บท
ตั้งค่า

นายแบบเด็ก

“อาชีพเซลล์ได้เงินเยอะก็จริง แต่ต้องขายเก่งด้วย ถ้าขายไม่ได้อย่าหวังเลยว่าจะได้ค่าคอมมิชชั่นเยอะ ๆ”

“นั่นสินะ ฉันคิดน้อยไปหน่อย”

“ของแบรนด์เนมที่แกเอาไปขายก็ได้ตั้งหลายล้าน จะเอาเงินไปทำไมเยอะแยะ”

อรจิราที่สงสัยมานานเอ่ยถามเพราะเพื่อนตัวดีฝากให้เธอนำไปขาย เธอถึงได้รู้มูลค่าของมัน

“นี่ไง” ภาวศาพยักพเยิดไปทางลูกชายที่กำลังตักไอศกรีมเข้าปากอยู่เงียบ ๆ

“ลูกแกเพิ่งจะสามขวบกว่า ยังมีเวลาหาเงินอีกหลายปี”

“อีกไม่ถึงสามปีน้องซันต้องเข้าเรียนระดับประถมแล้ว ฉันอยากให้ลูกเรียนโรงเรียนดี ๆ”

“งั้นเอางี้ไหม พี่สาวฉันกำลังอยากได้เลขาอยู่พอดี”

“งานเลขายุ่งจะตาย เวลาส่วนตัวแทบไม่มี ถ้าฉันยังโสดก็ดีน่ะสิ”

อรจิราคิดตามคำพูดของเพื่อน ก่อนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย พอหันไปหาหลานตัวน้อยไอเดียของเธอถึงได้บังเกิด

“ฉันคิดออกแล้ว”

“ที่บ้านฉันรับถ่ายแบบด้วยนี่หว่า”

“ขอผ่านจ้ะ ฉันขี้อาย แกรู้ไม่ใช่หรือไง”

“ฉันไม่ได้หมายถึงแก”

“ลูกฉันยังเด็กจะให้มาทำงานได้ยังไง น้องซันควรได้ใช้ชีวิตให้สมกับวัย”

“จ้า คุณแม่ แต่แกควรถามน้องซันดูก่อนไหม ฉันเห็นลูกแกชอบแต่งตัวจะตาย”

เด็กชายทิวากรส่งยิ้มให้ทั้งคู่ ตอนได้ยินชื่อของตัวเองในบทสนทนา

“น้องซัน อยากแต่งตัวหล่อ ๆ ไหม”

“อื้อ” ร่างอ้วนป้อมพยักหน้าหงึกหงัก

“เห็นไหมล่ะ”

“แต่น้องซันต้องไปเรียน”

อรจิรายื่นบางอย่างให้เพื่อนสาวดู ภาวศาถึงกับตาลุกวาว

“แค่วันหยุดเท่านั้นนะ” เธอบอก หลังจากเห็นเรทค่าตัวนายแบบเด็ก

“ตามนั้น”

ร่างบางยืนกอดอกมองลูกชายโพสต์ท่าถ่ายรูปต่อหน้ากล้องด้วยรอยยิ้ม คราแรกเธอคิดว่าน้องซันต้องร้องไห้งอแงแน่ถ้าเห็นคนเยอะ แต่ผิดคาดเพราะนอกจากจะไม่ได้เป็นเหมือนที่เธอคิดแล้ว ลูกของเธอยังเข้ากับคนแปลกหน้าได้อย่างง่ายดายต่างจากเธอลิบลับ

“เป็นยังไงบ้าง” อรจิราที่มาถึงทีหลังถามขึ้นจากทางด้านหลัง

“น้องซันดูมีความสุขมากกว่าตอนที่ฉันพาไปเล่นบ้านลมซะอีก”

“ฉันบอกแล้วว่าลูกแกชอบถ่ายรูป ถ้าโตขึ้นเป็นนายแบบสาว ๆ คงตามจีบไม่หยุดแน่” อรจิราบอก เพราะเริ่มเห็นเค้าโครงความหน้าตาดีของเด็กชายทิวากรที่เธอคอยช่วยภาวศาดูแลตั้งแต่เด็กคนนี้ยังอยู่ในท้อง แม้ว่าจะไม่เคยรู้จักหน้าตาคนเป็นพ่อก็ตามที ไม่ใช่ว่าเพื่อนของเธอปิดบังอะไร แต่ทั้งคู่อยู่ในความสัมพันธ์ค่อนข้างส่วนตัว แม้แต่ออกเดทภาวศายังไม่เคยไปกับเขาเลยด้วยซ้ำ

“จะว่าไปฉันมีเรื่องอยากถามแกอยู่เหมือนกัน”

“เรื่องอะไรเหรอ” ถามทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากลูกชาย

“แกคิดยังไงถึงได้คบกับพ่อน้องซัน เขาไม่เคยเปิดตัวแกให้ใครรู้จัก แม้แต่กับเพื่อนสนิทเลยนะ”

“ตอนนั้นความรักมันบังตา อีกอย่างฉันก็คิดเหมือนกันกับเขา คบกันแบบเงียบ ๆ ก็ดีเหมือนกัน ฉันไม่ชอบความวุ่นวาย”

“ถึงจะเป็นแบบนั้นก็เถอะ”

“ฉันจะเรียกร้องอะไรได้ล่ะ ฉันกับเขาแค่ศึกษาดูใจไม่ได้คบกันเป็นแฟนสักหน่อย ไม่แปลกถ้าเขาจะทำแบบนั้น”

“ยังจะเข้าข้างคนแบบนั้นอีก ก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง”

“จะว่าเขาแบบนั้นก็ไม่ถูก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฉันยินยอมด้วยนั่นแหละ แต่ต่อให้จบกันไปแล้ว ฉันยังคิดว่าตัวเองโชคดีที่มีน้องซัน”

“เพราะแบบนี้แกถึงได้ตั้งชื่อลูกชายว่าทิวากรสินะ”

ภาวศายังจำวันที่เธอคลอดลูกชายอย่างอยากลำบาก ตอนที่เด็กคนนี้ลืมตาขึ้นมาบนโลกใบนี้ เขาเปรียบเหมือนแสงสว่างในชีวิตเธอ เธอถึงได้ตั้งชื่อจริงและชื่อเล่นที่มีความหมายว่าพระอาทิตย์เพราะรอยยิ้มของเด็กคนนี้เป็นเหมือนแสงสว่างที่มาแทนที่ความเศร้าหมองในจิตใจของเธอ

“ถ่ายเสร็จแล้วครับ” ทันทีที่ได้ยินคำพูดของตากล้อง ร่างอวบอ้วนได้วิ่งปรี่เข้ามาหาคนเป็นแม่

“แม่ครับ ซันหิวแย้ว” บอกมารดาพร้อมลูบท้องตัวเอง ทำให้ทั้งภาวศาและอรจิราอดเอ็นดูไม่ได้

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปหาข้าวกินกัน”

“พราว แกพาน้องซันไปกินข้าวก่อนเลย ฉันมีงานต้องทำ”

“อย่าลืมกินข้าวเที่ยงล่ะ”

“ฉันไม่ลืมหรอกน่า”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel