คนที่ไม่คิดว่าจะได้พบ
ไม่นานนักเสียงออดก็ดังขึ้น เธอจึงวางลูกชายไว้ตรงโซฟาแล้วเดินไปเปิดประตู
“ทำไมมาถึงเร็วจังคะ”
“ตอนเราโทรมาพี่อยู่แถวนี้พอดีน่ะ น้องซันชอบห้องที่ลุงตกแต่งไว้ให้ไหม” ท้ายประโยคพนัสหันไปถามคนที่กำลังมองตาแป๋วมาที่พวกเขา
“ชอบครับ! ซันคิดถึงลุงนัสมาก” ว่าแล้วก็วิ่งเข้ามากอดขาของชายหนุ่มเอาไว้แน่น
“ถ้าอย่างนั้นเชิญพี่นัสนั่งก่อน เดี๋ยวพราวขอไปจัดของในห้องนอนแป๊บนึงนะคะ”
“ตามสบายเลย ไม่ต้องรีบล่ะ เดี๋ยวพี่เล่นกับน้องซันเอง”
ที่ภาวศากล้าให้ผู้ชายเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวเพราะรุ่นพี่คนนี้ไม่ใช่ชายแท้ พี่นัสเป็นเกย์อีกอย่างเขาเป็นคนที่ไว้ใจได้และเข้ากับลูกชายของเธอได้ดี
“ทำไมจัดเสร็จเร็วจัง”
“พราวไม่อยากรบกวนน่ะค่ะ”
“แม่คับ เย็นนี้ซันอยากกินข้าวผัด”
“ถ้าเป็นเด็กดีเดี๋ยวแม่จะทำให้กิน” เอ่ยขึ้นพร้อมยื่นนิ้วก้อยไปตรงหน้าของลูกชาย เด็กน้อยรีบเอามืออ้วนป้อมของตัวเองมาเกี่ยวก้อยสัญญากับมารดาทันที
“เราพร้อมเริ่มงานวันไหน พี่จะได้ไปบอกฝ่ายบุคคลให้”
“อาทิตย์หน้าค่ะ” เธอตอบกลับ
อาทิตย์นี้เธอต้องจัดการเรื่องต่าง ๆ อีกหลายเรื่องรวมทั้งเรื่องที่ต้องพาน้องซันไปสมัครเข้าเรียนในระดับชั้นอนุบาลหนึ่ง โรงเรียนที่ภาวศาเลือกเป็นโรงเรียนเอกชนชื่อดังที่เน้นการเรียนการสอนแบบสองภาษา
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จพนัสจึงได้ขอตัวกลับที่พักของตัวเองโดยมีหญิงสาวเดินมาส่งหน้าห้อง
“อย่าลืมล่ะ ถ้ามีปัญหาอะไรบอกพี่ได้ตลอด”
“แค่นี่ก็รบกวนพี่นัสมากแล้ว พราวคงไม่กล้ารบกวนอะไรอีก”
“ระหว่างพวกเรายังมีอะไรให้เกรงใจอีกล่ะ อย่าคิดมาก”
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” เธอกล่าวขอบคุณ ก่อนปิดประตูลงตามเดิม
“น้องซัน ได้เวลาอาบน้ำแล้วลูก” บอกลูกชายที่กำลังนั่งดูหนังสือภาพสัตว์โลกน่ารักอยู่บนพื้นห้อง
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของมารดา เด็กชายทิวากรรีบเดินนำไปยังห้องน้ำอย่างว่าง่าย เธอโชคดีที่ลูกคนนี้ไม่ดื้อเหมือนเด็กผู้ชายทั่วไปทำให้ที่ผ่านมาไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการเลี้ยงดูเขามากนัก ทว่ายิ่งโตมากเท่าไรหน้าตาเขากลับยิ่งเหมือนธนกรไม่มีผิดจนบางครั้งเธอยังแอบหนักใจ มีเพียงดวงตาที่เหมือนเธอ นอกนั้นล้วนถอดแบบมาจากพ่อของเขาราวกับแกะ
หลังจากขับรถไปส่งลูกชายที่โรงเรียน เธอถึงขับรถมุ่งตรงเพื่อไปทำงาน วันนี้เธอนัดพบลูกค้าที่โครงการบ้านหรูแห่งหนึ่ง หากปิดการขายได้เธอจะได้ค่าคอมมิชชั่นสูงพอสมควรทำให้หลายวันมานี้ภาวศาเอาแต่จดจ่ออยู่กับการศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ของบ้านหลังนี้
ทว่าทันทีที่ร่างสูงโปร่งของลูกค้าหันกลับมา หัวใจของหญิงสาวตกไปบนตาตุ่มเพราะไม่คิดว่าจะได้พบเขาอีก นับตั้งแต่วันนั้น...วันที่เขาทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดี
“คุณคือเซลล์ที่เลขาผมบอกเอาไว้ใช่ไหม” ธนกรถามเสียงเรียบ เขาไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเลยด้วยซ้ำ ผิดกับเธอที่ก้าวขาแทบไม่ออก
“ใช่ค่ะ”
“ก่อนจะมาที่นี่ผมดูรายละเอียดของบ้านเอาไว้แล้วพื้นที่นอกบ้านแคบไปหน่อยคงไม่เหมาะอยู่แบบครอบครัว”
คำว่า ‘ครอบครัว’ ทำให้ภาวศาเริ่มรู้สึกจุกอยู่ในอก แต่พอคิดถึงระยะเวลาที่เลิกรากันไป ถ้าเขาจะแต่งงานแล้วก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
“ถ้าอย่างนั้นพราวจะพาคุณไปดูบ้านตัวอย่างอีกหลัง บ้านหลังนั้นมีพื้นที่ใช้สอยเยอะกว่าหลังนี้ คิดว่าคุณลูกค้าน่าจะสนใจ”
ธนกรก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือซ้าย ก่อนเงยหน้ามาสบตากับคนตรงหน้าด้วยแววตานิ่งขรึมยิ่งกว่าเดิม
“ผมมีเวลาอีกแค่สิบห้านาที แค่เดินทางไปที่นั่นก็กินเวลาไปหลายนาทีแล้ว เอาเป็นว่าคุณมีอะไรอยากพรีเซนต์ก็ว่ามาได้เลย ถ้าถูกใจผมจะซื้อ แต่ถ้าคุณพรีเซนต์ออกมาได้ไม่ดี ผมจะคอมเพลนกลับไปที่บริษัทของคุณ” ร่างสูงถือวิสาสะนี้ช่วยเพื่อนสนิทตรวจตราดูความสามารถของพนักงานขาย โดยที่จิรกิตไม่ได้ขอ
