บท
ตั้งค่า

ตอนที่5 ความวุ่นวายเริ่มมีมาเรื่อย ๆ

ฟ่านซินหรานกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ แต่มือที่จับขาของนางก็นิ่งอยู่อย่างนั้น นางจึงค่อย ๆ ก้มลงไปมองอย่างช้า ๆ บุรุษผู้หนึ่งนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงดูเหมือนว่า...เขาจะได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก ฟ่านซินหรานรีบนำนิ้วไปอังที่จมูก เขายังมีลมหายใจอยู่ แต่แล้ว...จู่ ๆ เขาก็ลืมตาขึ้นมาอย่างอ่อนล้า

“ช่วยข้า”

เขาล้วงไปหยิบป้ายหยกมายัดใส่มือของนาง ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ฟ่านซินหรานมองป้ายหยกอย่างพิจารณา “จวิ้น” คำนี้หมายถึงใครกันนะ ฟ่านซินหรานพยายามครุ่นคิดจากความทรงจำของร่างนี้

นามจวิ้นมีอยู่หนึ่งคนในแคว้นต้าอิง เขาคือจวิ้นอ๋องหรืออีกนามหนึ่งว่าหลี่เจ๋อหยวน ถ้าเป็นเขาจริง ๆ เขาก็คือตัวร้ายอันดับหนึ่งเลยทีเดียว นางจะช่วยเขาดีหรือไม่นะ นางไม่อยากไปเกี่ยวข้องบุคคลที่มีชื่ออยู่ในนิยายเลยจริง ๆ

ฟ่านซินหรานรีบยัดป้ายหยกกลับไปที่มือของเขา ก่อนจะรีบลุกขึ้น แต่เขากลับคว้าข้อเท้าของนางเอาไว้อีกครั้ง “สตรีใจดำเห็นคนกำลังจะตายยังไม่ยอมช่วยเหลือ หากข้าตายไปเป็นวิญญาณ ข้าจะกลับมาหักคอเจ้า”

นั่นไงคำพูดของตัวร้าย ขนาดร่างกายบาดเจ็บถึงเพียงนี้ยังปากร้ายขนาดนี้ หากปกติดีเขาจะปากร้ายถึงเพียงใด เพราะฉะนั้นนางต้องไม่ยุ่งกับเขาเด็ดขาด

“ข้าจะตอบแทนเจ้าหากว่าเจ้าจะยินดีช่วยข้า” เมื่อฟ่านซินหรานได้ยินเช่นนั้นก็รีบดึงป้ายหยกกลับคืนมา ยึดเอามาไว้ก่อน หากว่าเขาผิดคำพูดนางจะได้มีหลักประกัน เพราะตัวร้ายในนิยายเชื่อถือไม่ได้

“งั้นพระองค์ก็พยายามลุกขึ้นหน่อยนะเพคะหม่อมฉันคงแบกพระองค์ขึ้นไปบนเรือนไม่ไหวหรอกเพคะ” ฟ่านซินหรานเอ่ยขึ้นเพราะนางกำลังท้อง นางจึงช่วยดึงแขนของเขาแล้วเข้ามาประคองตัวเขาเอาไว้ เมื่อเขาเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับนางขนาดนี้ นางดูตัวเล็กลงไปถนัดตา ตัวเขาสูงใหญ่ราวกับภูเขาบดบังร่างของนางจนมิด

นางจับแขนของเขามาพาดบนบ่า จากนั้นก็พยุงร่างของเขาให้ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล “พยายามเดินหน่อยสิเพคะ พระองค์ทิ้งน้ำหนักมาที่หม่อมฉันแบบนี้ หม่อมฉันก็หนักแย่” ฟ่านซินหรานเผลอดุเขาออกมา

“สตรีปากร้าย หากว่าข้าไม่ต้องพึ่งพาเจ้า เจ้าได้ตายเป็นศพอยู่ตรงนี้แน่” เขาคำรามออกมาด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ แล้วพยายามเดินขึ้นไปที่เรือนของนางอย่างทุลักทุเล แต่ก็มาถึงห้องของฟ่านซินหรานในที่สุด

ฟ่านซินหรานปล่อยให้เขานอนแผ่อยู่บนพื้น จากนั้นก็รีบวิ่งไปจัดการล็อกประตู นางรีบช่วยถอดรองเท้าและชุดของเขาออก เพราะดูเหมือนว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บอยู่หลายที่ แต่ที่หนักสุดดูจะเป็นที่หน้าอกต้นแขนและต้นขา แผลค่อนข้างลึกฉกรรจ์เลยทีเดียว

ฟ่านซินหรานยังมียาแก้ปวดหลงเหลืออยู่ นางจึงนำมายัดใส่ปากของเขาทันที ก่อนจะนำผ้าและกะละมังมาช่วยทำความสะอาดด้วยการเช็ดเลือดให้เขา จากนั้นก็นำยาสมานแผลมาโรยใส่ที่ปากแผลแล้วนำผ้ามาพันปิดบาดแผลเอาไว้

ฟ่านซินหรานเดินไปเปิดตู้ แล้วหยิบที่นอนออกมาพร้อมผ้าห่มจากนั้นก็หยิบหมอน ก่อนจะนำมาจัดปูเตรียมที่นอนให้เขาบนพื้น จวิ้นอ๋องเมื่อได้ยาบรรเทาปวดก็เริ่มตาปรือและหลับไปในทันที

ฟ่านซินหรานขึ้นไปนอนมองเขาอยู่บนเตียง หวังว่าจะไม่มีคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในนิยายตามมากันอีกนะ เฮ้อ! มาอยู่ในร่างของนางร้ายในนิยาย ชีวิตมันช่างวุ่นวายเสียจริง ๆ ไหนจะท้องอย่างไม่ตั้งใจนี่อีก

ฟ่านซินหรานนอนไม่หลับจึงลุกออกไปเดินเล่น ยามนี้เวลาใกล้เช้าแล้วอากาศค่อนข้างหนาว ฟ่านซินหรานจับเสื้อคลุมกระชับเข้าด้วยกัน ก่อนจะตัดสินใจเดินไปที่เรือนของท่านย่า เพราะหญิงชราเป็นคนที่ชอบตื่นเช้าอยู่เป็นประจำ ฟ่านซินหรานจึงคิดว่านางควรบอกเรื่องนี้ให้ท่านย่าได้รับรู้เอาไว้

ยามนี้นางไม่คิดที่จะปิดบังอะไรกับท่านย่าและท่านแม่อีกต่อไปแล้ว เพราะนางเชื่อว่าท่านย่าและท่านแม่รักและห่วงใยนางอย่างแท้จริง ดูจากเรื่องที่ผ่านมาท่านย่าลงทุนเตรียมตัวพานางย้ายไปอยู่เมืองเยี่ยนฟางทันทีที่รู้ว่านางตั้งครรภ์ เพราะไม่อยากให้นางถูกคำครหาจากผู้คน

“คารวะท่านย่าเจ้าค่ะ”

“อ้าวหรานเอ่อร์คิดยังไงมาหาย่าแต่เช้า” ฟ่านซินหรานตรงเข้าไปสวมกอดหญิงชรายังออดอ้อน ก่อนจะรีบยื่นป้ายหยกให้ท่านย่าได้ดู หญิงชรารับป้ายหยกมาดูก่อนจะคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างตกใจ

“เจ้าได้ป้ายหยกนี้…มาได้อย่างไร?”

“ท่านย่าเหมือนเขาจะกระโดดข้ามกำแพงเข้ามา ตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้าจึงช่วยทำแผลและให้กินยา จากนั้นก็ให้เขานอนพักอยู่ที่เรือนของข้าเจ้าค่ะ” หญิงชราพยักหน้ารับฟังพลางครุ่นคิด จวิ้นอ๋องเป็นบุรุษหนุ่มผู้มีนิสัยร้ายกาจเอาแต่ใจ ไม่รู้ว่าไปมีเรื่องราวกับใครมาถึงได้บาดเจ็บถึงเพียงนี้

เพล้ง! ตุ้บ! เสียงกระเบื้องตกลงมาจากหลังคาแตกดังสนั่น จากนั้นก็เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างตกลงมากระทบพื้น ฟ่านซินหรานรีบหันไปมองท่านย่าอย่างตื่นตระหนก ท่านย่ารีบคว้าไม้เท้าแล้วลุกขึ้น ฟ่านซินหรานจึงลุกขึ้นมาประคองแขนของท่านย่าเอาไว้ จากนั้นก็พากันเดินออกไปดูว่าเสียงที่ว่านั่นคืออะไร ชายชุดดำคนหนึ่งประคองร่างของชายชุดดำอีกคน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส

ฟ่านซินหรานกลอกตามองบนทันที อย่าบอกนะว่าตัวละครอื่น ๆ ในนิยาย จะตามกันมาที่นี่! ไม่นะ! ข้าอยากเป็นนางร้ายที่อยู่อย่างสงบ ข้าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด สวรรค์โปรดรับรู้เสียงของข้าที

“คารวะฮูหยินผู้เฒ่า ข้าน้อยองครักษ์เว่ยเจี้ยน ส่วนเขาคือเยียนอ๋องขอรับ”

เมื่อได้ยินการแนะนำตัว ฟ่านซินหรานก็เผลอกำมือไปที่แขนของฮูหยินผู้เฒ่าสุดแรง จนหญิงชราต้องหันมามองใบหน้าที่ขาวซีดของหลานสาวอย่างตกใจ คำโปรยในนิยายกล่าวเอาไว้เพียงว่า ตัวร้ายอย่างเสวียนอ๋อง เยียนอ๋องและจวิ้นอ๋อง พวกเขาต่างหลงรักนางเอกหมดทุกคน พวกเขาเป็นดั่งองครักษ์พิทักษ์ฟ่านอิ้งเยว่และพยายามทำทุกวิถีทางให้ได้ใจนางเอก

แต่ว่ามันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นในนิยาย ฟ่านซินหรานก็ไม่คิดจะไปยุ่งกับพระเอกและนางเอกอยู่แล้ว แต่ทว่าเหตุใดเรื่องราว เหมือนจะพยายามดึงให้นางเข้าไปมีส่วนในนิยาย ตัวร้ายทั้งสองคนบาดเจ็บ และหนีมาหลบที่จวนตระกูลฟ่าน เรื่องนี้ฟังดูแปลก ๆ หรือว่าพวกเขาจะใช้วิธีนี้เพื่อเข้าหานางเอกกันนะ

ต้องใช่แน่! ถ้าเช่นนั้นแผนที่จะไปอยู่ที่เมืองเยี่ยนฟาง นางคงไม่อาจล้มเลิกได้แล้ว อย่างไรเสียนางร้ายอย่างนาง ต้องรีบหนีไปให้ไกล นางจะได้ไม่ถูกดึงเข้าสู่นิยายเรื่องนี้ หากว่าพวกเขาอยากเข้าหานางเอก นางจะต้องรีบไปจากที่นี่ เพราะอยู่จวนเดียวกันคงหลีกหนีกันลำบาก

“พาท่านอ๋องเข้าไปด้านในก่อน เดี๋ยวจะให้คนไปตามหมอ หรือว่าท่านอ๋องต้องการให้เป็นความลับ?” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยถามขึ้นมาอย่างเข้าใจสถานการณ์

“ท่านอ๋องอยากเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับขอรับ รบกวนฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว” หญิงชราพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนฮูหยินผู้เฒ่าจะผายมือให้เขาประคองเยียนอ๋องเข้าไปด้านใน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel