บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ฉันคือนางร้าย

ตอนที่ 2 ฉันคือนางร้าย

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา ลู่เหม่ยค่อยๆ รู้สึกตัวตื่น สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความเจ็บระบมที่ช่วงล่างเตือนให้นึกถึงเหตุการณ์ฝันร้ายอันโหดร้ายเมื่อคืน

เธอพยายามค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บปวดแปลบแล่นเข้าสู่สมองจนต้องนิ่วหน้า สายตาพร่าเบลอค่อยๆ ปรับโฟกัส สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น

ห้องนอนสไตล์คลาสสิกที่ตกแต่งอย่างหรูหราทว่าดูเก่าแก่ เฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักสีเข้ม โคมไฟระย้าแบบโบราณ และบรรยากาศที่แตกต่างจากห้องนอนของเธออย่างสิ้นเชิง

ลู่เหม่ยหันไปมองกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ปลายเตียง เงาที่สะท้อนออกมาทำให้เธอถึงกับช็อก

ใบหน้าในกระจกไม่ใช่ใบหน้าจิ้มลิ้มธรรมดาๆ ของลู่เหม่ย พนักงานออฟฟิศสาววัย 25 ปีอีกต่อไป

แต่เป็นสาวสวยที่งดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด ใบหน้าเรียวรูปไข่ขาวเนียนละเอียดดุจกระเบื้องเคลือบชั้นดี รับกับคิ้วโก่งเรียวพาดเฉียงดั่งใบหลิวที่ขับให้ดวงตาหงส์คู่นั้นดูหยิ่งยโสและดื้อรั้นท้าทายโลก

ริมฝีปากอิ่มตึงที่บัดนี้บวมช้ำกลับยิ่งส่งให้เธอดูมีเสน่ห์ยั่วยวนอย่างร้ายกาจ เส้นผมสีดำขลับราวกับขนปีกกาแผ่สยายเต็มแผ่นหลังนวลเนียนที่เต็มไปด้วยรอยฟันสีม่วงคล้ำ และที่โดดเด่นที่สุดคือรูปร่างที่ส่วนโค้งส่วนเว้าชัดเจน ทรวงอกอวบอิ่มล้นทะลักนั้นช่างขัดกับเอวที่คอดกิ่วจนน่าใจหาย เป็นความงามที่ดูอันตรายและพร้อมจะแผดเผาทุกอย่างที่เข้าใกล้ ผิวขาวจัดลายพร้อยไปด้วยรอยนิ้วมือสีเข้มและรอยขบเม้มจนห้อเลือด ยอดอกสีหวานบวมช้ำจากการถูกบดขยี้อย่างรุนแรง

“ไม่จริง!...” ลู่เหม่ยยกมือที่สั่นระริกขึ้นสัมผัสพวงแก้มขาวเนียน ความรู้สึกสมจริงของผิวสัมผัสและกลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงปนกับกลิ่นคาวโลกีย์ในห้อง ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ปฏิทินตั้งโต๊ะระบุปี 1986 อย่างชัดเจน ยิ่งย้ำชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน เธอพยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง ปะติดปะต่อคำพูดร้ายกาจของผู้ชายป่าเถื่อนคนเมื่อคืน

“เธอกล้ามากนะมู่หรงเสวี่ย...”

“มู่หรงเสวี่ย... โม่เยี่ยนเฉิง...” เธอพึมพำชื่อเหล่านั้นออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สมองที่มึนงงเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว

ชื่อนั้นและปี พ.ศ. ที่อยู่ในปฏิทินมันคือทุกอย่างที่ปรากฏอยู่ในนิยายเรื่อง ‘บ่วงรักมาเฟียเซี่ยงไฮ้’ ที่เธอเพิ่งอ่านจบก่อนจะวูบหลับไปชัดๆ!

ในนิยายเรื่องนั้น มู่หรงเสวี่ยเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลมู่ที่มีพระคุณต่อตระกูลโม่ในอดีต เธอขอร้องให้พ่อของเธอใช้บุญคุณของบรรพบุรุษบีบคั้นให้โม่เยี่ยนเฉิงแต่งงานด้วย หลังจากได้แต่งงานกับมาเฟียหนุ่มจนสมใจแล้ว มู่หรงเสวี่ยคิดว่ายังไงความสวยของเธอก็สามารถเอาชนะใจที่เย็นชาของสามีได้ แต่เปล่าเลย...ยิ่งเธอพยายามผูกมัดเขา เขาก็ยิ่งเกลียดเธอ มู่หรงเสวี่ยติดตามสามีไปแทบทุกที่ ตบตีผู้หญิงทุกคนที่กล้าเสนอตัวให้เขา และเมื่อเขาเจอกับเถียนเซียง นางเอกแสนดีคนนั้น... มู่หรงเสวี่ยก็ยิ่งเสียสติ เธอทำร้ายแกล้งนางเอกสารพัด ทั้งจ้างคนไปฉุด ทั้งสาดน้ำกรด แต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นแผนที่ช่วยส่งเสริมให้โม่เยี่ยนเฉิงยิ่งสงสารและปกป้องเถียนเซียงมากขึ้น จนโม่เยี่ยนเฉิงทนพฤติกรรมของเธอไม่ไหว จึงให้ลูกน้องจับเธอส่งไปอยู่ในโรงพยาบาลบ้า

ในนิยายบทนี้... มันคือจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม มู่หรงเสวี่ยวางยาปลุกเซ็กซ์โม่เยี่ยนเฉิงเพื่อหวังจะให้เขารักและประทับใจในบทสวาท แต่เธอมองข้ามสันดานดิบของพยัคฆ์ร้ายอย่างเขาไป โม่เยี่ยนเฉิงไม่เคยแม้แต่ชายตามองเธอ ยิ่งเธอทำแบบนี้เขาก็ยิ่งรังเกียจเธอมากขึ้นไปอีก

“บ้าไปแล้ว... ถ้าเป็นตามเนื้อเรื่อง หลังจากนี้ฉันต้องทำตัวงี่เง่า ไล่ตบตีผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เข้าเขา แล้วสุดท้ายก็โดนเขาจับขัง ก่อนจะอาละวาดทำร้ายตัวเองประชดขา"

ลู่เหม่ยส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่! ฉันจะไม่ยอมจบชีวิตแบบในนิยายแน่!”

ขณะที่ลู่เหม่ยกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก เสียงเคาะประตูห้องนอนก็ดังขึ้น

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

“นายหญิงคะ... ดิฉันเข้าไปได้ไหมคะ?”

ลู่เหม่ยรู้ได้ทันทีว่าเจ้าของเสียงนี้คือใคร อาเจินสาวใช้หน้าซื่อที่มักจะกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของมู่หรงเสวี่ยอยู่เสมอ ไม่ว่ามู่หรงเสวี่ยจะโกรธสามีหรือหงุดหงิดเรื่องอะไร อาเจินมักจะเป็นคนแรกที่โดนตบหน้าหรือโดนปาสิ่งของใส่

ลู่เหม่ยรีบเอื้อมมือไปหยิบชุดคลุมผ้าไหมสีแดงที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมอย่างเร่งรีบ

“เข้ามา...” เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น

ประตูเปิดออกช้าๆ อาเจินก้าวเข้ามาพร้อมถาดน้ำอุ่นและผ้าเช็ดหน้า เธอเดินก้มหน้าก้มตา ไหล่ห่อเข้าหากันราวกับรอรับแรงกระแทกจากฝ่ามือหรือคำด่าทอที่มักจะเกิดขึ้นทุกเช้า

“วางไว้ตรงนั้นเถอะ” ลู่เหม่ยบอกพลางพยายามกระชับสาบเสื้อคลุมปิดหน้าอกอวบที่โผล่พ้นขอบผ้าออกมา รอยช้ำที่โผล่พ้นคอเสื้อคลุมทำให้อาเจินที่แอบชำเลืองมองถึงกับตาโตด้วยความตกใจ แต่ในแววตานั้นก็มีความชิงชังที่ฝังรากลึกอยู่

ในคฤหาสน์ตระกูลโม่แห่งนี้ ไม่มีใครชอบมู่หรงเสวี่ยเลยสักคน ตั้งแต่คนสวนไปจนถึงหัวหน้าแม่บ้าน ทุกคนมองว่าเธอคือเนื้อร้ายที่ทำให้คฤหาสน์ที่เคยสงบสุขต้องร้อนเป็นไฟ

