ตอนที่ 2 แพ้โดยไม่มีข้อแม้
ค่ำคืนย่ำแย่จบลงที่อนิรุทธิ์ลากครองขวัญกลับมาบ้านตั้งแต่งานเลี้ยงยังไม่ทันเริ่ม และเขาคงหมดโอกาสได้เป็นตัวเต็งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายของเจพีพัฒนาอย่างสิ้นเชิง
อนิรุทธิ์ยอมรับว่าเขาหวัง ตั้งแต่ยังทำงานเป็นทนายน้องใหม่บริษัทกฏหมายแล้วรู้ว่าตัวเองจะได้ทำคดีหย่าร้างของนายศักดิ์ชาย ชายหนุ่มก็ตั้งใจเต็มที่ จนกระทั่งการฟ้องหย่าจบลงที่นายศักดิ์ชายไม่เสียเงินเกินกว่าที่อยากจะเสีย เขาได้ทิปก้อนโตแถมข้อเสนอเข้าเป็นรองผู้จัดการฝ่ายกฎหมายของเจพีพัฒนา
นับว่าเป็นถังข้าวสารแรกที่อนิรุทธิ์ได้จากนายศักดิ์ชาย
หกเดือนที่ผ่านมาอนิรุทธิ์ทำงานเต็มที่ คดีแพ่ง คดีอาญา ฉ้อโกง การฟ้องร้องทุกอย่างของเจพีพัฒนา ชายหนุ่มทุมเทจัดการจนผ่านไปด้วยดี
เส้นทางสู่ความก้าวหน้าโรยด้วยกลีบกุหลาบ
กระทั่งเมื่อคืนนี้
ความหวังทุกอย่างพังลงเพราะคนได้ชื่อว่าเป็นภรรยา
ถึงตอนเช้าอนิรุทธิ์มึนตึง ไม่พูดไม่จาไม่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบทุกประการ เขาเดินอ้อมเข้าไปในครัว อบขนมปังปิ้งชงกาแฟแล้วยกมาที่โต๊ะกินข้าว ครองขวัญนั่งมุมนึง อนิรุทธิ์นั่งมุมหนึ่ง บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอึดอัด ก่อนครองขวัญจะเงยหน้าพูดขึ้นว่า
"รุทธิ์โกรธขวัญใช่มั้ย"
ใบหน้าสวยซีดเซียวใต้ตาบวมตุ่ย ปกติครองขวัญน่ารักเหมือนตุ๊กตา ผิวเธอขาวและหน้าตาก็จิ้มลิ้ม แต่ความเศร้าหมองเมื่อคืนทำลายความเบิกบานของหญิงสาวไปจนสิ้น
อนิรุทธิ์ไม่มองหน้า หนทางก้าวหน้าของเขาจบสิ้น ชายหนุ่มไม่มีกระจิตกระใจจะตอบคำถามใครทั้งนั้น
ครองขวัญตบโต๊ะ ! ดังปัง ! ที่ผ่านมาอนิรุทธิ์มีผู้หญิงเข้ามาหาตลอด สามีเธอหน้าตาดี และตอนนี้หน้าที่การงานก็กำลังจะดีมากทีเดียว
ยิ่งเขาก้าวหน้าเท่าไหร่ ครองขวัญยิ่งหวั่นใจลึก ๆ ว่าเขาจะห่างออกไป กลัวว่าความฝันที่วาดไว้จะพังทลาย
"พอเถอะขวัญ พูดกันไม่รู้เรื่องหรอก"
"พูดไม่รู้เรื่องหรือรุทธิ์ไม่พูดกันแน่ ทำไมรุทธ์ไม่บอกขวัญว่าเจ้านายรุทธิ์ยื่นข้อเสนอเฮงซวยนั้นให้รุทธิ์"
"เพราะถ้ารุทธิ์บอกขวัญก็เป็นประสาทแบบนี้ไง"
ครองขวัญส่ายหน้า
"ไม่ใช่" เธอรู้จักสามีตัวเองดี เวลาที่อยู่ร่วมกันมาคือหกปีไม่ใช่หกเดือน แววตาหญิงสาวจึงเต็มไปด้วยความผิดหวัง " รุทธิ์ไม่บอกเพราะกลัวว่าขวัญจะให้รุทธิ์ลาออกต่างหาก รุทธิ์ลังเลเพราะในใจอยากจะได้ข้อเสนอนี้"
อนิรุทธิ์ไม่เคยไม่บอกอะไรเธอ
ตั้งแต่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาบอกทุกอย่าง
ครองขวัญกับอนิรุทธิ์เจอกันในผับ ตอนนั้นอนิรุทธิ์ทำงานพิเศษหาค่าเทอมเรียนมหาวิทยาลัย ส่วนครองขวัญไปฉลองเงินก้อนแรกที่ได้จากการเป็นพริตตี้ หญิงสาวถูกใจใบหน้าคมคาย ผิวสีแทนและรูปร่างสูงโปร่งของเขา ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเริ่มต้นเหมือนคู่รักวัยรุ่นทั่วไป คบหากันได้ไม่นานก็ย้ายมาอยู่ห้องเช่าด้วยกัน
ครองขวัญหน้าตาดี แต่สมองไม่ค่อยดี ไม่เก่งด้านวิชาการ หญิงสาวเรียนมหาวิทยาลัยเปิดพอผ่าน ๆ แล้วทำงานเป็นพริตตี้เพราะพูดเก่ง เมาท์เก่ง พูดได้ทั้งวัน
ไม่เหมือนอนิรุทธิ์ที่หัวดี ชายหนุ่มฝันอยากเป็นทนาย ยอมทำงานในผับเก็บเงินเรียนเพราะปัญหาทางบ้านทำให้ขอเงินพ่อไม่ได้
ตอนคบหากันครองขวัญสงสารคนรักจึงยกเงินเก็บให้เขาใช้เป็นค่าเทอม ยอมทำงานหนักขึ้น กระทั่งอนิรุทธิ์เรียนจบเข้าทำงานในสำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่งอยู่ราว ๆ สองปี ชีวิตก็ดีขึ้น ประกอบกับงานพริตตี้ของครองขวัญก็เริ่มมั่นคง ประสบการณ์ทำให้หญิงสาวเรียกเงินค่าตัวได้มากขึ้น ทำให้สามารถเก็บเงินดาวน์ทาวเฮ้าส์เล็ก ๆ ขนาดยี่สิบแปดตารางวาอยู่ด้วยกัน
กระทั่งหกเดือนก่อนอนิรุทธิ์บอกว่าลูกค้าชวนไปทำงานด้วย เงินเดือนเพิ่มเป็นสองเท่า ตอนนั้นครองขวัญดีใจมาก เพราะมันหมายถึงว่าอนิรุทธิ์ทำตามที่สัญญากับเธอไว้จริง ๆ ว่า
"ถ้าผมเรียนจบ ขวัญไม่ลำบากหรอก ผมจะซื้อบ้านให้ขวัญอยู่ แล้วจะแต่งงานกับขวัญด้วย"
ครองขวัญก็เหมือนผู้หญิงทั่วไป อยากมีโมเมนต์สำคัญในชีวิต อยากแต่งงาน ใส่ชุดเจ้าสาว และเป็นที่รักเพียงคนเดียวของผู้ชายที่เป็นคู่ชีวิต
ไม่คิดว่าอนิรุทธิ์ทำงานได้แค่หกเดือน ความฝันเธอก็พังทลายลงทั้งหมด !
