ตอนที่ 8 สูญเสียทั้งหมด
"อาจจะเป็นภาวะความจำเสื่อมแบบเลือกจำได้ค่ะ เกิดจากกลไกการป้องกันตัวเองของจิตใจ พบในคนไข้ที่สะเทือนใจมาก ๆ ต่อเหตุการณ์ร้ายแรง สมองจะเลือกกดเก็บความทรงจำนั้นไว้เพื่อให้คนไข้ยังสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ค่ะ ตรงนี้หมอไม่ทราบว่าคนไข้เจอเรื่องกระทบกระเทือนใจก่อนเกิดอุบัติเหตุหรือเปล่า" จิตแพทย์โรงพยาบาลกึ่งบอกกึ่งถาม เมื่อหมอรักษาโรคทางกายหาสาเหตุไม่ได้ และครองขวัญก็ยืนยันว่าตัวเธอจำเขาไม่ได้จริง ๆ อนิรุทธิ์จึงขอปรึกษาจิตแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
"เราทะเลาะกันนิดหน่อยครับ" เขาไม่รู้ว่าเรื่องนั้นมันร้ายแรงหรือเปล่า "แต่จริง ๆ มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร" เขายังไม่ได้ตัดสินใจจะเลิกกับเธอ คำว่าหย่าตอนนั้นก็เพียงแค่ประชดประชันด้วยอารมณ์โมโหเท่านั้น
"คนเราเซ้นสิทีฟไม่เท่ากันค่ะ เรื่องเล็ก ๆ สำหรับคนนึง อาจจะเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับอีกคน ตรงนี้หมอแนะนำให้พาคนไข้มาประเมินหรือรับการรักษาดีกว่าค่ะ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความยินยอมของคนไข้ด้วย บางคนเจอเรื่องร้ายแรงมาก ๆ เช่นเหตุการณ์ที่พ่อแม่เสียชีวิต เจ้าตัวไม่อยากจดจำ ลืมไปเสียจะดีกว่า กรณีนี้คนไข้ก็จะไม่เข้ารับการรักษาค่ะ เพราะการจำไม่ได้มันดีกว่า"
ทว่าเมื่ออนิรุทธิ์ให้ครองขวัญมารักษา หญิงสาวกลับยืนยันว่าไม่
"ฉันจำเพื่อนฉันได้ค่ะ จำตัวเอง จำพ่อแม่ได้ แต่ฉันจำคุณไม่ได้เฉย ๆ"
อาริตาจึงขอให้อนิรุทธิ์ให้เวลาครองขวัญสักพักบางทีสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นผลมาจากอุบัติเหตุ
"เอาแค่ว่าตอนนี้ขวัญยังปลอดภัยดี ร่างกายปกติก็พอแล้วล่ะรุทธ์" อาริตายังไม่อยากให้อนิรุทธิ์ทำอะไรไปมากกว่านี่ ตอนนี้แค่ร่างกายกลับมาปกติก็นับว่าโชคดีมากแล้ว "ส่วนเรื่องที่ขวัญจำรุทธ์ไม่ได้ ริตาว่าค่อย ๆ ให้เวลาขวัญสักหน่อย พอกลับไปบ้านได้เจอบรรยากาศเก่า ๆ ความทรงจำของขวัญอาจจะกลับมาก็ได้"
ทว่าเมื่อถึงเวลากลับบ้านจริง ๆ ในอีกสัปดาห์ต่อมา ท่าทางของครองขวัญยังเฉยเมย อนิรุทธิ์มารับหญิงสาวแต่เช้า เขาเอาเสื้อผ้ามาให้เธอเปลี่ยน ครองขวัญรับมาด้วยสีหน้าราบเรียบ เดินเข้าไปเปลี่ยนชุดคนไข้เป็นเสื้อยืดสีขาวลายดอกไม้พอดีตัวในห้องน้ำก่อนจะออกมาเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน
"จริง ๆ ไม่ต้องมารับก็ได้นะคะ ฉันกลับเองได้" ครองขวัญบอกแล้วถือกระเป๋าเดินออกจากห้อง ตรงไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย ก่อนจะกดลิฟท์ลงไปข้างล่าง
หญิงสาวจะเดินไปป้ายรถเมล์ อนิรุทธิ์ที่เดินตามมาดึงแขนเธอไว้ แววตาครองขวัญไม่พอใจขึ้นมาแวบนึง ก่อนจะหันมาหาเขา
"มีอะไรเหรอคะ"
"ขวัญจะไปไหน"
"เรียกรถกลับบ้านค่ะ"
"ก็กลับกับรุทธ์ไง"
"ฉันไม่สะดวกใจน่ะค่ะ" ครองขวัญถอยห่างจากเขาก้าวหนึ่ง อนิรุทธิ์นิ่งงัน ตัวชา ปวดแปลบขึ้นมาในอก
"หมายความว่าไงไม่สะดวกใจ"
"ฉัน" ครองขวัญลังเลว่าจะพูดมันออกมาดีมั้ย หญิงสาวกลั่นกรองถ้อยคำในหัวก่อนจะเอ่ยผ่านริมฝีปากออกมาว่า "รู้สึกไม่สบายใจเวลาที่อยู่ใกล้ ๆ คุณน่ะค่ะ"
ความปลอดภัยที่เคยรู้สึกหลุดลอยไปตั้งแต่วันที่รู้ว่าคนอย่างอนิรุทธิ์สามารถทรยศเธอได้
ตั้งแต่วันที่ยื่นเงินเก็บทั้งหมดที่มีให้เขาจ่ายค่าเทอมเพื่อเดินทางไปสู่ความฝัน วันนั้นครองขวัญฝากทุกความไว้วางใจกับผู้ชายชื่ออนิรุทธิ์ทั้งหมด
"รุทธ์น่ะหัวดี ขวัญเชื่อว่ารุทธ์จะทำได้ เรียนจบ เป็นทนาย แล้วมาสร้างครอบครัวด้วยกันนะ"
ความไว้ใจเดินทางยาวนานหกปีเพื่อจะพบว่าสุดท้ายเป็นแค่ความโง่งม เป็นความเชื่อแบบผิด ๆ เหมือนที่เพื่อนเคยเตือนว่า
"แกไม่กลัวเหรอขวัญ รุทธ์น่ะล้อหล่อ แล้วก็น่าเอ็นดู๊น่าเอ็นดู วันนึงถ้าได้เป็นทนาย ผู้หญิงจะยิ่งรุมตอมหึ่ง ๆ เลยล่ะ"
"รุทธ์เขารักฉัน เราผ่านอะไรกันมาเยอะ" ครองขวัญเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองมีมากกว่าผู้หญิงคนอื่นคือความทรงจำ ความผูกพัน ยังไงเธอก็ไม่มีวันแพ้
"ผัวเมียที่เลิกกันน่ะ ก็ไม่ได้ผ่านกันมาน้อยหรอกนะ แกเหลือที่ไว้ให้ตัวเองหายใจบ้าง ไปทุ่มเทให้ผู้ชายหมด ตอนโดนเทมันจะขาดใจตายเอานะ"
อนิรุทธิ์นิ่งงัน อารมณ์หนึ่งเขาโกรธ หากอีกอารมณ์ก็เจ็บปวด เขาโกรธที่การจำไม่ได้ของครองขวัญโบยตีความเชื่อมั่นว่าตัวเองเป็นที่รักมาตลอดหกปีย่อยยับ และที่เขาเจ็บปวดก็เพราะว่าอนิรุทธิ์รู้สึกว่าตัวเองได้สูญเสียพื้นที่ปลอดภัยไปจากชีวิตแล้ว
