บทที่ 1
มุมมองของเบลน่า หลังจากเข้าเวรยาวจนแทบไม่มีที่สิ้นสุด ฉันฝืนทนกับอาการคลื่นไส้ที่หนักจนอยากอาเจียนก็ยังอาเจียนไม่ออก ฉันยื่นตัวอย่าง HCG ให้เพื่อนร่วมงานแผนกสูตินรีเวช แล้วขอให้เธอส่งไปตรวจ
“อีกสองสามวันค่อยมาฟังผลนะ” เธอบอก
ฉันลากขาที่อ่อนล้าไปยังโถงด้านหน้า—แล้วตอนนั้นเอง ฉันก็ได้ยินเสียงนั้น
“ผมจะดูแลให้เธอได้พักผ่อนดีที่สุด”
เสียงของออกัส—ที่อย่างน้อยในความทรงจำของฉัน แทบไม่เคยอ่อนโยนแบบนี้
ฉันชะงักเหมือนถูกตอกติดกับพื้นเย็นเฉียบ
ผ่านช่องประตูแคบ ๆ ฉันเห็นสามีของฉัน—ออกัส โมเรติ เจ้าพ่อผู้ไร้มงกุฎของเมืองนี้—กำลังฟังหมออย่างตั้งใจ สีหน้าแบบนั้นฉันแทบไม่เคยเห็น
น้ำเสียงแบบนั้น…ควรเป็นของฉัน ของเรา ของชีวิตใหม่ที่อาจกำลังก่อตัวแต่ยังไม่ได้รับการยอมรับ
แต่ผู้หญิงที่ซบอยู่ข้างแขนเขาคือ ลาริสสา รอสซินี
และเธอก็…ตั้งครรภ์
ความจริงนั้นเหมือนกระสุนยิงทะลุอก ฉันถอยหลังโดยสัญชาตญาณ พยายามหลบเข้าเงาบันได—แต่กลับชนเข้ากับพยาบาลที่เข็นรถเอกสาร
แฟ้มหล่นกระแทกพื้นเสียงดังสะท้อนทั่วทางเดิน
“โอะ—ขอโทษค่ะ!”
ฉันรีบย่อตัวลงเก็บเอกสาร แก้มร้อนผ่าวทั้งจากความอับอายและความพยายามควบคุมตัวเอง
“เบลน่า?”
เสียงออกัสดังขึ้นเหนือศีรษะ ฉันเงยขึ้น เขายืนอยู่หน้าห้องตรวจ คิ้วขมวด “คุณมาทำอะไรที่นี่?”
ฉันลุกขึ้น มือกำใบเสร็จตรวจ HCG ในกระเป๋าจนยับ
“เพิ่งผ่าตัดเสร็จค่ะ” ฉันตอบ “รู้สึกอ่อนแรงเลยมาขอพลังงานหน่อย”
เสียงฉันนิ่งกว่าที่คิด
“ช่วงนี้กระเพาะไม่ค่อยดี เลยมาหายา” ฉันเองยังแปลกใจว่าตัวเองสงบได้ขนาดนี้
“เบลน่า?”
ลาริสสาเดินเข้ามาข้างเขาทันที มือที่ทาเล็บแดงสดเกาะแขนเขาเหมือนงูหรู
“ออกัสเป็นห่วงคุณนะคะ กลัวคุณทำงานหนักเกินไป ไม่ดูแลตัวเอง” เธอพูดหวาน
อีกมือหนึ่งของเธอถือภาพอัลตราซาวด์ ภาพขาวดำเลือน ๆ ใต้แสงไฟแรงแทงเข้าตาฉัน
สีหน้าออกัสซีดลง เขามองฉันเหมือนพยายามอ่านบางอย่าง “เบลน่า คุณ…”
“ออกัส!”
ลาริสสาเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงเบาลงแต่ยังพอให้ฉันได้ยิน “เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ คุณสัญญากับฉัน…”
ฉันเห็นกรามเขาเกร็ง มือที่ห้อยอยู่กำแน่น ข้อนิ้วขาววาบ ช่วงสั้น ๆ ที่เขาดูเหมือนลังเลจริง ๆ
ลาริสสาแนบแก้มกับแขนเขา กระซิบบางอย่าง
ในวินาทีนั้น ความลังเลทั้งหมดหายไป แขนเขาหย่อนลงเหมือนหมดแรง
ก่อนที่ตัวฉันจะอ่อนแอ ฉันหันตัวไปกดลิฟต์ลง ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาเขาที่จ้องหลังฉัน—แทบได้ยินว่าเขาก้าวตามมา—
“ออกัส!” เสียงลาริสสาแหลมขึ้น “คุณสัญญากับฉันนะ”
ลิฟต์เปิดแล้วปิด ภาพหน้าซีดของฉันสะท้อนบนโลหะเบลอ ๆ ตัดสายตาสุดท้ายของเขาออกไป
ชั้นล่าง ลมหนาวยามค่ำคืนพัดกระแทกหน้าฉันแรงราวกับมีใครฟาดมือใส่
สี่ปี...
ฉันแต่งงานกับออกัสมาสี่ปี
สิ่งที่ฉันได้คือกรงที่บุด้วยกำมะหยี่และเพชร สามีที่ห่างเหินขึ้นทุกวัน และความจริงที่น่าขยะแขยง—ตอนนี้เขากำลังพาเพื่อนสมัยเด็กไปตรวจครรภ์
สี่ปีก่อน หลังพ่อแม่ฉันเสียจากอุบัติเหตุ ตระกูลโมเรติรับเด็กกำพร้าอย่างฉันเข้ามา
ต่อมา หลังคืนหนึ่งที่ฉันป่วยหนัก และเขา—ซึ่งแทบไม่เคย—อยู่เฝ้าข้างเตียง ฉันก็ตอบตกลงแต่งงาน
“ผมไม่รู้จะเป็นสามียังไง” เขาบอก ดวงตาลึก “แต่อย่างน้อย ผมปกป้องคุณได้”
ฉันเชื่อเขา
จนกระทั่งลาริสสา—เพื่อนวัยเด็กของเขา—กลับมาเมืองนี้หลังหย่า
เขาเริ่มมีนัดมากขึ้น เดินทางส่วนตัวมากขึ้น
เวลา ความใส่ใจที่เขาให้เธอ กลายเป็นมาตรวัดว่าฉันน่าสมเพชแค่ไหน
กลับมาที่ห้องพักเจ้าหน้าที่ว่างเปล่า ฉันหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างขึ้นบนปลายนิ้วที่เย็นเฉียบ
อีเมลตอบรับจากองค์กรแพทย์ไร้พรมแดนนิ่งอยู่ในกล่องข้อความ ขอให้ฉันไปรายงานตัวที่ยุโรปในฤดูใบไม้ร่วง
กำหนดเส้นตาย: สัปดาห์หน้า
ฉันกดตอบกลับ มือไม่สั่นอีกแล้ว
“ฉันจะไปสัปดาห์หน้า”