แล้วไม่ใช่แค่อนิรุทธิ์เท่านั้นที่กล่าวโทษเธอ แม่ของเขาก็โทรมาต่อว่าครองขวัญด้วย เนื่องจากมีคลิปทะเลาะกันเผยแพร่ออกไปทางโซเชียลมีเดียไปจนถึงข่าวเล็ก ๆทางช่องโทรทัศน์ว่าเกิดเหตุทะเลาะวิวาทในงานเลี้ยงประจำปีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังเมื่อคืนนี้
ข่าวผัวเมียผู้คนชื่นชอบอยู่แล้ว ไม่นานก็รู้ทั่วกันทั่วลือกันแซ่ด
"ถ้าแม่รู้ว่าขวัญใจดำขนาดนี้แม่ไม่ให้รุทธ์อยู่กับขวัญหรอก" คำพูดคำจาของอรดีแม่ของอนิรุทธิ์ยกความผิดให้สะใภ้ทั้งหมด เพราะในสายตาคนเป็นแม่ การที่ลูกของตนจะอยากก้างหน้าเป็นเรื่องที่ดี แล้วภาพที่ออกไปก็มีแค่ครองขวัญอาละวาดโวยวายอยู่ฝ่ายเดียว
ครองขวัญไม่ได้แต่งงานกับอนิรุทธิ์เป็นเรื่องเป็นราวแต่ทั้งสองคนจดทะเบียนสมรสกันหลังจากอนิรุทธิ์เรียนจบและทำงานได้หนึ่งปีเพื่อจะได้กู้เงินซื้อบ้านร่วมกันได้
"ถ้าเป็นแม่จะยอมยกสามีให้แต่งงานกับคนอื่นเพื่อเงินได้ใช่มั้ยคะ"
เมื่อเช้าครองขวัญถามแม่สามีด้วยความเจ็บใจ มันเรื่องอะไรถึงกลายเป็นว่าทุกคนถาโถมถ้อยคำต่อว่ามาที่เธอ แม่สามีบ่นพึมพำจับใจความไม่ได้ใส่เธอก่อนจะวางหูไป
สามีปกปิดเรื่องมีคนมาเสนอให้เลิกกับเธอแลกกับตำแหน่ง
หัวหน้าเฮงซวยที่พยายามยัดเยียดลูกสาวตัวเองให้ลูกน้อง
แม่สามีที่โยนความผิดให้เธอร้อยเปอร์เซ็น
กลายเป็นว่าทุกคนตัดสินว่าเธอผิดหมด
เมื่อคืนครองขวัญนอนหันหลังให้อนิรุทธิ์ทั้งคืน นี่เป็นครั้งแรกที่เขากับเธอทะเลาะกันหนักหน่วง ที่ผ่านมาอนิรุทธิ์จะพยายามทำทุกอย่างให้เธอสบายใจ เพิ่งจะมาช่วงหกเดือนนี้ที่ครองขวัญรู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไป ที่แท้เป็นเพราะว่ามีข้อเสนอใหม่เข้ามา เป็นข้อเสนอที่สร้างความลังเลให้กับอนิรุทธิ์แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ได้เงิน ได้งาน ได้ผู้หญิง ได้เกียรติยศหน้าตาในสังคมแบบที่ครองขวัญให้เขาไม่ได้
อนิรุทธิ์ลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารหลังกาแฟลดไปครึ่งถ้วย ครองขวัญลุกพรวดพราดตามไปดักหน้าเขาไว้ อนิรุทธิ์ขมวดคิ้ว เคร่งเครียดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
"ผมจะไปทำงาน...ขวัญ"
"แล้วเรื่องนั้นรุทธิ์จะทำยังไง"
"เรื่องอะไร"
"ข้อเสนอเฮงซวยนั่น"
"เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ"
ครองขวัญเม้มปากแววตาผิดหวัง สิ่งหนึ่งที่เธอรวดร้าวคือตั้งแต่เกิดเรื่ออนิรุทธิ์บ่ายเบี่ยงตลอด หากเป็นเขาคนเดิม จะไม่ตอบปัดตอบเลี่ยง เวลามีผู้หญิงเข้ามาทอดสะพานอนิรุทธิ์จะบอกด้วยความหนักแน่นว่า
"ผมโดนขวัญซื้อตัวไว้แล้ว ไม่มีเงินจ่ายค่าละเมิดสัญญาไปกับผู้หญิงคนไหนหรอก คงต้องอยู่กับขวัญไปจนตายนั่นแหละ"
แต่คราวนี้ไม่ ! ครองขวัญพยายามสบตาเขา ยิ่งเธอพยายาม อนิรุทธิ์ยิ่งหลบตา ต่างฝ่ายต่างเล่นเกมส์จับผิดจนกระทั่งครองขวัญต้องเป็นฝ่ายยอม
เคยมีคนบอกไว้ว่าในเกมส์ความรัก ใครรู้สึกมากกว่าคนนั้นแพ้ ครองขวัญรู้ตัวดีว่าเธอแพ้ผู้ชายชื่ออนิรุทธิ์โดยไม่มีข้อแม้ใดใด
หญิงสาวเปิดทางให้สามีไปทำงาน เธอมองตามจนกระทั่งเขาลับสายตาไป ยอมรับว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
