ถือว่าผมขอ
ขณะกำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น เสียงเรียกเข้าของมือถือได้ดังขึ้นมา
“ฮัลโหล”
“ตากร หนูวดีกลับมาจากเมืองนอกแล้วนะ”
“แล้วยังไงครับ”
“ตอนนี้น้องโตมากแล้ว นิสัยคงดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน แม่ว่า”
เขาไม่ได้รอให้มารดาพูดจนจบประโยค แต่ถือวิสาสะพูดแทรกอย่างไม่สบอารมณ์แทน
“ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับผม ทีหลังแม่ไม่ต้องโทรมาเพราะเรื่องแบบนี้อีกนะครับ”
“ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะ หนูวดีนิสัยน่ารักจะตายไป ทำไมถึงไม่ชอบหรือว่าลูกมีคนที่ชอบอยู่แล้วงั้นเหรอ” คุณหญิงจิรนุชถามลูกชายด้วยน้ำเสียงมีความหวัง ตอนนี้ต่อให้ผู้หญิงที่ลูกชายชอบจะเป็นใครเธอก็ยินดีทั้งนั้น ขอเพียงธนกรกลับมาสนใจเรื่องความรักก็พอ
“ผมจะเอาเวลาที่ไหนไปสนใจใคร ทุกวันนี้ทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักแล้วครับแม่”
“กร ลูกบอกแม่มาตามตรงเถอะ”
“ผมไม่มีอะไรจะบอกแม่”
“ลูกเป็นเกย์ใช่หรือเปล่า แม่จะได้เลิกหวังเรื่องอุ้มหลาน”
“ใช่ซะที่ไหนล่ะครับ ผมแค่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความรักก็เท่านั้นเอง” ธนกรถอนหายใจออกมา
“เพราะแกเป็นแบบนี้ไง แม่ถึงต้องแนะนำลูกสาวเพื่อนให้ ตอนนี้แกอายุสามสิบสองแล้วนะตากร อีกไม่กี่ปีก็จะสี่สิบ แม่กับพ่อไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่รอวันที่แกมีครอบครัวรึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย”
“หรือแม่อยากให้ผมเป็นเหมือนไอ้คิณ ตอนนี้มันกลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวไปแล้ว ถ้าแม่อยากอุ้มหลานมากขนาดนั้นผมจะจ้างผู้หญิงมาอุ้มบุญ”
“อย่าเชียว หลานแม่ต้องมีครบทั้งพ่อและแม่ จะมาเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวอะไร แม่ไม่ยอม”
“ถ้าอย่างนั้นแม่ก็เลิกพูดเรื่องนี้เถอะครับ ถือว่าผมขอ”
สายตาคมกวาดมองตัวหนังสือในกระดาษที่ได้รับมาจากเลขา เขาอ่านมันซ้ำไปซ้ำมาเพราะไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็น ไอ้พนัสไม่ได้คบกับผู้หญิงคนไหนมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยรวมถึงผู้ชายด้วยเช่นกัน
“นี่คนหรือว่าพระวะเนี่ย” เขาสบถออกมาเบา ๆ
“บ่นอะไรของมึง” คณเดชที่กำลังอุ้มลูกสาวไว้ในอ้อมกอดถามขึ้น
“มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมกูไม่ได้ยินเสียงมึงเคาะประตู” ธนกรสะดุ้งโหยง ตอนได้ยินคำกล่าวทักทายของเพื่อนสนิท
“น้องหนาว ปิดหูไว้” แทนที่จะตอบคำถามของคนเป็นเพื่อน แต่คิณเลือกพูดกับลูกสาววัยสองขวบกว่าพร้อมกับใช้มือปิดหูลูกสาวเอาไว้
“คูมยุง อุ้ม” เด็กหญิงนริศรายื่นมือออกไปด้านหน้า โดยไม่ได้สนใจพ่อตัวเอง
“คนสวย อยากให้ลุงอุ้มเหรอคะ” ธนกรใช้เสียงสองถามสาวน้อยแล้วรับน้องน้ำหนาวมาอุ้มไว้ ถึงแม้ว่าจะได้รับสายตาพิฆาตจากคณเดชที่กลายเป็นหมาหัวเน่าทุกครั้งที่น้องน้ำหนาวเห็นหน้าเขา
“อื้อ” เด็กน้อยพยักหน้า
“น้องหนาว ป๊าเสียใจมากรู้ไหม ไอ้ปากเสียนี่มีอะไรดีทำไมถึงอยากให้มันอุ้มอยู่เรื่อย”
“ช่วยไม่ได้ก็คนมันหล่อ” เขาแทรกขึ้นมาแล้วหอมแก้มสาวน้อยฟอดใหญ่
“คูมยุงหย่อ”
“สรุปแล้วมึงกำลังอ่านอะไรอยู่”
“ยุ่ง!”
เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากคนตรงหน้า เขาจึงถือวิสาสะเดินไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน
“มึงสนใจไอ้พนัสด้วยเหรอ หรือว่าจะเปิดธุรกิจแข่งกับมัน”
“ใครบอกมึง กูไม่ค่อยสนใจธุรกิจอสังหา ตอนนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุแล้ว อัตราการเกิดก็ต่ำ เสี่ยงเจ๊งอีกต่างหาก”
“แล้วอ่านประวัติมันทำไม”
“ก็แค่มีเรื่องอยากรู้นิดหน่อย”
“มันไม่ได้เป็นเกย์หรอก เห็นตอนม.ปลายเคยมีแฟนเป็นผู้หญิงอยู่”
“เหรอวะ”
“กูจะโกหกมึงทำไมล่ะ”
“ปะป๊า”
“ว่าไงครับคนสวย”
“ใส่” มือป้อมเอาที่คาดผมของตัวเองยื่นมาให้คนเป็นพ่อ คณเดชเหงื่อแตกพลั่กเพราะไม่อยากถูกธนกรล้อ
“ป๊า”
“ป๊าใส่แล้วครับคนสวย” สุดท้ายเขาก็หยิบที่คาดผมลายผีเสื้อแถมยังสีชมพูแปร๋นมาคาดไว้ที่หัวของตัวเอง เพราะไม่อยากเห็นลูกสาวร้องไห้ ทุกครั้งที่น้องน้ำหนาวร้องไห้มันทำให้เขานึกถึงใบหน้าของน้ำอิงขึ้นมา
การกระทำของคณเดชทำให้ธนกรหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง เขาไม่คิดว่ามันจะมาถึงจุดนี้ได้ หมดกันพ่อหนุ่ม เพลย์บอย ตอนนี้เหลือแต่คุณพ่อสีชมพูที่เอาแต่ตามใจลูกสาว
