เมื่อนางร้ายขอหย่ารัก

48.0K · ยังไม่จบ
พาไล
30
บท
349
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ความผิดพลาดเดียวในชีวิตคือครองขวัญลืมรักตัวเอง ความรักทั้งหมดเธอทุ่มให้กับอนิรุทธ์ ผู้ชายคนแรกและคนเดียวในชีวิต รับงานพริตตี้แทบจะทุกแบรนด์ในประเทศไทย เพื่อให้ผู้ชายได้เรียนจนจบมีหน้าที่การงานที่ดี เป็นทนายอย่างที่ฝัน แต่สิ่งที่ครองขวัญได้กลับมาคือ การทรยศ อนิรุทธ์วางแผนจะถีบหัวเธอส่งเพื่อไปแต่งงานกับลูกสาวเจ้านายพร้อมรับตำแหน่งสูงส่งและเงินเดือนหลักหลายแสน ครองขวัญเครียดจนรถคว่ำต้องเสียลูกในท้องไป "แกรู้มั้ยขวัญโลกใบนี้มันทำงานยังไง เมื่อเราให้อะไรใครไปเท่าไหร่ คนคนนั้นเขาจะไม่ได้คิดว่าแกดี แต่เขาจะคิดว่าแกโง่ และเรียกร้องเอาจากแกมากขึ้นไปอีก" เพื่อน ๆ บอกครองขวัญอย่างนั้น เพื่อให้ผู้ชายอันเป็นที่รักได้เชิดหน้าชูตาต่อไป ครองขวัญแกล้งความจำเสื่อม แกล้งจำไม่ได้ว่ารักผู้ชายที่ชื่ออนิรุทธ์มากแค่ไหน แกล้งไม่รับรู้ว่าตัวเองอยู่กินกับเขามากี่ปี แกล้งลืมความสัมพันธ์ยาวนานหกปีและปล่อยให้สามีใจร้ายได้เป็นอิสระอย่างที่หวัง ส่วนเธอจะเดินหน้าเยียวยาจิตใจและเป็นคนใหม่ที่รักตัวเอง นับจากนี้นางร้ายคนนี้จะหยุดรักผู้ชายใจร้ายและหันมารักตัวเองสักที !! นางร้ายคนนี้ขอหย่ารักจากผู้ชายใจร้ายค่ะ ......................... แนวดราม่าฟาดฟันแบบเบ๊า เบา 55555 (หราาาาา) เอาเป็นว่าใครชอบแนวนางเอกเก่ง ไม่ยอมคน ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ

นิยายรักโรแมนติกนิยายรักนิยายปัจจุบันโรแมนติกดราม่าหักหลัง

ตอนที่ 1 ข้อเสนอที่เพิ่งรู้

เป็นเวลาเกือบทุ่มตรงแล้วตอนที่ครองขวัญพบว่าโทรศัพท์มือถือของสามีวางอยู่บนโต๊ะในห้องรับแขก

เริ่มแรกหญิงสาวได้ยินเสียงโทรศัพท์สั่น ครั้นหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาดูก็ไม่พบว่ามีใครโทรเข้ามา ครองขวัญเดินตามเสียงออกมาจากห้องครัวแล้วพบว่าโทรศัพท์ของสามีสั่นอยู่บนโต๊ะในห้องรับแขก ปกติอนิรุทธิ์ไม่ใช่คนขี้หลงขี้ลืม แต่ช่วงนี้เขายุ่งมากจริง ๆ

สายโทรเข้าไม่ปรากฏชื่อ เห็นแค่ตัวเลขเรียงกันสิบหลัก ครองขวัญไม่อยากละลาบละล้วงจึงวางเครื่องมือสื่อสารลงตามเดิม จากนั้นหญิงสาวปลดผ้ากันเปื้อนแล้วขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็ว ๆ ก่อนจะลงมาเพื่อเอาโทรศัพท์มือถือไปให้สามีที่บริษัท

ตอนลงมาเสียงโทรศัพท์ก็ยังดังไม่หยุด

ครองขวัญเริ่มกังวลว่าหรือปลายสายจะมีเรื่องด่วน หากไม่รับสามีของเธอจะเดือดร้อนหรือเปล่า อนิรุทธิ์เพิ่งเข้าทำงานบริษัทใหญ่ไม่นาน หากพลาดการติดต่อไปแล้วเขาเสียงานคงไม่ดีแน่

ชั่งใจครู่หนึ่งครองขวัญจึงรับสาย

เสียงทุ้ม ๆ แหบ ๆ ของผู้ชายสูงวัยดังมาโดยไม่ถามว่าปลายสายเป็นใคร ครองขวัญไม่ทันแม้กระทั่งจะได้แย้งด้วยว่าตัวเองไม่ใช่เจ้าของโทรศัพท์

“รับสักทีนะนายรุทธ์ ฉันจะโทรมาถามว่าเรื่องที่ให้ตัดสินใจน่ะ ตกลงว่ายังไง”

หญิงสาวกำลังจะอธิบาย ทว่าไม่ทันอีกฝ่าย เสียงแหบและทุ้มยังคงพูดต่อไปอีกว่า

“ก็อย่างที่บอกนะ จู่ ๆ จะมาให้ยกตำแหน่งให้ฟรี ๆ คงไม่ใช่หรอก ฉันเองเห็นว่านายเป็นคนหนุ่มอนาคตไกล ทำงานดีแล้วก็มีความซื่อสัตย์ คนแบบนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ หรอก ยัยนุชลูกสาวฉันเองก็ชอบนาย ถ้านายตอบตกลงว่ายินดีจะช่วยครอบครัวฉันดูแลธุรกิจ ยอมแต่งงานกับยัยนุช เรื่องตำแหน่งก็นับว่าเล็กน้อยมาก ฉันให้นายได้มากกว่าแค่ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายกับเงินเดือนสามสี่แสนนี่อีก ฉันว่านายไม่ใช่คนโง่นะ เรื่องแค่นี้น่าจะตัดสินใจไม่ยาก”

ครองขวัญไม่รู้หรอกว่าเจ้าของโทรศัพท์จะตัดสินใจยากมั้ย แต่เธอตัดสินใจไม่ยากเมื่อความโกรธพุ่งปรี๊ดประหนึ่งน้ำพุร้อนสันกำแพง พาสองเท้าก้าวออกจากทาวเฮ้าส์สองชั้น ตรงไปขึ้นรถเก๋งขับไปหาสามีที่บริษัททันที

ตั้งแต่อนิรุทธิ์ไปทำงานบริษัทใหญ่เขาก็เงียบขรึม บางครั้งคล้ายกำลังคิดอะไรในหัวเพียงลำพัง

ครองขวัญไม่ก้าวก่ายเพราะคิดไปเองว่าบริษัทใหญ่งานคงยากเป็นธรรมดา หญิงสาวจึงคอยสนับสนุนอยู่เงียบ ๆ อย่างห่วง ๆ

ไม่คิดว่าที่สามีใจลอยเพราะมีคนยื่นข้อเสนอน่ารังเกียจมาให้ เพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้คนเราไม่ได้มอบตำแหน่งงานให้เพียงเพราะว่าใครคนนั้นเหมาะสม

แต่มอบให้เพราะอยากให้ลูกได้ผัวคนอื่นจนตัวสั่น ความละอายใจไม่มีบ้างหรือไร

หน้าครองขวัญร้อนผ่าว ๆ หญิงสาวกัดปากแน่น พยายามระงับความโกรธ ทว่าก็ได้แต่พยายาม เมื่ออารมณ์พลุ่งพล่านด้วยความกลัวว่าตัวเองจะอยู่นอกวงโคจรผลประโยชน์นี้และอาจจะกลายเป็นคนเดียวที่โดนทำร้ายเพียงลำพัง

จากบ้านถึงบริษัทของสามีใช้เวลาเพียงสามสิบนาที ลงจากรถได้ครองขวัญก็เดินดุ่ม ๆ เข้าไปทันที ผู้คนกำลังทยอยเข้าไปในงานเลี้ยงประจำปีของเจพีพัฒนา บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่รายหนึ่งของประเทศ

สายตาครองขวัญเห็นอนิรุทธิ์ผู้เป็นสามี กำลังยืนคุยกับชายสูงวัยคนหนึ่ง ความเป็นลูกแม่ค้าทำให้ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น ยิ่งเห็นหญิงสาวตัวเล็กน่ารักคล้ายลูกคุณหนูบ้านไหนสักบ้านยืนอยู่ด้วย อารมณ์ครองขวัญยิ่งพุ่งปรี๊ดจนเกินขีดจำกัด

"ผู้ชายที่โทรหาคุณเป็นใคร"

เสียงแหลมตวาดถามอย่างลืมตัว อนิรุทธิ์หันมาแวบแรกได้แต่งุนงง จนกระทั่งโทรศัพท์มือถือปลิวผ่านหน้าจึงนึกได้ว่าตัวเองลืมเครื่องมือสื่อสารแล้วภรรยาเอามาให้

"ขวัญมาได้ไง"

เขาถามเสียงลอย น้อยคนนักจะรู้ว่าชายหนุ่มผู้เป็นตัวเต็งตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายมีภรรยาอยู่แล้ว อนิรุทธิ์ไม่ได้ปิดบังแต่ก็ไม่ได้บอกใคร ก็ไม่ใช่เรื่องต้องไปป่าวประกาศบอกใครนี่

ทุกคนหันมามองเหตุการณ์ที่หญิงสาวแปลกหน้าเข้ามาโวยวายด้วยความสนใจ เรื่องผัวเขาเมียใครน่าสนใจเป็นพิเศษอยู่แล้ว

"ขวัญถามว่าไอ้แก่ที่มันเสนอให้คุณแต่งงานกับลูกสาวมันแลกตำแหน่งเป็นใคร" ครองขวัญไม่ฟังอีร้าคร่าอีรม อยากจะเห็นหน้าไอ้คนใจหมาเอาลูกมาเร่ถวายผัวคนอื่นใจจะขาด

แล้วนังลูกสาวมันหู่แหว่งตาบอดหรือไง

ถึงได้ไม่มีปัญญาหาผัวเป็นของตัวเอง

"ขวัญ" อนิรุทธิ์หน้าม้าน ยังปะติดปะต่อเรื่องราวได้ไม่สมบูรณ์ แต่เรื่องว่ามีการเสนอตำแหน่งแลกกับการแต่งงานกับลูกสาวของคนใหญ่คนโตในบริษัทน่ะเป็นเรื่องจริง และเขาไม่ต้องการให้มีคนรู้เรื่องนี้

ชายหนุ่มลากแขนภรรยาฝ่าสายตาผู้คนออกมาข้างนอก ครองขวัญทั้งดิ้นทั้งตีเขาไม่หยุด

หญิงสาวโกรธจนพาลไปทั่ว

"ขวัญมาอาละวาดแบบนี้ไม่ได้"

พื้นเพครองขวัญเป็นลูกแม่ค้า เกิดอะไรขึ้นก็ถกกระโปรงสู้เท่านั้น ไอ้เรื่องจะให้ควบคุมอารมณ์ถามกันดี ๆ ก็มีพอจะเป็นไปได้

ถ้าไม่ใช่เรื่องผู้หญิง !

วิสัยคนเป็นเมีย ยอมได้ที่ไหนที่คนอื่นจะมาเสนอลูกสาวให้ผัวตัวเองขนาดนี้ เสียทองท่วมหัว ไม่ยอมเสียผัวให้ใครเด็ดขาด ที่น่าเจ็บใจคืออนิรุทธิ์ไม่เคยบอกเธอเรื่องนี้เลย

"รุทธ์ก็บอกมาว่าไอ้แก่นั่นมันเป็นใคร มันถึงหน้าด้านมาเร่ขายลูกมันให้ผัวคนอื่น ไม่มีใครสั่งใครสอนเหรอว่าแย่งผัวคนอื่นมันหน้าไม่อาย"

'ไอ้แก่' ที่ว่าเดินตามออกมา สองมือล้วงกระเป๋า สัญลักษณ์โดดเด่นคือผมสีดอกเลาสะดุดตา

นายศักดิ์ชายเป็นหนึ่งในตระกูลเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แห่งนี้ และเขาก็เป็นเจ้าของเสียงผู้เสนอตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายให้อนิรุทธิ์แลกกับที่ชายหนุ่มจะยอมตกลงแต่งงานกับลูกสาวของตัวเอง

เมื่อเป็นใหญ่มีอำนาจจึงไม่เกรงใจ นายศักดิ์ชายเพียงกระแอมเบา ๆ ก่อนจะส่งเสียงถามออกไปด้วยความเย้ยหยันนิด ๆ ว่า

"กำลังพูดถึงฉันกันอยู่หรือเปล่า"

ในสายตาของศักดิ์ชาย ครองขวัญก็เพียงผู้หญิงชั้นต่ำคนนึง เทียบอะไรได้กับปรียานุชลูกสาวตนเองที่ทั้งสวย ทั้งน่ารัก การศึกษาก็สูง อยู่ในสังคมไฮโซ

สายตาหยามเหยียดไล่มองหญิงสาวผู้ระรานพื้นที่ของตัวเองหัวจรดเท้า

ครองขวัญโกรธจนลืมทุกอย่างสิ้น ยิ่งเห็นสีหน้าแววตาเหยียดหยามยิ่งทนไม่ไหว ดึงตัวเองให้หลุดออกจากการเกาะกุมของสามีก่อนปรี่จะเข้าไปหาเรื่อง

อนิรุทธิ์รีบตะครุบตัวภรรยาจนแทบจะกอดไว้

"ขวัญ หยุด !"

เขาก้าวขึ้นมาดันตัวภรรยาไปไว้ด้านหลัง ชายหนุ่มค้อมศีรษะแทบจะถึงเข่าขอโทษคนตรงหน้า หมดกันความหวังที่จะมีอนาคต เมียมาอาละวาดกับนายใหญ่ขนาดนี้ คราวนี้เขาคงถูกตัดหางปล่อยวัด อะไรที่หวังก็ไม่มีให้หวังแล้ว

"แกพูดใช่มั้ยให้รุทธ์เลิกกับฉันแลกกับตำแหน่ง ทำไมลูกแกมันไม่มีปัญญาหาผัวเหรอ มันสิ้นไร้ไม้ตอกไม่มีคนเอาขนาดต้องมาแย่งผัวคนอื่นเหรอ"

หากจะว่าสิ้นไร้ไม่ตอกก็ไม่ขนาดนั้น

ระดับลูกสาวนายศักดิ์ชาย แค่แย้มรอยยิ้มเพียงนิดเดียวผู้ชายก็กระวนกระวายเช็ดรองเท้าให้ด้วยความหวังว่าจะได้เป็นลูกเขยแล้ว

แต่นั่นแหละ ยิ่งสูงยิ่งหนาว คนเป็นพ่อรู้ดีว่าผู้ชายที่เข้ามาหาปรียานุชลูกสาวของตน มีทั้งที่หวังดีและหวังผลประโยชน์ คนเป็นพ่อจึงต้องสกรีนแล้วสกรีนอีกจนมาเจออนิรุทธิ์

ศักดิ์ชายค่อนข้างจะถูกชะตา ตั้งแต่ใช้บริการเขาในฐานะทนายความคดีหย่าร้างกับภรรยาเก่า อนิรุทธิ์ว่าความให้จนเขาไม่ต้องแบ่งสมบัติที่ควรจะแบ่งให้อีกฝ่าย เมื่อถูกอกถูกใจจึงชวนชายหนุ่มมาทำงานที่บริษัทด้วยกัน

เขาชอบทั้งนิสัย ความซื่อสัตย์และความสามารถ หากพูดตรง ๆ คืออยากได้ไว้ใช้งานไปเรื่อย ๆ

วิธีที่จะผูกคนเก่งและดีเอาไว้ใช้งานให้นานที่สุด และควบคุมให้อยู่ในความต้องการคือการรับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวและใช้สายสัมพันธ์เกาะเกี่ยวเอาไว้นอกเหนือผลประโยชน์

แล้วมันจะแปลกอะไรถ้าเขาจะยกลูกสาวให้ผู้ชายที่ดูแล้วน่าจะมีประโยชน์กับครอบครัวเขา

"สามีเธอไม่ได้บอกเหรอว่าฉันรบกวนเขาให้ดูคดีหย่าร้างให้" ศักดิ์ชายแต่งงานและเลิกราหลายครั้ง แม่ของปรียานุชลูกสาวคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็เป็นหนึ่งในภรรยาที่เขาหย่าร้างไป

ผู้หญิงมากมายแต่งงานกับเขาเพื่อสมบัติ แต่ไม่มีใครได้เกินกว่าที่ศักดิ์ชายอยากจะให้สักคน

"แล้วทำไม" ครองขวัญไม่ชอบสีหน้ายียวนราวกับตัวเองเหนือกว่าของผู้ชายแก่ตรงหน้าเลยจริง ๆ

"คนเราแต่งงานกี่ครั้งก็ได้ เลิกรากี่ครั้งก็ได้ ไม่มีเหตุผลอะไรต้องทนกับสามีหรือภรรยาที่ไร้ประโยชน์" ตอนพูดศักดิ์ชายยิ้มนิด ๆ เขาผ่านโลกมากเกินกว่าจะจำได้ว่าความรักเคยบริสุทธิ์ผุดผ่อง

"แกเลยจะให้ลูกสาวมาแย่งผัวคนอื่นหน้าด้าน ๆ หน้าไม่อายทั้งพ่อทั้งลูก"

"ขวัญ พอ ! หยุด!" อนิรุทธิ์ทนไม่ไหวแล้ว ยิ่งอยู่ครองขวัญยิ่งอาละวาดใหญ่โต ทุกอย่างพังพินาศไปหมด

"รุทธิ์ต้องบอกให้มันหยุด ไม่ใช่ให้ขวัญหยุด"

ครองขวัญตวาดคนได้ชื่อว่าเป็นสามี ชี้นิ้วยิก ๆ ไปที่ฝั่งตรงข้าม มันควรเป็นเธอต่างหากที่ได้รับการปกป้อง มันควรเป็นเธอไม่ใช่เหรอที่ได้รับคำอธิบาย หรืออย่างน้อย ๆ เขาควรจะพูดว่า

เธอเข้าใจผิด ! ก็ยังดี

"มันจะเอารุทธิ์ไปให้ลูกมัน รุทธิ์ไม่เห็นเหรอ" ครองขวัญปากคอสั่น ยิ่งสามีไม่ปฏิเสธใจยิ่งเสีย

"ผมไม่ใช่สิ่งของนะขวัญ ที่จะเอาไปยกให้ใครได้ง่าย ๆ" อนิรุทธิ์ตวาดเสียงดัง

ครองขวัญตบหน้าเขาเต็มแรง ใจสั่นมือสั่นปากสั่นโกรธไปหมด

"รุทธ์ต้องปกป้องขวัญสิ ไม่ใช่ไอ้แก่หน้าด้านนี้"

อนิรุทธิ์เหลืออดตวาดลั่น

"ขวัญกำลังทำงานผมพัง จะให้ผมปกป้องอะไร" อนิรุทธิ์หมดความอดทนอดกลั้นเหมือนกัน "นี่มันงานผมนะขวัญ ขวัญมาอาละวาดแบบนี้คนอื่นจะมองผมยังไง ผมจะขึ้นตำแหน่งได้ยังไง ภาพลักษณ์ผมเสียหายหมดแล้ว"

ครองขวัญชาไปทั้งร่าง ปากสั่น น้ำตาไหล

"ขวัญมีค่าน้อยกว่าภาพลักษณ์รุทธิ์เหรอ" หญิงสาวถามเสียงเครือ

"ขวัญก็มองดูสิว่าสิ่งที่ขวัญทำมันถูกมั้ย นี่มันที่ทำงานผมนะ ขวัญไม่ให้เกียรติผมเลย"

"ขวัญผิดเหรอ"

"ใช่" อนิรุทธิ์ตอบแบบไม่คิด ไม่มีความลังเล มือครองขวัญสั่นเทา เสียงถามสั่นเครือออกไปว่า

"รุทธ์อยากได้ตำแหน่งใช่มั้ยถึงทำกับขวัญอย่างนี้ ใช่มั้ย"

#นิยายรัก #นิยายดรามา #นางร้าย