ตอนที่4.อาหารเช้าที่ถูกมองข้าม
รถสปอร์ตคันหรูของเว่ยจื้ออัน เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าบ้านด้วยความนิ่งเงียบ ซีอีโอหนุ่มก้าวลงจากรถ แล้วเดินเข้าบ้าน ยามค่ำคืนบรรยากาศข้างในบ้านเงียบสนิทจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเอง
ร่างสูงค่อยๆ เดินย่องด้วยท่วงท่าระมัดระวัง ตรงไปยังห้องนอนของเหยาอี้เถียน เขาเอียงกายแนบหูลงกับบานประตูห้อง หรี่ตาลงฟังเสียงข้างใน... ด้านในนั้นมีเสียงขยับเคลื่อนไหวเบาๆ คล้ายกำลังทำกิจกรรมอะไรบางอย่างอยู่ ไม่รอช้า จื้ออันยกมือขึ้นเคาะประตูทันที ก๊อก! ก๊อก!
เหยาอี้เถียนที่อยู่ข้างในรีบเดินมาเปิดประตูออกอย่างรวดเร็ว พอเห็นหน้าสามีในนาม เธอก็ช้อนสายตามองผ่านเลนส์แว่นหนาแล้วเอ่ยทักทายขึ้นก่อน "กลับมาแล้วเหรอคะ ฉันทิ้งขยะและเช็ดโต๊ะเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว"
จื้ออันวางท่าขรึม วางมือข้างหนึ่งกอดอก เอ่ยน้ำเสียงเย็นชาตัดรอนทันที "ฉันบอกแล้วไงว่าห้ามส่งเสียงดังตอนที่ฉันจะพักผ่อน"
หญิงสาวชะงักไปนิด คิ้วเรียวสวยใต้แว่นขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความสงสัย "แต่ฉันแค่พิมพ์งานในห้อง เสียงมันไม่น่าจะไปถึงห้องของคุณนะคะ"
คิ้วเข้มเรียงตัวสวยของจื้ออันขมวดวูบ ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววความหงุดหงิดที่โดนย้อน "ถ้าไม่ถึง แล้วฉันจะมาบอกเธอได้ยังไง?"
อี้เถียนมองหน้าเขานิ่งๆ ก่อนจะยอมถอยให้อย่างว่าง่ายเพื่อตัดปัญหา "งั้นฉันเลิกทำก็ได้ค่ะ"
จื้ออันถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางยกมือขึ้นขยับคอเสื้อเชิ้ตของตัวเอง ทว่าจังหวะที่คอเสื้อเปิดกว้างออกนั้นเอง กลับเผยให้เห็น รอยลิปสติกสีสด ที่ติดอยู่ตรงคอบางส่วนยาวลงมาถึงแผ่นอกอย่างชัดเจน!
สายตาของอี้เถียนหลุบก้มมองรอยนั้นทันที แววตาใสซื่อหลังเลนส์แว่นหนาแปรเปลี่ยนเป็นความหมองเศร้าลงจนเห็นได้ชัด หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความเจ็บปวดที่พยายามซ่อนไว้
จื้ออันสังเกตเห็นสายตาและอาการหน้าเสียของเธอก็ แอบกระตุกยิ้มตรงมุมปากด้วยความสะใจเล็กๆ ที่ทำให้เธอเสียใจได้สำเร็จ ก่อนจะรีบปรับสีหน้ากลับมาขรึมและเย็นชาตามเดิม
"เข้าใจก็ดีแล้ว"
พูดจบ ซีอีโอหนุ่มก็หมุนตัวเดินตรงเข้าห้องนอนของตัวเองไปทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบและร่องรอยความเจ็บปวดในใจของอีกฝ่าย
อี้เถียนยืนมองบานประตูห้องของเขาที่ปิดลง เธอถอนหายใจออกมาแผ่วเบาเพื่อระบายความอึดอัด ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบ...
..
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาภายในเพนท์เฮาส์หรูเว่ยจื้ออันในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ รูปร่างสูงโปร่งก้าวขาออกจากห้องนอน สายตาคมกริบเหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กของ เหยาอี้เถียนที่กำลังนั่งอยู่ตรงมุมระเบียงห้องนอนของเธอเอง
ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่น พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างหงุดหงิด ก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ "นึกว่าเก็บเสื้อผ้าออกไปแล้ว ทำไมยังอยู่อีกล่ะ!"
เขายืนจ้องมองเธอด้วยความสงสัย พลางก้าวขาเข้าไปดูใกล้ๆ พอเห็นว่าหญิงสาวสวมแว่นหนากำลังนั่งจดจ่อพิมพ์งานบนหน้าจอโน้ตบุ๊กคู่ใจอย่างเอาเป็นเอาตาย จื้ออันก็เลิกสนใจ หมุนตัวเดินเลี่ยงเข้าไปในครัว หวังจะหาอะไรดื่ม
ทว่าสายตากลับสะดุดเข้ากับ ชุดอาหารเช้า ที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดี วางเด่นอยู่บนโต๊ะอาหารลายหินอ่อน กลิ่นหอมฉุยยังคงลอยอบอวลไปทั่ว ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอำนาจกลับไม่คิดจะแตะต้องหรือลิ้มลองมันเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาแผ่รังสีเย็นชา เขาก้าวขาเดินผ่านโต๊ะอาหารตรงออกจากบ้านไปอย่างไร้เยื่อใย
...
ทางด้านระเบียง เหยาอี้เถียนที่นั่งหลังขดหลังแข็งปั่นนิยายมาตลอดทั้งคืน ยืดตัวยกแขนขึ้นบิดขี้เกียจเพื่อไล่ความล้า ร่างเล็กค่อยๆ ลุกขึ้นเดินกลับเข้ามาในครัว หมายจะดูผลงานอาหารเช้าที่ตั้งใจทำไว้ให้เขา
ทว่าเมื่อมองนาฬิกาบนผนังบอกเวลาที่เขาต้องออกไปทำงาน แล้วเห็นชุดอาหารเช้ายังคงวางอยู่ที่เดิมในสภาพไร้การแตะต้อง ริมฝีปากบางก็ค่อยๆ แย้มถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ความนอยด์และความรู้สึกจุกอกเล็กๆ ก่อตัวขึ้นในหัวใจ แต่เธอก็รีบปรับสีหน้า เดินเข้าไปจัดเก็บอาหารทั้งหมด เช็ดทำความสะอาดโต๊ะหินอ่อนจนเงาวับเรียบร้อย แล้วจึงลากสังขารอันอ่อนล้าเดินกลับเข้าห้องนอนไปนอนพักผ่อน
