ตอนที่ 4 ริบหรี่
รถยนต์ของครองขวัญวิ่งฝ่าความมืดด้วยความเร็ว ใบหน้าเจ้าของรถฉ่ำด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ
ไม่คิดว่าความรักยาวนานหกปี พอจะจบมันจบง่ายขนาดนี้
เธอยอมทิ้งความฝัน ทิ้งเงินลงทุนแล้วยกทุกบาททุกสตางค์ของเงินเก็บให้เขาเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อจะเดินทางผ่านเวลามาพบว่าวันนึงจะมีคนให้เขามากกว่า คนที่เสนอทั้งเงินทั้งตัวให้อย่างไม่อาย
และเขาก็เลือกที่จะไป
"วันนึงถ้าผมเรียนจบ ผมจะขอขวัญแต่งงาน อย่าไปไหนนะ อยู่กับผม ผมจะไม่ทำให้ขวัญผิดหวัง ผมสัญญา"
คำสัญญาพูดง่าย ลบจากใจยาก เมื่อครองขวัญฝากทุกความเชื่อมั่นให้เขาเพียงคนเดียว คิดว่าเขามีชีวิตที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคเหมือนที่เธอเป็น ย่อมจะเข้าใจกันเป็นอย่างดี
เพิ่งจะรู้วันนี้ว่าไม่ !
อีกนิดเดียวจะถึงจุดหมายปลายทางห้างสรรพสินค้าที่อาริตาทำงาน ครองขวัญวางมือลงบนหน้าท้องหลังมีสติรู้สึกได้ว่าตัวเองเจ็บจี๊ดตรงหน้าท้องตลอดระยะทางที่ขับรถมา
รู้สึกแฉะ ตรงหว่างขา
จนกระทั่งจอดติดไฟแดงครองขวัญจึงเปิดไฟรถแล้วก้มลงมอง
เลือดแดงฉานไหลเปรอะกางเกงยีนส์สามส่วน ดวงตาครองขวัญเบิกกว้างด้วยความตกใจ
ความรู้สึกเจ็บรุนแรงท่วมทบทวี ตอนนั้นไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวพอดี
ครองขวัญกดปลายเท้าพารถเคลื่อนไปข้างหน้า ใจหวิว ๆ ด้วยความหวาดกลัวถาโถม หญิงสาวเหลียวมองหาที่พอจะจอดได้ อาการเจ็บหน้าท้องเล่นงานจนลมหายใจแผ่วเบา
ครองขวัญครางลอดริมฝีปากอย่างสุดจะกลั้น เธอเจ็บจนแขนขาอ่อนแรง พยายามจะพาตัวเองแฉลบเข้าข้างทาง พอดีกับรถคันหลังที่หงุดหงิดด้วยความไม่เข้าใจว่าหญิงสาวจะชะลอทำไมจึงบีบแตรไล่ พยายามจะเปลี่ยนเลนไปทางขวาเพื่อจะแซงเหมือนกัน แต่รถเลนขวายังไม่เปิดทาง รถคันหลังจึงเปิดไฟซ้าย บีบแตรไล่ครองขวัญหนึ่งทีด้วยความโมโหส่งท้าย ก่อนจะหันพวงมาลัยเปลี่ยนไปเลนซ้าย
ครองขวัญได้ยินเสียงแตรก็ตกใจ หมุนพวงมาลัยหลบซ้ายกะทันหัน เสียงแตรจากรถคันหลังดังลั่นสนั่นหวั่นไหว ครองขวัญเห็นเพียงแสงไฟสว่างจ้าก่อนจะรู้สึกถึงแรงปะทะรุนแรงก่อนทุกอย่างรอบตัวจะสับสนจนแสงไฟรอบตัวเธอดับลง
เพราะเบอร์โทรศัพท์สุดท้ายที่ครองขวัญคุยด้วยคืออาริตา หญิงสาวจึงได้รับสายแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าครองขวัญประสบอุบัติเหตุ อาริตาที่ตอนนั้นเพิ่งลงจากเวทีที่ตัวเองรับงานพิธีกร ตกใจปากสั่นมือสั่น ถึงขนาดทำอะไรไม่ถูกต้องขอให้แฟนหนุ่มขับรถมาส่งที่โรงพยาบาลเพื่อเฝ้ารอข่าวอาการของเพื่อน
สายโทรศัพท์ของอาริตาดังขึ้นอีกครั้งตอนเที่ยงคืน หญิงสาวเผลอหลับหน้าห้องฉุกเฉินถึงกับสะดุ้ง
"ริตาเหรอ"
อนิรุทธิ์เห็นครองขวัญไม่กลับบ้านก็นึกเป็นห่วง โทรหาหลายครั้งเธอก็ไม่รับสาย เขาจึงตัดสินใจโทรมาหาอาริตา
"นี่รุทธ์เอง ขวัญไปหาริตาหรือเปล่า"
"ขวัญอยู่โรงพยาบาล"
"อยู่โรงพยาบาล ไปทำอะไรกัน"
"ขวัญรถคว่ำ ทางโรงพยาบาลโทรมาแจ้ง ริตาเลยมาเฝ้า" เธอมัวแต่ตกใจ ซ้ำยังกังวลกับอาการของเพื่อนจนเผลอหลับไป ทำให้ลืมเรื่องต้องโทรบอกอนิรุทธิ์ไปสนิทใจ
อนิรุทธิ์ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ เสียงเขาละล่ำละลั่กถามชื่อโรงพยาบาล ก่อนจะรีบวางสายเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วขับรถมาโรงพยาบาลทันที
ถึงหน้าห้องฉุกเฉิน อาริตาที่นั่งรออยู่กับยงยุทธผู้เป็นแฟนจึงแจ้งรายละเอียดเขาเพียงคร่าว ๆ ว่าอาริตาประสบอุบัติเหตุ หมอต้องผ่าตัด ส่วนจะดีหรือร้ายนั้นยังไม่รู้เพราะตอนเธอมาถึงครองขวัญก็อยู่ในห้องฉุกเฉินแล้ว
"ตอนนี้ก็ได้แต่รอแหละรุทธ์"
อาริตาไม่รู้ว่าเพื่อนกับสามีทะเลาะอะไรกัน เธอยังไม่ได้ถามรายละเอียด หากจะมองว่าเรื่องการช่วยเหลือระหว่างคนที่คบหากันเป็นเรื่องธรรมดา อาริตาเองก็คงจะเห็นด้วย เพียงแต่ในฐานะเพื่อนเธอรู้สึกว่าครองขวัญรักอนิรุทธิ์มากเกินไป
เงินเก็บก้อนที่ให้เขาไป ครองขวัญเคยบอกไว้ว่า
"จะเอาไปเรียนคอร์สภาษาอังกฤษ" ถึงหัวไม่ค่อยจะดีแต่ครองขวัญอยากพูดได้หลาย ๆ ภาษา " ขวัญอยากไปเที่ยวรอบโลกน่ะริตา ขวัญอยากเป็นแอร์ ขวัญชอบทำนั่นทำนี่ให้คนนั้นคนนี้ เวลาทำให้แล้วเขาขอบคุณขวัญจะมีความสุขม๊ากก"
อาริตาเป็นเพื่อนกับครองขวัญตั้งแต่มัธยมต้น นิสัยครองขวัญชอบดูแลเทคแคร์คนอื่นมาแต่ไหนแต่ไร แล้วก็ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว ชอบไปดูอะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอด
กระทั่งเมื่อเจออนิรุทธิ์ ครองขวัญจึงยอมทิ้งความฝันนั้น ยกเงินก้อนนั้นให้คนรักเอาไปลงเรียนแทน ให้เหตุผลกับเพื่อน ๆ ว่า
"รุทธ์เขาหัวดีกว่าขวัญ ถ้าเขาได้เป็นทนาย เดี๋ยวเขาก็เอาเงินมาให้ขวัญไปเที่ยวรอบโลกเอง"
นับตั้งแต่นั่นจนถึงตอนนี้ครองขวัญไม่เคยได้ไปไหนไกลเกินเชียงใหม่กับกระบี่ หญิงสาวเลือกจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตให้ลงตัวกับอนิรุทธิ์แล้วแกล้ง ๆ ลืมความฝันของตัวเองไป
อาริตาเตือนเพื่อนหลายครั้งว่าควรจะให้แต่พอดี
"แกให้เขามาก แกก็คาดหวังมาก ถ้าวันนึงมันไม่ได้ดั่งใจ มันจะเจ็บมากนะขวัญ"
ถึงตอนนี้เพื่อนก็เจ็บจริง ๆ อาริตาได้แต่ถอนหายใจขณะสายตามองอนิรุทธิ์ด้วยความหงุดหงิดใจว่าเขาเป็นสาเหตุให้เพื่อนเจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ
