ตอนที่ 11 เส้นทางใหม่
ส่วนอดีตของครองขวัญก็กำลังใช้งานปลอบประโลมจิตใจเช่นเดียวกัน วันแรกที่กลับบ้านแล้วพบว่าครองขวัญไม่อยู่แล้ว อนิรุทธิ์สับสนวุ่นวายใจไปหมด เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองควรจะนั่งตรงไหน ใช้ชีวิตยังไง ไม่มีคนมาถามว่ากินข้าวหรือยัง เหนื่อยมั้ย มีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่า
ความเหงาโผบินมาเกาะรายล้อมรอบตัวจนอนิรุทธิ์รับมือไม่ถูกแม้ว่าปรียานุชจะไลน์มาหา ทว่ามันไม่เหมือนกัน
นิสัยเดิมอนิรุทธิ์ไม่ใช่คนช่างเที่ยวหรือชอบพบปะผู้คนมากมาย เมื่อก่อนเขาก็เอาแต่เรียน เรียน แล้วก็เรียน เลิกเรียนก็ไปทำงานพิเศษเพื่อจะได้ไม่ต้องเบียดเบียนครองขวัญมากไปกว่าที่เป็นอยู่ จนกระทั่งเรียนจบชีวิตก็กระโจนเข้าสู่การทำงานเลย
ชายหนุ่มเคยมีเป้าหมายจะหาเงินได้เยอะๆ เพื่อลบรอยด่างในใจว่าตัวเองใช้เงินผู้หญิงในการพาชีวิตก้าวหน้า ดังนั้นหลายปีที่ผ่านมาเขาจึงมีเพื่อนน้อยมาก แล้วเพื่อนส่วนใหญ่ก็แยกย้ายกันไปทำงานหมดแล้วด้วย ชีวิตเขาเกือบร้อยเปอร์เซ็นเป็นชีวิตเดียวกับครองขวัญ
เมื่อเธอไม่อยู่อนิรุทธิ์จึงเคว้ง ซ้ำเธอยังเอาหมาไปด้วยเขายิ่งหม่นหมอง อนิรุทธิ์ไม่เคยรู้มาก่อนว่าการเลิกกับหญิงสาวจะกลายเป็นเรื่องยาก
เคยคิดว่ามันคงเหมือนการกลั้นหายใจฮึบเดียว ทรมานชั่วครู่ชั่วขณะ พอกลับมาหายใจเหมือนเดิมอะไร ๆ คงดีขึ้น แต่ความจริงแล้วไม่เลย
แม้แต่ตอนนั่งกินข้าวกลางวันกับปรียานุช ด้วยความคิดว่าอย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่คนเดียวก็ยังไม่สามารถลดความหม่นหมองในใจลงได้สักเท่าไหร่
“ช่วงนี้คุณดูไม่สดใสเลยนะคะงานเยอะหรือเปล่า นุชจะได้บอกคุณพ่อให้" ปรียานุชสังเกตว่าอนิรุทธิ์ดูเครียด ใจลอยไปที่ไหนสักที่ไม่ได้อยู่กับจานข้าวตรงหน้า
ขนาดเธอพามากินของราคาแพงเขายังดูไม่เอ็นจอย
“หรืออาหารไม่อร่อยคะ"
อนิรุทธิ์ส่ายหน้า ยกเรื่องงานมาอ้าง
“งานเยอะนิดหน่อยครับ"
“เคสที่บ้านทรุดเหรอคะ" ช่วงนี้มีข่าวลูกค้าโวยวายเรื่องบ้านทรุด พ่อของเธอยกเรื่องนี้ให้อนิรุทธิ์จัดการ "หรือว่ามันยาก มันลำบากหรือเปล่าคะ นุชจะบอกพ่อให้*
“ไม่เป็นไรครับ ผมจัดการได้"
“ถ้ามันหนักหนาคุณต้องบอกนุชนะคะ เรื่องแค่นี้นุชจัดการให้คุณได้ค่ะ ยังไงคุณพ่อน่ะก็เชื่อนุชมากกว่าอยู่แล้ว"
ปรียานุชพยายามแสดงให้เขาเห็นว่าเธออำนวยความสะดวกให้ได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องเล็กอย่างที่จอดรถ การแบ่งงานหรือแม้แต่เรื่องใหญ่อย่างการขึ้นตำแหน่งใหญ่โต
หญิงสาวใช้เส้นสายของพ่อสร้างอภิสิทธิ์ให้อนิรุทธิ์เพื่อที่เขาจะได้เห็นว่า
ใคร...ที่เขาควรจะอยู่ด้วย
ใครที่จะให้ทุกอย่างกับเขาได้จริง ๆ
อนิรุทธิ์ไม่ใช่คนโง่ หากเขาไม่หวังตำแหน่งเลยต้องผลักเธอกับพ่อออกไปแล้ว
แต่นี่เขาไม่ทำ
หมายความว่าเธอมีหวัง ...
ครองขวัญเดินสำรวจคาเฟ่เล็ก ๆ ไม่ห่างจากฟาร์มโคนม มีเจ้าเปียกปูนเดินตาม เป็นคาเฟ่ที่คนเป็นพ่อไปเที่ยวถามพวกเพื่อน ๆ ในฟาร์มมาให้ ได้ความว่ามีคาเฟ่นึงใกล้ ๆ ฟาร์มกำลังจะเซ้ง เหตุผลที่จะเลิกทำเพราะบังเอิญหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของเก่ากำลังตั้งท้อง เลยจะตามสามีไปอยู่ที่ต่างประเทศ เพื่อที่ลูกจะได้สัญชาติประเทศนั้น
"เขาเซ้งไม่แพง เอ็งลองไปดู" คนเป็นพ่อให้เบอร์โทรติดต่อ ครองขวัญจึง โทรหาอาริตาให้มาด้วย เพราะกลัวว่าตัวเองจะตัดสินใจง่ายดายเกินไป
อาริตามาถึงตอนสิบเอ็ดโมง แต่คราวนี้ไม่ได้มาคนเดียว มนัสวีร์ เพื่อนสาวอีกคนในแกงค์มาด้วย
มนัสวีร์มีอาชีพเป็นแอร์โฮสเตส เบสอยู่ที่ฮ่องกง กลับไทยบ่อย ๆ แต่ไม่ค่อยแวะไปหาเพื่อน ส่วนใหญ่กลับมาเพื่อเดทกับหนุ่ม ๆ ประสาสาวโสดเปรี้ยวเฉี่ยวไม่สนใจกฎเกณฑ์ใดใด ส่วนวันนี้ที่มาได้เพราะว่าอาริตากระซิบบอกว่าครองขวัญจะเลิกกับสามี เจ้าตัวจึงปรี่มาทันที
ครองขวัญดีใจจนลืมความเศร้าไปชั่วขณะ สามสาวลุคแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ครองขวัญจิ้มลิ้มน่ารักผิวขาว ส่วนอาริตาดูจริงจัง มีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่า และมนัสวีร์คือสาวเปรี้ยวตัวจี๊ดของกลุ่ม ทั้งสามคนเดินเมาท์ฉ่ำ ๆ ไปพร้อมกับดูคาเฟ่ไปด้วย
"รวม ๆ ก็โอเคนะ"
คาเฟ่เล็ก ๆ เป็นบ้านเดี่ยวตกแต่งโทนสีขาว ขนาดเกือบ ๆ สามสิบตารางเมตร ด้านในเป็นบาร์ยาวสำหรับลูกค้าที่ไม่ถนัดธรรมชาติ เน้นตากแอร์ ส่วนลูกค้าที่ต้องการดื่มด่ำสายน้ำต้นไม้ใบหญ้า จะมีที่นั่งด้านนอกไว้รองรับ เป็นโต๊ะปิกนิกขนาดเล็ก ๆ เหมาะสำหรับนั่งจิบกาแฟ
ทั้งสามคนเดินดูด้านนอกระหว่างรอเจ้าของคาเฟ่มาคุยรายละเอียดอีกที อาศัยจังหวะว่ามีเวลาว่างถามสารทุกข์สุขดิบกันว่าเป็นยังไงบ้าง
"แกตัดสินใจดีแล้วใช่มั้ยขวัญเรื่องที่จะเลิกกับรุทธ์"
"ฉันเลิกไปแล้ว" ครองขวัญตอบเสียงเบาย่อตัวลงนั่งโขดหินริมน้ำตก ปล่อยให้ลำธารไหลเอื่อยเอาอารมณ์หม่นหมองลอยไปด้วย
"นั่นแหละ แกรักรุทธิ์จะตาย แกทำใจได้จริงเหรอ"
มนัสวีร์ยังไม่แน่ใจเรื่องนี้ ความจริงหญิงสาวมีเป้าหมายบางอย่างในการมาวันนี้
"ก็ต้องทำให้ได้"
ครองขวัญไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องยอมรับทางเลือกของตัวเอง
"ตอนฉันรักฉันก็ตั้งใจรักนะ ตอนเลิกก็ตั้งใจเหมือนกัน"
"โอเค" มนัสวีร์ตบมือฉาด ในเมื่อเพื่อนยืนยันอย่างนั้นก็นับว่าดี "งั้น ฉันก็จะพูดกับแกตรง ๆ ถึงเหตุผลที่ฉันมาวันนี้เลยแล้วกัน"
หญิงสาวร่างอ้อนแอ้นก้าวเข้ามายืนตรงหน้า ครองขวัญเงยหน้าขึ้นมองเพื่อน
"อะไร"
"สายการบินของฉันกำลังจะเปิดรับสมัครแอร์ แกจำได้มั้ยว่าตอนเราเด็ก ๆ เราเคยอยากเป็นแอร์ด้วยกัน ฉันก็เลยจะมาชวนแกให้เดินตามความฝันอีกครั้ง"