“เอ่อ...วันนี้นายหญิงจะใส่ชุดสีอะไรดีคะ”

ลู่เหม่ยในร่างของมู่หรงเสวี่ยลอบสังเกตท่าทางนั้น เธอสัมผัสได้ถึงรังสีความเกลียดชังที่แผ่ออกมาจากตัวอาเจิน ก็แหงล่ะโดนนางร้ายระเบิดอารมณ์ใส่ทุกวันไม่เกลียดก็บ้าแล้ว

“ไม่ต้องเดี๋ยวฉันจัดการเอง ออกไปเถอะ” ลู่เหม่ยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามันกลับกังวานและทรงอำนาจอย่างประหลาด

อาเจินชะงักไปครู่หนึ่ง ปกติแล้วมู่หรงเสวี่ยจะต้องแผดเสียงด่าทอ หรือไม่ก็ปาหมอนปาแจกันใส่เธอเพื่อระบายอารมณ์ที่สามีทิ้งไปตั้งแต่รุ่งสาง แต่วันนี้หญิงสาวกลับสงบนิ่งจนน่ากลัว

“แต่... แต่นายท่านสั่งไว้ว่า...”

“ฉันบอกให้ออกไป!” ลู่เหม่ยเผลอขึ้นเสียงเล็กน้อยเพราะความเจ็บแปลบที่ท้องน้อยเริ่มทวีความรุนแรง เธอไม่อยากให้ใครมาเห็นสภาพที่อ่อนแอเช่นนี้

อาเจินสะดุ้งสุดตัว รีบวางถาดน้ำอุ่นลงบนโต๊ะเครื่องแป้งอย่างลนลาน “ค่ะ... ไปแล้วค่ะ”

เมื่อประตูห้องนอนบานยักษ์ปิดลง ลู่เหม่ยก็พรั่งพรูลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง เธอพยายามจะก้าวขาลงจากเตียง แต่เพียงแค่เท้าแตะพื้นพรม ความเจ็บปวดที่กึ่งกลางกายก็ทำให้เธอทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที

“อึก... ไอ้พระเอกสารเลว...” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บใจและเจ็บกาย

สภาพของเธอตอนนี้ไม่ต่างจากตุ๊กตากระเบื้องที่ถูกทุบจนร้าวไปทั้งตัว ลู่เหม่ยกัดฟันกรอด ใช้มือทั้งสองข้างยันพื้นพรม คลานกระเสือกกระสนไปตามพื้นห้องนอนที่กว้างขวาง เป้าหมายคือห้องน้ำที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน

เธอใช้เวลาเกือบห้านาทีในการพาตัวเองมาถึงขอบอ่างอาบน้ำวนขนาดใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปเปิดก๊อกน้ำทองเหลือง ปล่อยให้น้ำอุ่นไหลลงสู่อ่างเสียงน้ำที่ตกกระทบพื้นอ่างช่วยปลอบประโลมจิตใจที่วุ่นวายได้บ้าง เธอหยิบขวดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นกุหลาบที่วางอยู่ข้างอ่างเทลงไป กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้องน้ำหรูหรา แต่มันไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

มือเรียวค่อยๆ ปลดสายคาดเอวผ้าไหมสีแดงออก ชุดคลุมร่วงหล่นลงกองกับพื้น ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเรียวยาวลงไปในอ่างน้ำช้าๆ ทันทีที่น้ำอุ่นสัมผัสกับบาดแผลที่ฉีกขาด เธอถึงกับสะดุ้งโหยงและหลุดปากร้องซี้ดออกมาด้วยความแสบ แต่เมื่อแช่ไปสักพัก ความอุ่นของน้ำก็เริ่มช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด

ลู่เหม่ยล้างตัวจนสะอาด เธอรวบรวมกำลังเดินออกจากอ่างน้ำด้วยขาที่สั่นเทากลับออกมาที่ห้องนอน เธอเปิดตู้เสื้อผ้าไม้พะยูงหลังใหญ่ มองดูชุดกี่เพ้าหลากสีสันที่มีแต่สีฉูดฉาดและผ่าข้างสูงเพื่อดึงดูดสายตาสามี เธอเบือนหน้าหนีและเลือกหยิบกี่เพ้าสีน้ำเงินเรียบหรูออกมาแทน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel