ตอนที่ 5:ภรรยาที่น่าเบื่อ
รถสปอร์ตหรูเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าตึกสถาปัตยกรรมทันสมัยของ ไวด์เวน่า กรุ๊ป ประธานเว่ยจื้ออันก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างาม นิ่งสุขุม และเต็มไปด้วยรัศมีผู้บริหารระดับสูง
ยามที่เขาก้าวผ่านประตูทางเข้า พนักงานทุกคนต่างพากันกล่าวทักทายด้วยความเคารพ ลูน่า เลขาสาวสวยสุดเฉี่ยวในชุดเดรสทำงานเข้ารูป เดินยิ้มร่าถือแฟ้มเอกสารเข้ามาทักทายเจ้านายอย่างเป็นกันเองทันที "เป็นยังไงบ้างคะเจ้าบ่าวป้ายแดง?"
จื้ออันหยุดชะงัก ช้อนสายตาคมกริบมองเลขาสาวด้วยสีหน้านิ่งขรึม เอ่ยเสียงเรียบต่ำ "ถ้าพูดให้ได้ยินอีก ฉันจะหักวันลาพักร้อนของเธอ"
ลูน่ายกมือขึ้นทำท่ารูดซิปปาก ยิ้มแห้งๆ "กลัวแล้วค่ะบอส"
"นางแบบพร้อมหรือยัง?" จื้ออันเปลี่ยนเข้าสู่โหมดทำงานทันที น้ำเสียงและสายตาเต็มไปด้วยความเด็ดขาด
ลูน่าปรับสีหน้ากลับมาจริงจัง "พร้อมแล้วค่ะ โชคดีที่คุณดีลนางแบบชื่อดังมาได้ คอลเล็กชันใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวต้องขายดีมากแน่ๆ ค่ะ"
ซีอีโอหนุ่มพยักหน้ารับอย่างพอใจ ก่อนจะก้าวขาตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ เพื่อเริ่มต้นภารกิจควบคุมคอลเล็กชันใหม่ของไวด์เวน่า ทิ้งเรื่องวุ่นวายที่บ้านไว้เบื้องหลัง...
ภายในสตูดิโอถ่ายภาพอันกว้างใหญ่ของ ไวด์เวน่า กรุ๊ป บรรยากาศเต็มไปด้วยความจริงจังและเป็นมืออาชีพ เว่ยจื้ออัน ในฐานะซีอีโอผู้ควบคุมทิศทางภาพลักษณ์ของแบรนด์ ยืนคุมงานถ่ายแบบด้วยสายตาแหลมคม เขากำกับการโพสท่าและจัดองศามุมกล้องด้วยตัวเองอย่างพิถีพิถัน ดึงเอาความโดดเด่นและคัตติ้งอันละเมียดละไมของชุดชั้นในคอลเล็กชันใหม่ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
ลูน่าและเหล่าบอร์ดบริหารที่ยืนมองผลงานผ่านหน้าจอ ต่างพากันเอ่ยชมในความเด็ดขาดและวิสัยทัศน์ชั้นยอดของเขาไม่ขาดปาก
กระทั่งถึงช่วงพักเที่ยง ลูน่าเดินเข้ามายิ้มหวานชวนเจ้านาย "พักเที่ยงแล้ว ไปทานข้าวกลางวันกันไหมคะบอส?"
ทว่ายังไม่ทันที่จื้ออันจะตอบรับ เสียงพนักงานรอบข้างก็เริ่มดังอื้ออึงขึ้นด้วยความแปลกใจ เมื่อทุกคนหันไปมองทางประตูหน้าสตูดิโอ ก็พบกับเหยาอี้เถียน ในชุดเรียบง่าย สวมแว่นตาหนาเตอะ กำลังยืนถือกล่องข้าวทรงสวยไว้ในมืออย่างประหม่า
จื้ออันขมวดคิ้วเข้มในทันที ใบหน้าหล่อเหลามองด้วยความหงุดหงิด ลูน่าที่ยืนอยู่ข้างๆ มองตามสายตาแล้วเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย "นั่นใช่ภรรยาของคุณหรือเปล่าคะ?"
ประธานหนุ่มไม่ตอบอะไร เขารีบลุกขึ้น ก้าวขาฉับๆ ตรงเข้าไปคว้าข้อมือเล็กของอี้เถียนแล้วฉุดลากเธอออกไปที่บริเวณบันไดทางหนีไฟทันทีเพื่อหลบสายตาคน "ใครใช้ให้เธอมาที่นี่!" เขาเค้นเสียงต่ำถามอย่างเกรี้ยวกราด
อี้เถียนช้อนสายตามองเขาผ่านเลนส์แว่น เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ฉันทำอาหารกลางวันมาให้คุณน่ะค่ะ"
หญิงสาวยิ้มบางๆ พลางยื่นกล่องข้าวที่ตั้งใจตื่นมาทำให้เขา หวังว่าเขาจะได้ทานอาหารดีๆ ในช่วงพัก ทว่าจื้ออันกลับยื่นมือไปรับมันมา... แล้ว โยนทิ้งลงบนพื้นอย่างโมโห!
เพล้ง! / ตึ่ก!
กล่องข้าวหล่นกระแทกพื้นจนฝาเผยอออก อาหารที่เธอทำอย่างใส่ใจกระจายเกลื่อนเบื้องหน้า อี้เถียนใจหายวาบ จุกในอกจนพูดไม่ออก
"กลับไปซะ! และต่อจากนี้ไป เธอห้ามมายุ่งวุ่นวายที่นี่อีก เข้าใจไหม!" จื้ออันชี้หน้าตวาดเสียงแข็ง ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความเย็นชาและไม่รักษาน้ำใจ
อี้เถียนพยักหน้ารับช้าๆ นัยน์ตาใต้เลนส์แว่นฉายแวบความเจ็บปวด "เข้าใจแล้วค่ะ"
พูดจบ เธอก็ก้มลงย่อตัวเพื่อเก็บกล่องข้าวและชิ้นส่วนอาหารขึ้นมาจากพื้น ทว่าในตอนนั้นเอง แว่นตาหนาเตอะของเธอก็หลุดร่วงลงไปบนพื้น!
จังหวะเดียวกันนั้น ลูน่าที่เดินตามเข้ามาพอดี โดยไม่ทันสังเกต แกรก! รองเท้าส้นสูงของเลขาสาวเหยียบเข้าที่แว่นตาของอี้เถียนอย่างจังจนเลนส์และกรอบแตกละเอียด
"โอ๊ะ! ขอโทษทีค่ะ พอดีฉันรีบเข้ามาตามบอสไปทำงานน่ะค่ะ" ลูน่าทำสีหน้าตกใจเล็กน้อย ก่อนจะย่อตัวลงหยิบเศษแว่นที่แตกเสียหายขึ้นมายื่นส่งคืนให้หญิงสาว แล้วส่งยิ้มหวาน "หวังว่าคุณจะไม่โกรธฉันนะคะ"
อี้เถียนที่โลกทั้งใบพลันพร่ามัวมองอะไรไม่ชัด ยิ้มตอบกลับบางๆ อย่างไม่คิดติดใจ "ไม่เป็นไรค่ะ"
ลูน่ายิ้มรับ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปควงแขนจื้ออันอย่างสนิทสนม "ไปกันเถอะค่ะบอส"
จื้ออันไม่ได้สะบัดแขนออก เขาทำเพียงกวาดสายตามองเหยาอี้เถียนที่กำลังก้มเก็บของอยู่บนพื้นด้วยสายตาเรียบเฉย แล้วยอมให้ลูน่าควงแขนพาเดินออกไปจากทางหนีไฟอย่างไม่สนใจ
