
บทย่อ
"เหยาอี้เถียน... จำไว้ว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นแค่หน้าที่ ฉันให้เธอได้ทุกอย่างในฐานะนายหญิงตระกูลเว่ย... ยกเว้นเรื่องเดียวคือความรัก อย่าได้คิดเรียกร้องจากฉัน"
ตอนที่ 1: กฎเหล็กของประธานเว่ย
สำหรับ เว่ยจื้ออัน ซีอีโอหนุ่มผู้บริหาร ไวด์เวน่า อาณาจักรแบรนด์ชุดชั้นในระดับโลก ชีวิตของเขาถูกจัดระเบียบไว้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามมาตรฐาน คัตติ้งต้องเป๊ะ องศาต้องเนี้ยบ ไม่เคยมีสิ่งใดหลุดรอดการควบคุมของเขาไปได้ จนกระทั่งคำขู่ของแม่ส่งผลกระทบสะเทือนระดับแผ่นดินแทบถล่ม‘ถ้าแกไม่ยอมจดทะเบียน แล้วให้อี้เถียนย้ายไปอยู่กับแกก่อนจัดงานแต่งปลายปีนี้ หุ้นกับตำแหน่งประธานก็เตรียมส่งต่อให้คนอื่นได้เลย!’
และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ร่างสูงโปร่งสง่างามในชุดลำลองเนื้อดี ต้องยืนกอดอกหน้าตึงอยู่กลางห้องนั่งเล่นของเพนท์เฮาส์หรู มองหญิงสาวร่างเล็ก สวมแว่นตาหนาเตอะที่กำลังลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ก้าวผ่านประตูเข้ามา
ใบหน้าหล่อเหลารูปไข่ของจื้ออันเกลี้ยงเกลาจนไร้ที่ติ คิ้วเข้มเรียงตัวสวยเหนือดวงตาคมกริบที่มักแฝงความสงบเย็นชา สันจมูกโด่งเป็นสันคมรับกับริมฝีปากหยักได้รูปที่กำลังบึ้งตึง ทุกองค์ประกอบบนใบหน้าของเขาราวกับงานประติมากรรมชั้นเลิศที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างละเมียดละไม สมกับตำแหน่งเจ้าพ่อแฟชั่นชั้นสูงที่ใครๆ ต่างหมายปอง
เหยาอี้เถียน ลูกสาวของเพื่อนสนิทแม่ หญิงสาวร่างบางผิวขาวซีด หน้าตาจืดชืด ผู้เรียบง่าย และดูไม่เข้ากับโลกของเขาแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยก็คือ สายตาภายใต้เลนส์แว่นหนานั้นคอยแอบมองใบหน้าหล่อเหลา ที่เธอแอบหลงรักมาตั้งแต่สมัยเรียนด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ
จื้ออันถอนหายใจยาว พยายามกดความอึดอัดไว้ใต้สีหน้านิ่งสงบตามสไตล์ซีอีโอ ก่อนจะเริ่มเปิดฉากเช็กบิลความเรียบร้อยทันที
"เหยาอี้เถียน... จำไว้ว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นแค่หน้าที่ ฉันให้เธอได้ทุกอย่างในฐานะนายหญิงตระกูลเว่ย... ยกเว้นเรื่องเดียวคือความรัก อย่าได้คิดเรียกร้องจากฉัน"
เธอพยักหน้ารับช้าๆด้วยแววตาเศร้า เขาพูดต่ออย่างไม่สนใจว่า "ย้ายเข้ามาแล้วก็ต้องเคารพเจ้าของบ้าน ที่นี่มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่ฝั่งขวาคือห้องของฉัน ส่วนห้องนอนเล็กฝั่งซ้ายคือของเธอ" น้ำเสียงของเขาทุ้มเย็น และฟังดูจริงจังทุกคำ "ห้ามเข้ามายุ่งในห้องนอนและพื้นที่ส่วนตัวของฉันเด็ดขาด เวลาฉันเข้านอน ห้ามเปิดไฟแม้แต่ดวงเดียว ห้ามส่งเสียงดังรบกวน ห้ามทำอาหารตอนกลางคืน รักษาความสะอาด และสวมรองเท้าแตะทุกครั้ง... เข้าใจไหม?"
เหยาอี้เถียนยืนฟังอย่างตั้งใจ ถึงแม้ว่าจะงงนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจดี ริมฝีปากบางคลี่ยิ้ม นัยน์ตาใต้เลนส์แว่นฉายความอ่อนโยนขณะมองชายหนุ่มผู้มีเรือนร่างสมส่วนราวกับนายแบบบนแคตวอล์ก
"ฉันเข้าใจค่ะ"
"และห้ามถามห้ามคุยอะไรกับฉันเวลาทำงาน เพราะฉันต้องการสมาธิ" เขาเติมกฎข้อสุดท้ายด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ใบหน้าคมเข้มยังคงฉายความจริงจังจนน่ามอง
เธอพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย "พูดจบหรือยังคะ?"
"จบแล้ว"
ชายหนุ่มถอนหายใจ ยืนกอดอกด้วยท่วงท่าสง่างามตามธรรมชาติ คิดว่าคงควบคุมสถานการณ์ได้อยู่หมัด ทว่ายังไม่ทันไร อี้เถียนก็ก้มลงเปิดกระเป๋าเดินทางใบโตออก วินาทีต่อมา เจ้าแมวตัวกลมสีขาวขนฟู ชื่อ ม่อลี่ ก็เดินออกมาสำรวจบ้านอย่างสบายอารมณ์
ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบของซีอีโอหนุ่มถลึงตาขึ้นทันที! ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติเหยเกด้วยความตกใจ ร่างสูงโปร่งที่เคยยืนทรงอำนาจถึงกับรีบกระโดดหนีขึ้นไปยืนบนโซฟาหรูอย่างหมดท่า หมดกันลุคประธานบริษัทสุดเนี๊ยบ!
"ใครให้เธอเลี้ยงแมว เอามันออกไปเลยนะ!" เขาชี้มือไปที่เจ้าก้อนขน เสียงหลุดฟอร์มไปหลายคีย์
อี้เถียนช้อนสายตามองสามีในนามที่ยืนอยู่บนโซฟา แม้จะอยู่ในท่าทางเลิ่กลั่ก แต่โครงหน้าคมสันและดวงตาตื่นตระหนกนั้นก็ยังคงความหล่อเหลาจนน่าเอ็นดู เธอเอ่ยเสียงเรียบ "ในกฎคุณไม่ได้บอกไว้นี่ว่าห้ามเลี้ยงแมว"
"แต่ฉันแพ้ขนแมว เอามันออกไปไว้ข้างนอกเลย" เขายังคงโวยวายด้วยใบหน้าคมเข้มที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ
เธอรีบอุ้มมันขึ้นมาแนบอก ยืนยันด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ถ้างั้นฉันจะเอาไปเลี้ยงในห้องนอน จะไม่ให้มันออกมากวนคุณแบบนี้ได้ไหม"
จื้ออันก้มมองก้อนขนในอ้อมแขนเธอด้วยสายตาหวาดระแวง ก่อนจะก้าวลงจากโซฟาแล้วเอ่ยเตือน "แต่ถ้าฉันเห็นมันออกมา ฉันจะจับมันโยนออกไป!"
พูดจบ เขาก็รีบเดินเข้าห้อง ปิดประตูเสียงดังปังจนเธอสะดุ้ง
อี้เถียนรีบอุ้มม่อลี่แล้วลากกระเป๋าเข้าไปในห้องนอนฝั่งซ้ายของเธอ วางมันลงบนเตียงแล้วลูบหัวด้วยความเอ็นดู "อยู่ในนี้ไปก่อนนะ ห้ามออกไปข้างนอกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นแกได้กลายเป็นแมวจรแน่"
ม่อลี่ร้องเมี้ยวๆ ก่อนจะเดินวนที่ขา เธอยิ้มกว้าง นึกถึงใบหน้าหล่อเหลาที่หลุดฟอร์มเมื่อครู่แล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ ก่อนจะหยิบอาหารออกมาเทให้มันกินด้วยความสบายใจ
