ตอนที่4 เด็กยังคงปลอดภัยดี
แต่แล้วเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นมา เสวียนอ๋องถึงกับตกใจจนใบหน้าซีดเผือด ฟ่านฮูหยินเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เสวียนอ๋องมาทำอะไรที่นี่ แล้วสายตาของฟ่านฮูหยินก็หันไปพบกับร่างของฟ่านซินหรานที่นอนคุดคู้ตัวงออยู่กับพื้น นางใช้มือกุมท้องน้อยเอาไว้ใบหน้าของนางเหยเกด้วยความเจ็บปวด เลือดมากมายไหลเต็มพื้น
“หรานเอ่อร์! เจ้าเป็นอะไร?” ฟ่านฮูหยินรีบตรงไปประคองร่างของบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง ใจของฟ่านฮูหยินเหมือนมีคนเอามีดมากรีดลงกลางใจ นางรีบกอดร่างของฟ่านซินหรานด้วยความเป็นห่วง ใจของนางเจ็บปวดคล้ายถูกบีบอัดอย่างรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก
“หรานเอ่อร์เจ้าเป็นอะไรบอกแม่! หรานเอ๋อร์!” ฟ่านฮูหยินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือน้ำตาไหลออกมาเป็นทาง เพราะเป็นห่วงบุตรสาวจนหวาดวิตกกังวลไปหมด
“ท่านแม่ข้าคงแท้งแล้วเจ้าค่ะ” ฟ่านซินหรานเอ่ยออกมาอย่างอ่อนแรง เพราะความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาไม่หยุด
“เสวียนอ๋องหมอหลวงมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เขาได้ยินก็เตรียมจะเข้ามาอุ้มร่างของฟ่านซินหราน แต่ฟ่านฮูหยินยามนี้เป็นดั่งแม่เสือที่พยายามปกป้องลูกของตน นางไม่สนว่าเขาเป็นใคร นางไม่ต้องการให้เขามายุ่งเกี่ยวกับบุตรสาวของนางอีกต่อไป
“พระองค์อยู่ให้ห่างจากนางเถิดเพคะ เชิญท่านหมอหลวงเถิดเจ้าค่ะ”
หมอหลวงรีบบอกให้เสวียนอ๋องและองครักษ์ของเขาหลบไปก่อน เพราะเขาต้องตรวจร่างกายของนางอย่างละเอียด เสวียนอ๋องและคนของเขาจึงหลบไปอยู่อีกมุมหนึ่ง โดยที่ฟ่านฮูหยินให้บ่าวนำฉากมากั้น จากนั้นก็ให้บ่าวไปยืนเฝ้าประตูเพราะเรื่องนี้จะให้ใครรู้ไม่ได้
“ฟ่านฮูหยินถือว่ายังโชคดีขอรับ เด็กยังปลอดภัยดี เดี๋ยวข้าจะจัดยาบำรุงครรภ์ให้นะขอรับ ให้นางกินอาหารที่มีประโยชน์และให้พักผ่อนมาก ๆ ขอรับ”
“ขอบคุณท่านหมอหลวง เรื่องนี้...ข้าไม่อยากให้หลุดออกไป”
“ฟ่านฮูหยินสบายใจได้ขอรับ” หมอหลวงตอบออกอย่างรู้หน้าที่ของตน
บทสนทนาของหมอหลวงและฟ่านฮูหยิน ทำให้เสวียนอ๋องถึงกับผงะตกใจร่างกายเย็นเยียบ เด็กยังคงปลอดภัย! ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่า นางตั้งครรภ์และเด็กคนนั้นก็คือลูกของเขา เขาเอ่ยยั่วโทสะนาง จนนางโมโหจะเข้ามาทำร้ายเขา เลยพลาดตกเตียงลงมา นี่เขาทำอะไรลงไป! เกือบจะฆ่าลูกของตนเองไปแล้ว
แต่ว่าเหตุใดนางไม่บอกเรื่องนี้กับเขา แต่ว่าจะให้นางบอกเขาได้อย่างไรในเมื่อนางให้สัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขา เป็นแบบนี้ก็ดีเพระเขาเองก็ไม่ได้อยากเกี่ยวข้องกับนางเท่าใดนัก
“เสวียนอ๋องเชิญกลับเถอะเพคะ หากเป็นไปได้พระองค์ก็อย่ามาหานางอีกเลยเพคะ” ฟ่านฮูหยินเดินมาบอกเขาด้วยสีหน้าเย็นชา เขาได้ยินเช่นนั้นก็สะบัดอาภรณ์เดินจากไปทันที ในเมื่อตระกูลฟ่านไม่อยากให้เขายุ่งเกี่ยวกับนางเขาก็จะไม่ยุ่ง แต่อย่ามาเรียกร้องให้เขาเป็นพ่อของลูกในวันข้างหน้าก็แล้วกัน เพราะเขาไม่มีทางยอมเป็นพ่อเด็กให้กับสตรีแพศยาเช่นนางแน่ ถึงแม้ว่าเด็กจะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาก็ตาม
เมื่อทุกคนออกไปกันหมดแล้ว ฟ่านฮูหยินก็ให้บ่าวคนสนิทช่วยกันเปลี่ยนอาภรณ์ในฟ่านซินหราน จากนั้นก็ช่วยกันทำความสะอาดให้นาง ก่อนจะพยุงร่างของฟ่านซินหรานให้ขึ้นไปนอนบนเตียง หมอหลวงได้เขียนใบสั่งยาเอาไว้ให้กับฟ่านฮูหยิน เพื่อที่นางจะได้นำเอาไปซื้อที่ร้านขายยา
ฟ่านฮูหยินนำผ้ามาชุบน้ำแล้วบิดหมาด ๆ จากนั้นก็เช็ดตามใบหน้าให้บุตรสาวอย่างอ่อนโยน ถึงนางจะเป็นสตรีที่ร้ายกาจและเอาแต่ใจ แต่สำหรับคนเป็นแม่แล้ว ไม่ว่านางจะเป็นอย่างไร ก็ยังเป็นบุตรสาวที่น่ารักสำหรับคนเป็นแม่เสมอ
ฟ่านซินหรานมาขอโทษเรื่องที่ทำผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย นางบอกว่าไม่รู้เอาความคิดนี้มาจากที่ใดและหลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้น ความรู้สึกที่มีต่อซื่อจื่อก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง นางรู้สึกไม่ชอบเขาและไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
ส่วนเสวียนอ๋องถึงแม้จะเป็นบิดาของลูกในท้อง นางก็ไม่ต้องการให้เขามารับผิดชอบแต่อย่างใด นางคิดว่า…นางสามารถเลี้ยงดูบุตรได้อย่างแน่นอน นางฟังบุตรสาวพูดก็ได้แต่รู้สึกแปลกใจ แต่ก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมา ในเมื่อฟ่านซินหรานตัดสินใจที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับซื่อจื่อก็เป็นเรื่องดี เพราะว่าเขากำลังคบหากับฟ่านอิ้งเยว่ นางไม่อยากให้มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันเกิดขึ้นในจวน โดยเฉพาะเรื่องการแก่งแย่งบุรุษ
“แล้วบ่าวที่ไม่จงรักภักดีเจ้าจะทำอย่างไร?”
“ปล่อยนางไปเถอะเจ้าค่ะ” ฟ่านซินหรานเอ่ยตอบด้วยความอ่อนล้าใบหน้าของนางซีดมาก “ข้าเคยสั่งโบยมารดาของนาง นางคงอยากเอาคืน ข้าถือว่าครั้งนี้ข้าชดใช้ให้นางแล้ว” ฟ่านฮูหยินมองบุตรสาวด้วยสายตาอ่อนโยน บทเรียนครั้งนี้ดูเหมือนว่า จะทำให้บุตรสาวของนางเปลี่ยนไปเป็นคนละคน คนเราหากไม่พบเจอเรื่องราวที่กระทบกระเทือนจิตใจก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลง
“แล้วเจ้ายังจะไปเมืองเยี่ยนฟางอยู่หรือไม่?” ฟ่านฮูหยินอยากถามให้แน่ใจ เพราะใจก็ไม่อยากให้บุตรสาวต้องจากไปอยู่ยังที่ห่างไกลเช่นนั้น แต่ว่าจะทำอย่างไรได้ ในเมื่อนางผิดพลาดท้องขึ้นมาแล้วเช่นนี้ คงต้องให้นางไปหลบอยู่ที่อื่นสักพัก หลังคลอดแล้วหากนางอยากจะกลับมาก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
“ไปเจ้าค่ะ”
ฟ่านซินหรานนอนพักรักษาร่างกายอยู่หลายวันก็ดีขึ้น ในระหว่างที่นางนอนพักอยู่ฟ่านซินหรานก็ครุ่นคิดและใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วน นิยายเรื่องนี้นางร้ายทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้พระเอกมาครอบครอง แต่ต่อจากนี้เรื่องราวในนิยายจะเปลี่ยนไป ในเมื่อพระเอกก็ต้องคู่กับนางเอก นางร้ายอย่างนางจะขอใช้ชีวิตอย่างสงบและไม่สู้รบกับใครอีกต่อไป
แต่สิ่งแรกที่นางจะต้องทำคือหาบ่าวรับใช้ข้างกายที่ไว้ใจได้ นางไม่โทษฮุ่ยอันที่ลงมือแก้แค้นเช่นนั้น เพราะร่างนี้ก็มีนิสัยเหี้ยมโหดอยู่ไม่น้อย นางสั่งลงโทษมารดาของฮุ่ยอันด้วยการโบยจนนางล้มป่วยจนแทบเอาชีวิตไม่รอด บุตรสาวอย่างฮุ่ยอันจึงเจ็บแค้นและอยากเอาคืน ต่อจากนี้เราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้วนะฮุ่ยอัน
ตุ้บ! ฟ่านซินหรานที่กำลังนอนคิดอะไรเพลิน ๆ ก็ต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อได้ยินเสียงบางอย่าง คล้ายมีของหนักตกลงบนพื้น ยามนี้เป็นเวลายามอิ๋น(ตีสาม-ตีห้า) ฟ่านซินหรานใช้เวลานอนมาหลายวัน จึงตื่นขึ้นมาในยามนี้ นางจึงนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเพื่อรอให้ถึงเช้า
ฟ่านซินหรานนอนฟังเสียงอยู่นาน ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก นางควรออกไปดูดีหรือไม่นะ คงไม่เป็นอะไรกระมังนี่มันเรือนของนางนะ ฟ่านซินหรานหยิบเสื้อคลุมออกมาสวมแล้วจุดโคมไฟแล้วเปิดประตูออกไปอย่างระแวดระวัง
ฟ่านซินหรานเดินลงบันไดเรือนลงมา ก่อนจะเดินสำรวจดูรอบ ๆ เรือนของนาง แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร ฟ่านซินหรานเตรียมตัวจะเดินกลับขึ้นไปยังบนเรือน แต่แล้วก็เหมือนมีมือของใครบางคน คว้าจับที่ข้อเท้าของนาง ฟ่านซินหรานสะดุ้งเฮือกก่อนจะกรีดร้องออกมา กรี๊ดดด…
