บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 นางเอก

ตอนที่ 3 นางเอก

ณ ห้องโถงชั้นล่างของคฤหาสน์ตระกูลโม่

บรรยากาศในห้องโถงกว้างขวางสไตล์ยุโรปผสมจีนดูเคร่งเครียดและกดดัน โม่เยี่ยนเฉิงนั่งอยู่ที่โซฟาหนังตัวใหญ่ ใบหน้าคมคายเรียบเฉยทว่าแฝงไปด้วยรังสีฆ่าฟัน เขาสวมสูทสีดำสนิทที่ขับให้บุคลิกดูลึกลับและน่าเกรงขาม กลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ

ข้างๆ เขาคือเฉินอวี่ ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทเช่นกัน ใบหน้าของเขามักจะเรียบตึงไม่แสดงความรู้สึกใดๆ แต่ดวงตาภายใต้กรอบแว่นกลับเต็มไปด้วยความระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา เขาคือเลขาและเป็นมือขวาที่โม่เยี่ยนเฉิงไว้วางใจที่สุด

“คุณโม่ครับ... ผมขอร้องขอเวลาให้ผมอีกสักสามเดือนเถอะครับ ผมจะรีบหาเงินมาคืนทั้งต้นทั้งดอก” ชายวัยกลางคนสภาพทรุดโทรมพยายามอ้อนวอนพร้อมกับก้มกราบแทบเท้ามาเฟียหนุ่ม

โม่เยี่ยนเฉิงไม่ได้ชายตามองชายผู้นั้น สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปที่หญิงสาวร่างบางในชุดเสื้อป่านสีซีดที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นอยู่ข้างพ่อของเธอ ‘เถียนเซียง’ เธอมีใบหน้าที่สะอาดสะอ้าน ดวงตาโตที่ดูใสซื่อ แม้จะอยู่ในชุดซอมซ่อแต่มันกลับทำให้หญิงสาวดูน่าทะนุถนอมและน่าปกป้องมากยิ่งขึ้น

“เธอชื่ออะไร” เสียงทุ้มของโม่เยี่ยนเฉิงดังขึ้นทำลายความเงียบ

“เถียนเซียงค่ะ...” เธอตอบเสียงแผ่ว พยายามไม่สบตาชายหนุ่มที่ดูอันตรายคนนี้

“เถียนเซียง...” โม่เยี่ยนเฉิงทวนชื่อนั้นเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา “เธอรู้ใช่ไหมว่าพ่อของเธอเอาเธอมาขัดดอกแทนหนี้พนัน”

เถียนเซียงเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง น้ำตาคลอหน่วยแต่ไม่ยอมให้มันไหลออกมา “ทราบค่ะ... แต่ถ้าคุณโม่จะกรุณา ให้ฉันทำงานใช้หนี้ แทนการ... แทนการขายตัว ฉันยินดีจะทำทุกอย่างค่ะ”

เฉินอวี่ขยับแว่นสายตาเล็กน้อยพลางก้มลงกระซิบข้างหูเจ้านาย “นายครับ ผู้หญิงคนนี้คือคนที่เคยช่วยนายไว้เมื่อสองปีก่อนจริงๆ ผมจำเธอได้”

โม่เยี่ยนเฉิงพยักหน้าช้าๆ “ดี ในเมื่อเธออยากทำงาน ฉันจะให้เธอมาเป็นผู้ช่วยเลขาของเฉินอวี่ คอยดูแลเรื่องเอกสารและงานจุกจิกส่วนตัวของฉัน เริ่มงานวันพรุ่งนี้”

ในจังหวะนั้นเอง ลู่เหม่ยในร่างมู่หรงเสวี่ย ก็เดินลงบันไดมาอย่างช้าๆ ความเจ็บปวดระบมที่กึ่งกลางกายทำให้เธอต้องจิกปลายนิ้วลงบนราวบันไดไม้แกะสลักเพื่อพยุงตัว ทุกสายตาในห้องโถงหันมามองเธอเป็นจุดเดียวอย่างพร้อมเพรียง

ใบหน้าของมู่หรงเสวี่ยในเช้านี้ไม่ได้ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันฉูดฉาดเหมือนทุกวัน ทำให้ความงามของเธอนั้นดูโดดเด่นสะกดสายตาคนทั้งห้อง แม้แต่โม่เยี่ยนเฉิงยังเผลอขมวดคิ้ว

ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างทันที ปกติแล้วนายหญิงของบ้านมักจะลงมาพร้อมกับเสียงด่าทอข้ามหัวคนใช้ หรือไม่ก็สวมชุดที่เปิดเผยเนื้อหนังจนดูน่าเกลียดเพื่อยั่วยวนสามี แต่ในวันนี้เธอกลับดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

“เธอลงมาทำไม?” โม่เยี่ยนเฉิงเอ่ยด้วยเสียงเย็นชา

“ฉันแค่จะลงมาทานมื้อเช้าค่ะ” ลู่เหม่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะหันไปมองเถียนเซียง หญิงสาวผู้เป็นนางเอกในนิยายที่กำลังนั่งสั่นเทาอยู่ข้างพ่อของเธอ

ลู่เหม่ยจำได้ดีว่าในนิยาย เมื่อมู่หรงเสวี่ยเห็นเถียนเซียงจะพุ่งเข้าไปตบหน้าเธอทันที และด่าว่าเธอเป็นโสเภณีราคาถูกที่มาเร่ขายตัวให้สามีคนอื่นถึงที่บ้าน ซึ่งการกระทำนั้นเองที่ทำให้โม่เยี่ยนเฉิงปกป้องเถียนเซียงออกนอกหน้า มู่หรงเสวี่ยอาละวาดจนคฤหาสน์ตระกูลโม่แทบพัง

“มู่หรงเสวี่ย! อย่าคิดจะแตะต้องเธอ” โม่เยี่ยนเฉิงคำรามพลางลุกขึ้นยืนบดบังร่างของเถียนเซียงไว้

แต่ลู่เหม่ยกลับทำเพียงแค่หยุดยืนนิ่งๆ เธอไม่ได้พุ่งเข้าไปหา และไม่ได้แสดงอาการหึงหวงอย่างที่ทุกคนคาดคิด

“ฉันไม่ได้จะทำอะไรเธอสักหน่อย” พูดจบ ลู่เหม่ยก็หันหลังเดินตรงไปยังห้องอาหารโดยไม่หันกลับมามองใบหน้าอึ้งๆ ของมาเฟียหนุ่มอีกเลย ทิ้งให้โม่เยี่ยนเฉิงยืนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนของภรรยา

ตลอดมื้อเช้า โม่เยี่ยนเฉิงเอาแต่จ้องมองผู้หญิงที่นั่งฝั่งตรงข้าม มู่หรงเสวี่ยที่ปกติจะคอยคีบอาหารให้เขาและพูดจาเอาอกเอาใจจนน่ารำคาญ ตอนนี้กลับนั่งทานโจ๊กอย่างเงียบเชียบ

“เฉินอวี่” โม่เยี่ยนเฉิงเรียกมือขวาโดยไม่ละสายตาจากภรรยา

“ครับนาย”

“วันนี้พาเถียนเซียงไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ที ซื้อทั้งชุดทำงานและชุดใส่อยู่บ้าน และให้คนเตรียมห้องพักให้เธอที่ตึกเล็กด้วย”

“ขอบคุณค่ะคุณโม่” เถียนเซียงที่นั่งเงียบมาตลอดรีบขอบคุณด้วยเสียงสั่นๆ

ลู่เหม่ยนิ่งฟังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น “อาเจิน...ช่วยไปบอกคนขับรถให้ฉันที วันนี้ฉันจะออกไปข้างนอก”

อาเจินสะดุ้ง “ค่ะนายหญิง”

โม่เยี่ยนเฉิงวางช้อนเงินลงกระทบจานกระเบื้องเคลือบเสียงดัง เคร้ง! ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์จ้องมองภรรรยาที่ดูแปลกไปจนเขาเริ่มหงุดหงิด ความเงียบขรึมของเธอในเช้านี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสงบ แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกท้าทายด้วยสายตาหยิ่งยโสคู่นั้น

“เธอจะไปไหน?” น้ำเสียงของมาเฟียหนุ่มกดต่ำ แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนรับใช้รอบข้างต้องก้มหน้าจนคางชิดอก

ลู่เหม่ยที่กำลังซับมุมปากด้วยผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาด ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเขา เธอขยับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา

“เรื่องของฉัน... คุณไม่จำเป็นต้องมายุ่งหรอก”

บทสนทนาในห้องอาหารเงียบกริบลงทันทีที่ลู่เหม่ยเอ่ยประโยคนั้นออกมา เฉินอวี่ที่ยืนตัวตรงอยู่ด้านหลังเจ้านายถึงกับเบิกตากว้างภายใต้กรอบแว่น เขาไม่เคยได้ยินนายหญิงของบ้านพูดกับเจ้านายด้วยน้ำเสียงและประโยคแบบนี้มาก่อน แม้แต่เถียนเซียงที่นั่งก้มหน้าอยู่ยังต้องลอบเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ

“มู่หรงเสวี่ย!” โม่เยี่ยนเฉิงตบโต๊ะเสียงดังปัง จนจานอาหารและแก้วน้ำเปล่าสั่นระรัว “อย่ามาจองหองกับฉัน! ลืมไปแล้วหรือไงว่าเธออยู่ในฐานะอะไรในบ้านหลังนี้! การที่เธอจะออกไปที่ไหนแล้วทำเรื่องงามหน้า มันส่งผลถึงหน้าตาของตระกูลโม่!”

ลู่เหม่ยลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ความเจ็บปวดที่กึ่งกลางกายจะแปลบขึ้นมาจนเธอต้องลอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แต่เธอก็ยังคงสง่าผ่าเผย “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ควรจะดีใจ เพราะสิ่งที่ฉันกำลังจะไปทำ... มันอาจจะช่วยกู้หน้าให้คุณในอนาคตก็ได้”

เธอไม่รอให้เขาซักไซ้ต่อ ลู่เหม่ยหมุนตัวเดินออกจากห้องอาหารไป ทิ้งให้โม่เยี่ยนเฉิงนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กับเถียนเซียงที่ทำตัวไม่ถูก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel