ตอนที่ 3 งั้นก็มาหย่ากัน
ตลอดทางขับรถไปทำงานอนิรุทธิ์คิดหนักจนหัวแทบระเบิด เมื่อโอกาสกับจังหวะสวนทางกันอย่างไม่น่าให้อภัย หากไม่มีครองขวัญ เรื่องทุกอย่างคงจะง่ายดาย ข้อเสนอของนายศักดิ์ชายจะกลายเป็นของขวัญชีวิตหลังความพยายามอย่างหนักตลอดหลายปี
ชีวิตของอนิรุทธิ์อยู่บนเส้นแบ่งของความโชคดีและน่าสมเพช เขาเกิดมาพร้อมเสน่ห์น่าเอ็นดู นอกจากหน้าตาอันหล่อเหลายังมีรอยยิ้มใสซื่อและแววตาไร้เดียงสา
ไม่ว่าใครเห็นก็จะเป็นฝ่ายยอมเขาอยู่ตลอด
แต่เขากลับเกิดมากับแม่ที่เป็นเมียน้อยคนอื่น ซ้ำยังหยิ่งทะนงไม่ยอมรับเงินจากสามีเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้หวังเงินทองเหมือนที่บ้านใหญ่ปรามาส กลายเป็นความซวยมาตกที่เขาต้องดิ้นรนเอง จนกระทั่งมาเจอกับครองขวัญ
เขากับเธอช่วยกันสองคนล้มลุกคลุกคลานมาชีวิตมาจนถึงวันที่พอจะลืมตาอ้าปากได้
อนิรุทธิ์รู้ว่าครองขวัญทุ่มเทให้เขามาตลอด เธอวาดฝันไว้ว่าเมื่อเขาเรียนจบจะได้มีชีวิตที่มั่นคง
อนิรุทธิ์เองก็เคยตั้งใจว่าจะรักเธอให้มาก ครองขวัญเคยเป็นคนน่ารัก และเธอก็รักเขาในแบบที่เขาเป็น อนิรุทธิ์เองก็ไม่เคยคิดว่าวันนึงจะมีสิ่งใดมาทำให้ไขว้เขวจากเธอได้
จนกระทั่งนายศักดิ์ชายเสนอผลประโยชน์นี้ให้
ตอนแรกอนิรุทธิ์บอกเรื่องว่าเขามีภรรยาแล้วให้อีกฝ่ายทราบ
นายศักดิ์ชายเพียงแค่หัวเราะ มองเขาราวกับผู้ใหญ่มองเด็กไร้เดียงสา
"ก็เลิกสิ คนเขาเลิกกับเมียเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นแหละที่จะโง่กอดรักแท้แทนชีวิตที่ก้าวหน้าได้ ผู้ชายอย่างเราไม่ทำหรอก"
ไม่คาดคิดว่าคนตรงหน้าจะพูดออกมาได้ง่าย ๆ อนิรุทธิ์ยอมรับว่าตัวเขาอยากได้ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกฏหมายของเจพี เขาอยากจะเอาไปประกาศให้พวกบ้านเมียหลวงมันเห็นว่าถึงไม่มีเงินช่วยจากพ่อ เขากับแม่ก็มีชีวิตก้าวหน้าได้
ติดที่ครองขวัญ
นั่นแหละที่เป็นปัญหาใหญ่ หากไม่เลิกกับเธอไปแต่งงานกับปรียานุชเขาก็ไม่มีทางได้ตำแหน่งนี้มาสมใจ อีกไม่นานผู้อำนวยการคนเก่าจะเกษียณแล้ว หากไม่รีบตัดสินใจที่เคยฝันไว้ก็คงจะชวดทั้งหมด
แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงเล่า
ชายหนุ่มถอนหายใจตอนเลี้ยวเก๋งญี่ปุ่นเข้าไปจอดยังอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท
จะให้ทิ้งคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาตั้งหลายปีแบบนั่นมันน่าอายเกินไป
ยิ่งคิดอนิรุทธิ์ยิ่งเครียด สิ่งที่ต้องการกับความจริงสวนทางกันจนยากจะเป็นไปได้
เขาวนหาที่จอดรถจนท้อ ถึงขนาดต้องจอดชะลอขวางคันอื่น ๆ อาคารสำนักงานใหญ่มีที่จอดจำกัด ถ้าใครมาเช้าก็จะได้จอดก่อน ใครมาสายก็อดไป ยกเว้นตำแหน่งผู้อำนวยการจะมีที่จอดประจำ มีคนขับรถและมีรถให้ใช้ส่วนตัว
อนิรุทธิ์ขยับเกียร์เตรียมเดินหน้าวนมาหาที่จอดอีกรอบ ทว่ายังไม่ทันได้ทำก็มีเสียงเคาะกระจกดังขึ้นเสียก่อน
"คุณนุชมีอะไรเหรอครับ" เขาลดกระจกลงถาม
ปรียานุชส่งยิ้มหวานไร้เดียงสาให้ราวกับเมื่อคืนไม่ได้รับรู้เรื่องที่อนิรุทธิ์มีภรรยาอยู่แล้ว และภรรยาของเขาก็มาตราหน้าอาละวาดว่าเธอไม่มีปัญญาหาผัวต้องมาแย่งของคนอื่น
"ไปจอดข้างรถนุชก็ได้ค่ะ นุชบอกซีเคียวริตี้เอากรวยออกให้แล้ว"
ปรียานุชเดินไปโบกให้เขาถอยเข้าจอด หญิงสาวเป็นทายาทเจ้าของบริษัทมีสิทธิ์ออกคำสั่งให้พนักงานรักษาความปลอดภัยทำตาม หากนับเพียงหน้าตาปรียานุชก็ด้อยกว่าครองขวัญไม่มาก แต่เธอมีดีตรงที่เป็นลูกสาวของนายศักดิ์ชายที่เป็นหนึ่งในตระกูลผู้ก่อตั้งเจพีพัฒนา มีสิทธิ์มีอำนาจ มีผลประโยชน์ให้อนิรุทธิ์ได้อย่างมหาศาล
อนิรุทธิ์ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมถอยเข้าซองตามที่หญิงสาวบอก
"ขอบคุณนะครับ" ชายหนุ่มบอกตอนเปิดประตูรถลงมาก่อนจะเดินตามหญิงสาวขึ้นอาคารไปทำงานได้ทันเวลาพอดี
ครองขวัญรู้สึกว่าเธอฟุ้งซ่านเกินกว่าจะอยู่คนเดียวได้ ยิ่งใกล้เวลาอนิรุทธิ์จะกลับบ้านยิ่งกระวนกระวาย ครองขวัญไม่อยากเจอเขา เธอกลัวว่าจะได้ยินคำบอกลาอันน่าหวาดหวั่น
หญิงสาวกดโทรศัพท์หาอาริตาเพื่อนรัก
ตั้งแต่คบหากับอนิรุทธิ์มา น้อยครั้งมากที่ครองขวัญจะขอให้เพื่อนเป็นที่พักใจ เป็นที่ระบายปัญหาเรื่องความรัก
หญิงสาวเคยขนาดอวดเพื่อนในกลุ่มพริตตี้ด้วยกันว่า
"รุทธ์เขารักฉัน เขาไม่มีวันทำฉันเสียใจเด็ดขาด"
ตอนนั้นเพื่อน ๆ ถึงกับโห่ฮิ้ว บางคนบอกเธอว่า
"เดี๋ยวก่อน ใจเย็น ๆ ให้มันออกลายก่อน"
ครองขวัญเคยเชื่อว่าจะไม่มีวันนั้นจนกระทั่งวันนี้ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าความเชื่อนั้นผิด
"ริตา" เสียงคนโทรไปสะอื้นฮัก อาริตาถามด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อน ในกลุ่มเพื่อนครองขวัญจี๊ดที่สุดแล้ว เรื่องร้องไห้แทบจะเกิดขึ้นนับครั้งได้
"แกเป็นอะไรขวัญ"
"รุทธ์มันจะทิ้งฉัน"
"หา" อาริตาตกใจจริง ๆ แม้ว่าตัวเองจะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่บอกว่า
'รอให้มันออกลายก่อน'
แต่ไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องจริง ตอนนั้นก็แค่พูดเล่น ๆ เท่านั้น
ถึงแม้อาริตาจะไม่เห็นด้วยที่เพื่อนยกเงินเก็บให้ผู้ชายเอาไปจ่ายค่าเทอม แต่หลังเรียนจบอนิรุทธิ์ก็ตั้งใจทำงานขนาดช่วยกันกับครองขวัญซื้อทาวเฮ้าส์หลังใหญ่ แล้วก่อนหน้านี้เพื่อนก็บอกว่ากำลังมีโครงการจะแต่งงาน
ก็คิดว่าเพื่อนไปได้ดีแล้ว
ทำไมกลายเป็นอย่างนี้ไปได้
"เดี๋ยวฉันจะต้องขึ้นเวทีแล้ว เอางี้นะ ฉันจะส่งโลเคชั่นให้ แกไม่ไหวก็มาหาฉันที่นี่นะ โอเคมั้ย"
อาริตารับงานหลักเป็นพิธีกรตามอิเวนท์ต่าง ๆ ตอนนี้หญิงสาวไม่สะดวกจะฟังเพื่อนระบายความเสียใจ แต่ใจก็ห่วง คิดว่าให้เพื่อนมาหาคงจะพอดีกับที่ตัวเองเสร็จงาน
หญิงสาววางสายไปแป๊บนึง จากนั้นจึงส่งโลเคชั่นมาให้
ครองขวัญเปลี่ยนเสื้อผ้าคว้ากุญแจรถก่อนจะเดินลงจากห้อง โชคร้ายว่าอนิรุทธิ์กลับมาพอดี เธอจึงจำต้องเผชิญหน้ากับเขาตรง ๆ
"ขวัญจะไปไหน" เสียงเขาแข็ง บอกว่ายังไม่พอใจอยู่มาก ครองขวัญเมินหน้าซ่อนดวงตาบวมเป่งจากการร้องไห้ ไม่ใช่อนิรุทธิ์จะไม่สังเกตเห็น แต่เขาหงุดหงิดกับเธอเกินกว่าจะเอ่ยทักออกไป
"ไปหาเพื่อน"
"ไปหาที่ไหน นี่มันหกโมงเย็นแล้ว"
"หาที่ไหนก็เรื่องของขวัญเถอะ" ความห่างเหินแม้เพียงแค่นิดเดียวก็เจ็บปวดเหลือเกินสำหรับครองขวัญ
"อย่าเพิ่งไปสิ คุยกันก่อน"
ใจคนฟังแทบร่วงไปตาตุ่ม ครองขวัญกลัวว่าสิ่งที่ได้ยินจะเป็นคำบอกลา เธออยากประวิงเวลาออกไปก่อน ทุกอย่างมันเร็วเกินไปเธอทำใจไม่ได้หรอก
"ไว้คุยทีหลัง ขวัญไม่ว่าง"
"เรื่องมันด่วน ขวัญต้องคุยกับรุทธ์เดี๋ยวนี้"
ครองขวัญไม่เคยดื้อกับเขา ถึงความจริงอนิรุทธิ์จะอายุน้อยกว่าแต่ที่ผ่านมาครองขวัญให้เกียรติเขาเป็นผูู้นำ ครองขวัญไม่ได้คบหากับเขาเล่น ๆ เธอหวังว่าจะมีครอบครัว หวังว่าอนิรุทธิ์จะนำพาความมั่นคงมาให้
"ขวัญไม่คุย" ครองขวัญไม่ยอม เบี่ยงตัวหนีจะออกจากบ้าน อนิรุทธิ์ก้าวมาขวาง
"ขวัญต้องไปขอโทษคุณศักดิ์ชายกับคุณนุช เรื่องวันนั้น !"
ครองขวัญหูอื้อตาลาย เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตาแล้ววินาทีนั้นเธอก็เผลอตวัดปลายริ้วจะตบเขาอีกรอบ ทว่าอนิรุทธิ์คว้ามือหญิงสาวเอาไว้ได้ทัน ครองขวัญเสียหลักล้มลงก้นกระแทกพื้น
หญิงสาวนิ่วหน้า ทั้งเจ็บทั้งจุกตรงท้องน้อยอย่างบอกไม่ถูก พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น พาตัวเองไปที่รถ
"ขวัญหยุดนะ รุทธ์บอกให้หยุด" อนิรุทธิ์เข้ามายื้อไว้ ครองขวัญกระชากมือหนี
"ถ้ารุทธ์อยากได้ตำแหน่งมากนักก็ไปแต่งกับอีผู้หญิงหน้าด้านไม่มีปัญญาหาผัวนั่นเลย ไปเลย อยากไปก็ไป"
อนิรุทธิ์โกรธจนหน้าแดงก่ำ ครองขวัญไม่ยอมฟังเขาอธิบาย ไม่สนใจจะหันหน้ามาคุยกันดี ๆ เลย
"เออ งั้นก็ได้ งั้นก็มาหย่ากัน"
