บท
ตั้งค่า

ไม่ได้อยากรู้

“อย่าให้ถึงคราวกูบ้างก็แล้วกัน”

“ฝันไปเถอะ!”

หลังจากคุยเรื่องสัพเพเหระราวครึ่งชั่วโมง เขาถึงได้พูดเข้าเรื่องที่ตัวเองอยากรู้ เพราะไอ้กิตบอกเขาว่ามันกำลังจะกลับไปกินของเก่า

“ไอ้กิตบอกกูว่าคุณพราวเป็นเซลล์ที่บริษัทมัน”

“บอกทำไม กูไม่ได้อยากรู้”

“ไม่ค่อยอยากรู้เลยมั้ง ถึงกับให้เลขาไปหาข้อมูลส่วนตัวไอ้นัสมาเนี่ย ไม่ค่อยอยากรู้เล้ย”

“กูก็แค่ไม่อยากให้พราวคบกับมัน”

“ทำไมวะ”

“ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ”

“ถ้างั้นก็เรื่องของมึงเถอะ”

“แล้วที่มึงแวะมาหากูเนี่ย มีเรื่องอะไรรึเปล่า”

“น้องหนาวคิดถึงมึง กูขัดได้ซะที่ไหน”

“น้องหนาว มาเป็นลูกสาวลุงไหม ลุงสัญญาเลยว่าถ้าอยากได้อะไรลุงจะยกให้ทั้งหมดเลย” ร่างสูงก้มหน้าลงไปพูดกับหลานสาวตัวน้อยที่กำลังมองเขาตาแป๋ว

“โอกาสมาถึงแล้ว น้องหนาวฟังป๊า บอกลุงกรเซ็นยกสมบัติให้หมดเลยแล้วเราค่อยกลับไปนอนกอดกันที่บ้าน” คณเดชพูดกับลูกสาว

“ไม่ค่อยโลภเท่าไหร่เลยนะมึงเนี่ย” ธนกรส่ายหัวให้กับความคิดของเพื่อน

หนึ่งเดือนเต็มที่ภาวศาได้ทดลองงานในตำแหน่งเซลล์ที่บริษัทของพี่นัสและดูเหมือนว่าอาชีพนี้จะไม่เหมาะกับเธอ พอทบทวนอย่างรอบคอบแล้วร่างบางจึงตัดสินใจที่จะลาออก ด้วยเหตุผลนี้เธอเลยนัดชายหนุ่มที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในห้างดัง

ทันทีที่เห็นร่างสูงของพนัสเธอรีบโบกมือให้เขาแทบทันที

“คิดยังไงถึงชวนพี่มากินอาหารด้วยกัน” ถามขึ้น หลังจากนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“พราวมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกพี่ก่อน”

“เรื่องงานเหรอ” เขาถามอย่างรู้ทัน ใช่ว่าที่ผ่านมาเขาจะไม่ได้สังเกตหญิงสาว หลายครั้งที่เขาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเธอหลังจากถูกหัวหน้าเรียกพบ แต่เขาไม่อยากสอดมือเข้าไปยุ่ง ชีวิตการทำงานมันเป็นเรื่องธรรมดาถ้าจะถูกตำหนิบ้าง เพื่อจะได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง

“พราวคิดว่าจะลาออก” ภาวศาพยักหน้าตอบ

“มีปัญหาอะไรรึเปล่า ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงคิดจะลาออก”

“หลังจากคิดมาหลายตลบ อาชีพเซลล์ไม่เหมาะกับพราวจริง ๆ นั่นแหละค่ะ” ภาวศาส่งยิ้มเจื่อนให้เขา

พนัสถอนหายใจออกมาหลังจากได้ยินคำพูดของคนตรงหน้า ภาวศาเพิ่งเริ่มทำงานได้เพียงเดือนเดียวแต่ถูกลูกค้าคอมเพลนกลับมา ไม่แปลกถ้าเธอจะรู้สึกท้อแท้แบบนี้

“ถ้าลาออกไปเราจะไปทำงานอะไร”

“เรื่องนี้พราวคิดเอาไว้ พี่นัสไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ” เธอเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของเขา แม้ว่าทั้งคู่จะรู้จักกันมานาน ทว่าไม่ได้สนิทสนมจนถึงขั้นสามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง

“พี่ขอโทษที่ละลาบละล้วงเราเกินไป” พนัสเอ่ยขึ้นมา หลังจากรู้ตัวว่าละลาบละล้วงเรื่องของเธอมากเกินไป ทั้งที่เขากับเธอไม่ได้สนิทกันถึงขั้นต้องบอกทุกอย่าง

อันที่จริงเขาเพิ่งได้มาพูดคุยกับเธอเมื่อครึ่งปีก่อนนี้เอง หลังจากได้ยินจากกลุ่มเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยว่าเธอกำลังหางานอยู่ เขาเลยเสนองานนี้ให้ ไม่ใช่เพราะทั้งคู่รู้จักกัน แต่เป็นเพราะพนัสแอบชอบภาวศามานาน แต่ที่ไม่กล้าสานสัมพันธ์ต่อเพราะตอนนั้นภาวศาไม่ได้สนใจเรื่องความรัก เธอให้ความสำคัญกับเรื่องเรียนเพียงอย่างเดียว

พอได้กลับเข้ามาในชีวิตของหญิงสาวอีกครั้ง เขาต้องตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าเธอมีลูกแล้ว ทว่าในความโชคร้ายยังมีโชคดีอยู่บ้างที่เธอไม่ได้มีสามี เขาเลยถือโอกาสอยากจีบร่างบางสักครั้ง แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไร เพราะถ้าหากเธอลาออกไปโอกาสที่จะได้พบกันก็ยิ่งน้อยลง

หลังจากแยกย้ายกับพนัส ภาวศาได้ไปรับลูกชายที่กำลังนั่งกินไอศกรีมอยู่กับเพื่อนสนิทอยู่อีกร้าน

“คุยเสร็จแล้วเหรอ” อรจิราถามเพื่อนสนิท

“อื้อ”

“พี่นัสว่ายังไงบ้าง”

“ก็ไม่ได้ว่าอะไร”

“ถ้างั้นก็ดีเลย”

“ดีอะไรของแก นี่ฉันลาออกช่วงทดลองงานเลยนะ” ภาวศาบ่นอุบ

“ก็ดีตรงที่แกไม่ต้องยืนยิ้มจนฟันแห้งให้ลูกค้านิสัยไม่ดีไง แกรู้ไหมตอนที่ฉันรู้ว่าแกจะไปเป็นเซลล์ฉันขำเกือบฟันหลุดแน่ะ”

“ยายอีฟ” เธอมองเพื่อนสนิทตาเขียว

“ตอนนั้นผีอะไรเข้าสิงแกวะ ทำไมถึงได้อยากไปลองอะไรแบบนั้น”

“ไม่มีผีอะไรเข้าสิงทั้งนั้นแหละ เพราะเงินล้วน ๆ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel