บทที่ 3
คืนนั้นตอนฉันกลับถึงคฤหาสน์ กระเป๋าเดินทางของลาริสสาก็ตั้งเด่นอยู่กลางโถงทางเข้าแล้ว
“เบลน่าที่รัก!” เธอสวมชุดคลุมผ้าไหม นอนขดอยู่บนโซฟาเหมือนแมวขี้เกียจ “ท่อที่เพนต์เฮาส์ฉันแตก เละไปหมด ออกัสเลยให้ฉันมาพักที่นี่สักพัก เธอไม่ว่าใช่ไหม?”
เสียงเธอหวานจัด แต่แววตากลับท้าทาย ฉันมองรองเท้าแตะหนังจระเข้ราคาแพงข้างเท้าเธอ—มันไม่ใช่ของห้องรับรองแขก
เธอไม่ใช่แขก
เธอเข้ามายึดพื้นที่ด้วยท่าทีของผู้ชนะ—หรือจะพูดให้ถูก ที่นี่ไม่เคยเป็นของฉันจริง ๆ ตั้งแต่แรก
คำอธิบายของออกัสสั้นและเย็นชา “ตระกูลรอสซินีเป็นพาร์ตเนอร์เรามานาน เธอต้องการความช่วยเหลือ”
หลังจากนั้นไม่กี่วัน ลาริสสาก็ใส่ชุดนอนคอลเลกชันใหม่ล่าสุดนั่งกินข้าวเช้า พูดเสียงดังเรื่องนู้นเรื่องนี้ ใช้ห้องเก็บไวน์ของบ้านจัดปาร์ตี้เสียงดัง แถมยังจัดห้องนั่งเล่นใหม่โดยไม่ถาม
สิ่งที่อึดอัดยิ่งกว่าคือ เธอแทรกตัวอยู่ระหว่างฉันกับออกัสได้อย่างแนบเนียน
คืนนั้นฉันผลักประตูห้องทำงานเข้าไป เห็นพวกเขายืนเคียงกันที่โต๊ะใหญ่
ปลายนิ้วของลาริสสาแตะกระดาษเบา ๆ ใกล้มือของออกัสที่กำลังถือปากกา
“เบลน่า!” เธอเงยหน้าขึ้น ยิ้มสดใส “มาพอดีเลย เรากำลังดูระบบความปลอดภัยคาสิโนใหม่ สายไฟซับซ้อนมาก ดีที่ออกัสอยู่ เธอจะมาฟังด้วยไหม?”
“ฉันมีเอกสารต้องจัดค่ะ” ฉันตอบเสียงเรียบ มือกำแฟ้มของตัวเองแน่น
ฉันเตือนตัวเองว่า เขาจะอยู่กับใครก็ไม่เกี่ยวกับฉันแล้ว
ลาริสสาหัวเราะใส “เธอขยันจริง ๆ ออกัส จำได้ไหม ตอนเด็กคุณสอนฉันคณิต ถ้าไม่มีคุณฉันคงทำบัญชีไม่เป็น”
ออกัสแค่ตอบเบา ๆ แทบไม่ได้ยิน สายตาเหลือบมองฉันแวบเดียวไม่มีคลื่นไหว
“บัญชีคาสิโนซับซ้อนกว่าคณิตพื้นฐานเยอะ”
ฉันหลบสายตาแล้วเดินออกมาเงียบ ๆ
มิตรภาพวัยเด็กที่ซึ้งกินใจจริง ๆ
ส่วนฉันก็แค่ตัวประกอบที่กำลังจะเดินออกจากชีวิตนี้ นับวันรออิสระ
ดึกคืนนั้น ออกัสกลับเข้าห้อง กลิ่นวิสกี้กับน้ำหอม “มิดไนต์ไฟลต์” ของลาริสสายังติดตัวเขา
เมื่อเขาเข้ามาใกล้ ร่างกายฉันตอบสนองก่อนสมองจะทันห้าม สี่ปีของชีวิตแต่งงานฝังความเคยชินไว้ในตัว เพียงเขาแตะไหล่ ฉันก็สั่น
น่าสมเพช—ปฏิกิริยาของร่างกายที่ฉันไม่อยากยอมรับ
ทั้งที่ผ่านมาขนาดนี้แล้ว หัวใจฉันยังเต้นแรงเมื่ออยู่ใกล้เขา มันไม่ยุติธรรมเลย
แต่ตอนที่เขาปลดชุดนอนฉัน แล้วริมฝีปากแตะลงที่คอ อาการคลื่นไส้ก็พุ่งขึ้นมาอย่างรุนแรง
“อื้อ—”
ฉันรีบยกมือปิดปาก งอตัวลง
“เบลน่า?” เขาชะงัก
ในความมืด ฉันมองไม่เห็นสีหน้าเขา
“คงกินอะไรไม่ถูกค่ะ” ฉันตอบเสียงอ่อน
ความเหงาเหมือนทะเลทราย แห้งแล้งจนแม้แต่น้ำพิษหยดเดียวก็ยังอยากดื่ม
แต่พอคิดว่าลาริสสานอนอยู่ชั้นล่าง ในขณะที่เขากำลังแตะต้องฉัน ร่างกายฉันก็ต่อต้านทันที
แล้วก็—
เสียงกระจกแตกดังลั่นจากชั้นล่าง
“ออกัส!” เสียงกรีดร้องตกใจของลาริสสดังจากบันได “ว๊าย! มีคนงัดบ้านหรือเปล่า?!”
ฉันรู้สึกว่าร่างข้าง ๆ แข็งเกร็ง
ยังไม่ทันพูดอะไร เขาก็ลุกจากเตียงทันที หยิบปืนจากลิ้นชัก
“อยู่ที่นี่” เขาสั่งเสียงเย็น ก่อนจะออกไป
สุดท้ายก็แค่แม่บ้านทำแจกันโบราณแตกโดยไม่ได้ตั้งใจ
แต่ออกัสไม่กลับมานานหลายชั่วโมง กลับมาพร้อมความเย็นของน้ำค้างกลางคืน
เขาไม่พูดอะไร ถอดเสื้อแล้วเข้าห้องน้ำทันที เสียงน้ำไหลดัง
ฉันหันหลังให้ แกล้งหลับ แต่หัวใจเต้นหนัก
เรื่องตลกที่ดูเหมือนจะขำนี้ กลับเหมือนแสงไฟสาดใส่ความจริง—ตำแหน่งของฉันในใจเขา
คนที่ไม่มีตัวตน
คนที่เขาสามารถทิ้งได้ทันทีเมื่อเกิด “เรื่องสำคัญจริง ๆ”
ไม่แม้แต่จะอธิบาย
น้ำยังคงไหลอยู่นาน
และฉันก็นอนไม่หลับจนฟ้าสาง
ไม่เป็นไร
อีกไม่นาน เราทั้งคู่ก็จะเป็นอิสระจากกันแล้ว
