเมือง

ทนายที่นั่งตรงข้ามเคาะนิ้วบนโต๊ะไม้มะฮอกกานี สายตากวาดมองกางเกงยีนส์ซีดกับเสื้อสเวตเตอร์เก่าหลวม ๆ ของฉัน

“คุณนายโมเรติ” เขาพูดด้วยความเห็นใจแบบห่างเหิน “การหย่า—โดยเฉพาะกับครอบครัวอย่างสามีคุณ—ไม่ใช่เรื่องเล็ก ผมแนะนำให้คิดให้รอบคอบ”

ฉันมองเขา แล้วเห็นเงาของทุกคนในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา ที่เคยมองฉันต่ำเพียงเพราะนามสกุล “โมเรติ” ฉันไม่เถียง แค่หยิบเอกสารข้อตกลงหย่าที่เตรียมไว้อย่างดีออกมา

“ขอบคุณสำหรับเวลาค่ะ”

กลับถึงคฤหาสน์โมเรติ ประตูเหล็กดัดเปิดช้า ๆ แต่สายตายามกลับมองทะลุฉันไปเหมือนไม่มีตัวตน

ฉันชินกับการเป็น “คนล่องหน” มานานแล้ว

ประตูห้องทำงานแง้มอยู่ เสียงหัวเราะสดใสของลาริสสาลอยออกมา พร้อมเสียงตอบต่ำ ๆ ของออกัส

ฉันผลักประตูเข้าไป กลิ่นน้ำหอมหวานแพงพุ่งเข้ามา—“มิดไนต์ไฟลต์” กลิ่นโปรดของลาริสสา กลิ่นที่ออกัสเคยห้ามใช้ในบ้านเพราะบอกว่า “ฉูดฉาดเกินไป”

ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่ากฎของเขาไม่เคยใช้กับลาริสสา

ออกัสพิงโต๊ะไม้ ลาริสสาแนบตัวอยู่ข้างเขา หยิบสตรอว์เบอร์รี่ชุบช็อกโกแลตป้อนเข้าปากเขาอย่างชำนาญ

ท่าทางนั้นลื่นไหลเป็นธรรมชาติ แฝงความสนิทสนมแบบคนของกันและกัน

ออกัสเห็นฉันก่อน

รอยยิ้มผ่อนคลาย—ที่แทบไม่เคยเห็น—ดับลงทันทีเหมือนเทียนโดนลม

ฉันกะพริบตาโดยไม่ตั้งใจ หัวใจเหมือนจมในน้ำแข็ง ทั้งเย็น ทั้งฝืด

“โอ้ เบลน่า!”

ลาริสสาหันมา ยิ้มยังคงสมบูรณ์ ริมฝีปากแดงโค้งอย่างพอดี

“เรากำลังชิมของหวานสำหรับงานการกุศลสัปดาห์หน้า เอาไหม?”

ฉันกลืนความรู้สึกทั้งหมดลงไป เดินไปที่โต๊ะ

“โรงพยาบาลมีโปรแกรมฝึกฉุกเฉิน” ฉันพูดเรียบ ๆ “ต้องมีญาติลงนามรับรอง”

ฉันเปิดแฟ้มเอกสาร พลิกไปหน้าลงชื่อ แล้วแทรกเอกสารอีกแผ่น—ที่ไม่เกี่ยวกับโปรแกรม—เข้าไปอย่างแนบเนียน

“ฝึกเหรอ คุณ—”

ออกัสขมวดคิ้วเหมือนจะพูดอะไร แต่ลาริสสาหัวเราะเบา มือวางบนแขนเขาอย่างเป็นธรรมชาติ

“ออกัส คุณหวงเบลน่าจริง ๆ เลยนะ เหมือนพี่ชายเข้มงวดเลย” เธอพูดแหย่ สายตามองสลับเรา “ก็แค่โปรแกรม เซ็นไปเถอะ จำไม่ได้เหรอ เดือนก่อนเราก็เซ็นเอกสารให้มูลนิธิตั้งเยอะ”

“พี่ชาย”

คำสองคำนั้นเหมือนมีดอาบยาพิษ

แต่ออกัสไม่โต้ เขาแค่มองฉันแวบหนึ่ง แล้วหยิบปากกา Montblanc จากกระเป๋าเสื้อ สูดลมหายใจสั้น ๆ ก่อนเซ็นชื่อลงไปอย่างไม่ใส่ใจ—ลายเซ็นหนักแน่น หยิ่งผยอง บนเอกสารที่กำหนดชะตาชีวิตเรา

ทันทีที่ปากกายกจากกระดาษ ฉันดึงแฟ้มกลับ ปิดมัน

ฉันหันหลังจะเดินออก เสียงส้นรองเท้าแทบไม่ดังบนพรมหนา

“เบลน่า”

“เบลน่า”

เสียงเขาเรียกฉันอีกครั้ง ฉันหยุดโดยไม่หันกลับ กล้ามเนื้อทั้งตัวตึง

เขารู้หรือยัง?

“อีกไม่กี่วัน” เขาพูดช้า ๆ น้ำเสียงเหมือนปกติแต่แฝงอำนาจที่ปฏิเสธไม่ได้ “เราจะไปกินข้าวกัน”

กินข้าวด้วยกัน? ทำไม?

ความขำขื่นแล่นขึ้นมาถึงคอ ฉันไม่ถาม แค่พยักหน้า เปิดประตูแล้วเดินออก

ก็แค่มื้อหนึ่ง

ถือซะว่าเป็นการลาจากเงียบ ๆ ของสี่ปีนี้

อีกไม่นาน เขาจะเป็นอิสระ

และฉัน—ในที่สุด—ก็จะเป็นอิสระเหมือนกัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel