
บทย่อ
ลู่เหม่ยตื่นขึ้นมาในร่างนางร้ายสมองกลวงที่จบชีวิตลงอย่างโดดเดี่ยวในโรงพยาบาลบ้า เพียงเพราะหลงรักผู้ชายเย็นชาอย่างโม่เยี่ยนเฉิง แต่ชีวิตใหม่ครั้งนี้เธอจะไม่ยอมจบชีวิตเหมือนในนิยายเด็ดขาด!
ตอนที่ 1 ความจริงหรือความฝัน
ตอนที่ 1 ความจริงหรือความฝัน
“เฮ้อ!...ทำไมจุดจบของมู่หรงเสวี่ยถึงต้องอนาถขนาดนี้ด้วยนะ”
ลู่เหม่ยปิดหนังสือนิยายปกแข็งเล่มหนาชื่อ ‘บ่วงรักมาเฟียเซี่ยงไฮ้’ ลงด้วยความรู้สึกหน่วงในอก เธอทอดถอนใจออกมาท่ามกลางความเงียบเชียบของห้องนอนสี่เหลี่ยมแคบๆ ในกรุงปักกิ่ง
แม้ในเรื่อง มู่หรงเสวี่ยจะเป็นนางร้ายสมองกลวงที่ทำทุกวิถีทางเพื่อครอบครองพระเอกอย่าง โม่เยี่ยนเฉิง มาเฟียหนุ่มผู้เย็นชาและโหดเหี้ยม แต่ท้ายที่สุดเธอกลับถูกตราหน้าว่าเป็นคนบ้า และต้องจบชีวิตลงอย่างโดดเดี่ยวในโรงพยาบาลบ้า
ลู่เหม่ยคิดว่าบทของมู่หรงเสวี่ยวยังไม่ร้ายรุนแรงถึงขั้นต้องจบชีวิตลงแบบนี้ มู่หรงเสวี่ยก็แค่ผู้หญิงที่รักคนผิด... รักคนที่ไม่มีหัวใจ
"ถ้าเป็นฉัน...ฉันจะหนีไปให้ไกล ไม่ยอมให้ผู้ชายคนนั้นทำลายชีวิตจนย่อยยับแบบนี้แน่"
เปลือกตาของลู่เหม่ยเริ่มหนักอึ้ง ความเหนื่อยล้าจากการโหมงานหนักและการอ่านนิยายรวดเดียวจบทำให้สติของเธอค่อยๆ ดับวูบไป พร้อมกับเสียงฝนที่เริ่มพัดกระหน่ำอยู่ริมหน้าต่าง
เปรี้ยง!
เสียงสายฟ้าฟาดดังสนั่นจนร่างของลู่เหม่ยสะดุ้งสุดตัว เธอพยายามจะลืมตา แต่กลับรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วร่างกาย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงปนกับกลิ่นเหล้าแรงจัดลอยมาเตะจมูกชวนให้มึนงง และแรงบีบมหาศาลที่ข้อมือก็ทำให้เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
“เธอกล้ามากนะมู่หรงเสวี่ยที่ใช้วิธีต่ำช้าแบบนี้กับฉัน!”
เสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ดังอยู่เหนือร่าง ลู่เหม่ยพยายามลืมตาขึ้น ก่อนดวงตาจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่ดูหล่อเหลาราวกับพระเอกในซีรีส์จีนจอตั้ง แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง
“คุณเป็นใคร?...อ่า!...” ลู่เหม่ยพึมพำ แต่เพียงแค่เธออ้าปาก ความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วขึ้นมาจากกึ่งกลางกายกลับทำให้เธอหลุดเสียงครางที่น่าอายออกมาแทน
โม่เยี่ยนเฉิงมองหญิงสาวใต้ร่างด้วยสายตาเหยียดหยาม ชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีแดงสดที่เธอจงใจสวมใส่เพื่อยั่วยวนเขา ช่างมันตัดกับผิวขาวจัดที่ตอนนี้ขึ้นสีระเรื่อเพราะฤทธิ์ยา ที่เจ้าของร่างดื่มเพื่อปลุกความกล้าในตัวเอง
“ในเมื่อเธออยากได้ฉันจนตัวสั่น จนต้องพึ่งยาชั้นต่ำแบบนี้ ฉันก็จะจัดให้! แต่จำไว้นะมู่หรงเสวี่ย... อย่าหวังว่าฉันจะรักผู้หญิงอย่างเธอ!”
แคว่ก!
"กรี๊ดด!"
ลู่เหม่ยกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อมือหนากระชากชุดนอนสายเดี่ยวของเธอจนขาดวิ่น เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มขาวผ่องที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบถี่ ความเย็นจากแอร์ปะทะผิวสาวทำให้ยอดปทุมถันสีหวานชูชันอย่างเชิญชวน
โม่เยี่ยนเฉิงคำรามในลำคออย่างหมดความอดทน เขาฝังใบหน้าลงซุกไซร้ดูดกลืนรสหวานจากยอดอกสองเต้าอวบ เขาทั้งดูดทั้งบีบเค้นทำให้ลู่เหม่ยดิ้นรนอย่างสับสน
“อ๊ะ! อย่าทำ...”
“อย่าทำงั้นเหรอ? เธอเป็นคนวางยาฉันเองนะ! เพราะฉะนั้นเธอต้องรับผิดชอบ!”
เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ก่อนจะใช้ริมฝีปากร้อนผ่าวฉกชิงความหวานจากยอดอกสีหวานอย่างตะกรุมตะกราม ลู่เหม่ยแอ่นอกรับสัมผัสอย่างลืมตัว ความเจ็บปนความเสียวซ่านทำให้สมองของเธอขาวโพลนไปหมด
โม่เยี่ยนเฉิงไม่รอช้า เขาจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแทรกกายเข้ามาท่ามกลางความคับแน่นอย่างป่าเถื่อนโดยไม่มีการเบิกทางใดๆ
“กรี๊ดดด! เจ็บ... ฉันเจ็บ! เอาออกไป!”
ลู่เหม่ยน้ำตาไหลพราก ความเจ็บปวดรวดร้าวเหมือนร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ทำให้เธอแทบสิ้นสติ โม่เยี่ยนเฉิงชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์ที่เขาเพิ่งทำลายลง แต่แรงอารมณ์ที่ถูกยาขับเคลื่อนทำให้เขาหยุดตัวเองไม่ได้
"อ๊ะ!..อื้ออออ!..." ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาบดขยี้ริมฝีปากเธอจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ สัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความรุนแรงและป่าเถื่อน ราวกับต้องการจะทำลายร่างนี้ให้แหลกคามือ
ความเจ็บปวดที่ได้รับในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านอย่างรวดเร็ว ลู่เหม่ยในร่างมู่หรงเสวี่ยพยายามจะผลักไสแผงอกกว้างที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ แต่ปลายนิ้วของเธอกลับจิกเกร็งลงบนบ่าแกร่งเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ฤทธิ์ยาปลุกอารมณ์ที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งไว้ให้เป็นมรดกบาปกำลังออกฤทธิ์เล่นงานเธออย่างรุนแรง
“อ๊ะ!...อ่าาา!...”
เสียงของเธอพร่าสั่น ไม่ใช่เพียงเพราะความเจ็บ แต่เพราะความรุ่มร้อนที่ม้วนตัวอยู่ในท้องน้อย ทุกครั้งที่เขากระแทกกายเข้าหา ร่างกายของเธอจะตอบสนองด้วยการบีบรัดอย่างลืมตัว ความขัดแย้งระหว่างสมองที่อยากจะหนีกับร่างกายที่โหยหาการเติมเต็มทำให้ลู่เหม่ยรู้สึกสับสน
โม่เยี่ยนเฉิงที่เคยตั้งมั่นว่าจะมอบเพียงความเจ็บช้ำให้หญิงสาวใต้ร่างกลับต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงครางกระเส่าที่หวานล้ำ ดวงตาที่เคยมืดมิดด้วยความโกรธเริ่มพร่าเลือนด้วยความต้องการที่แท้จริง กลิ่นกายสาวที่หอมกรุ่นปนกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ จากตัวเธอกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ลุกโชน
“เธอมันผู้หญิงแพศยา... มู่หรงเสวี่ย” เขาคำรามลอดไรฟัน ทว่าน้ำเสียงกลับไม่ได้เต็มไปด้วยความเกลียดชังเหมือนก่อนหน้า เขาโน้มตัวลงมาบดจูบที่ริมฝีปากอวบอิ่มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับแฝงไปด้วยความเร่าร้อนที่พยายามจะสูบวิญญาณของเธอออกไป
“อื้อออ...” ลู่เหม่ยครางในลำคอ เธอไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย เธอขยับสะโพกตอบรับจังหวะที่ดุดันของเขาอย่างลืมตัว มือที่เคยผลักไสเปลี่ยนมาโอบกอดรอบลำคอหนา กดใบหน้าของเขาให้ลงมาดูดกลืนเต้าอวบของเธอ
“อ๊ะ!...เสียว...แรงอีกนิด”
คำพูดนั้นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง โม่เยี่ยนเฉิงคำรามอย่างพึงพอใจ เขาเร่งจังหวะกระแทกให้เร็วขึ้นอีก
เสียงลมหายใจหอบถี่และเสียงเนื้อกระทบกันดังก้อไปทั่วห้อง สู้กับเสียงสายฟ้าที่ยังคงคำรามอยู่ด้านนอก
โม่เยี่ยนเฉิงในยามนี้ไม่ต่างจากอสูรร้ายที่หิวโหย จังหวะที่เคยดุดันเริ่มเปลี่ยนเป็นความหนักหน่วงและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ
“อ๊ะ... อ่า... แรงเกินไป... เบาๆ หน่อย...” ลู่เหม่ยครางพึมพำ ใบหน้าของเธอเหยเกด้วยความเสียวซ่านที่ท่วมท้นจนรับไม่ไหว สติของเธอพร่าเลือนจนแยกไม่ออกว่านี่คือความจริงหรือความฝัน
“พอเหรอ? มันยังไม่จบหรอกมู่หรงเสวี่ย ในเมื่อเธออยากเป็นเมียมาฉันนัก ฉันก็จะให้เธอเป็น... เป็นจนกว่าเธอจะคลานลงจากเตียงไม่ไหว!”
ชายหนุ่มพลิกร่างบางให้หันหลังในท่าคลานเข่า เพียงเสี้ยววินาที ความร้อนผ่าวจากกายแกร่งก็ทาบทับลงมาอีกครั้ง เขาจิกเส้นผมสลวยของเธอให้แหงนหน้าขึ้นรับจูบที่เร่าร้อนทางอ้อม ก่อนจะโถมกายเข้าใส่จากทางด้านหลังอย่างหนักหน่วง
“อ๊ะ! ... จุก!... ฉันจุก!... มันลึกไป!”
ลู่เหม่ยซบหน้าลงกับหมอน จิกเล็บลงบนที่นอนจนผ้าปูยับย่น ร่างกายของเธอสั่นสะท้านตามแรงอารมณ์ที่คนข้างกลังปรนเปรอให้ ทุกครั้งที่เขาขยับกาย ความเป็นชายที่แข็งขึงและใหญ่โตกลับดูเหมือนจะขยายขนาดขึ้นตามแรงราคะ เขาบดเบียดสะโพกสอบเข้าหาความคับแน่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่อาจทราบได้ บทรักรอบแรกจบลงด้วยเสียงคำรามลั่นของชายหนุ่ม พร้อมกับหยาดน้ำรักที่อุ่นวาบซัดสาดเข้าสู่กายสาวจนล้นปรี่ ลู่เหม่ยฟุบหน้าลงอย่างหมดแรง ลมหายใจของเธอขาดห้วง ร่างกายทุกส่วนปวดร้าวราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
แต่ทว่า... ฝันร้ายที่แสนหวานนี้กลับยังไม่สิ้นสุด
เพียงแค่โม่เยี่ยนเฉิงถอนกายออกไปได้ไม่ถึงนาที เขากลับมองดูร่างเปลือยเปล่าที่ขาวโพลนตัดกับรอยรักสีกุหลาบทั่วตัวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความเกลียดชังในคราแรกถูกแทนที่ด้วยความลุ่มหลงที่เจ้าตัวยังไม่ยอมรับ กลิ่นกายของมู่หรงเสวี่ยในตอนนี้ช่างหอมยั่วยวนกว่าครั้งไหนๆ
หญิงสาวพยายามจะดึงผ้าห่มมาปิดบังร่างกาย เมื่อเห็นสายตาหื่นกระหาย แต่กลับถูกมือหนารวบข้อมือไว้แล้วกดลงกับเตียงอีกครั้ง
"อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะจบง่ายๆ ” สายตาคมกริบจ้องมองยอดอกสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตา เขาไม่รอช้าที่จะก้มลงครอบครองมันอีกครั้ง ลู่เหม่ยพยายามดิ้นรนแต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างน่าอาย เธอเผลอแอ่นกายเข้าหาลิ้นร้อนที่ตวัดระรัวบนยอดอก
“อื้อออ... ไม่นะ... ฮึก... ร่างกายมัน...”
“ร่างกายเธอมันร่านยังไงละ มู่หรงเสวี่ย” โม่เยี่ยนเฉิงกระซิบชิดใบหู ก่อนจะแยกขาเรียวสวยออกกว้าง แล้วแทรกตัวเข้าไปสัมผัสกับจุดอ่อนไหวที่ยังคงชุ่มฉ่ำและบวมแดงจากศึกคราแรก
บทรักรอบที่สองและสามตามมาอย่างต่อเนื่อง โม่เยี่ยนเฉิงเปลี่ยนท่วงท่าไปตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ทั้งอุ้มเธอขึ้นมาแนบอกให้ขาเรียวเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น จังหวะที่เขากระแทกกระทั้นในแนวตั้งทำให้ลู่เหม่ยรู้สึกเสียวซ่านถึงที่สุด
“อ่าาา!... ฉันไม่ไหวแล้ว... ฮือออ... ปล่อยฉันไปที...” เธอกระซิบเสียงแผ่ว น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความเหนื่อยอ่อนที่ถึงขีดสุด
แต่มาเฟียหนุ่มกลับไม่นำพา เขาบดจูบปิดปากเธอเพื่อกลืนกินเสียงอ้อนวอน แรงอารมณ์ของเขาดูจะไร้ขีดจำกัด เขากระแทกกายเข้าหาความอ่อนนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงเตียงไม้ราคาแพงดังเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะที่ดุดัน สลับกับเสียงหายใจหอบกระเส่าที่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว
จนกระทั่งรุ่งสางความรุ่มร้อนภายในห้องถึงได้เริ่มมอดดับลง โม่เยี่ยนเฉิงกระแทกกายเป็นจังหวะสุดท้ายอย่างรุนแรง ก่อนจะปลดปล่อยลาวาร้อนระอุเข้าสู่ร่างกายของหญิงสาวเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่ทราบได้ เขาทรุดตัวลงทับร่างบางที่บัดนี้แน่นิ่งไปแล้ว
โม่เยี่ยนเฉิงมองใบหน้าของหญิงสาวที่เขาเคยตราหน้าว่าแพศยา บัดนี้กลับดูบริสุทธิ์และน่าสงสารอย่างประหลาด คราบน้ำตายังคงเกาะอยู่ที่หางตาของเธอ รอยช้ำที่เขาฝากไว้ทั่วเรือนร่างทำให้ใจที่เคยแข็งกระด้างของมาเฟียหนุ่มกระตุกวูบ
“สำออย...” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ก่อนจะลุกออกจากเตียงหยิบกางเกงขึ้นมาสวมใส่ แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
