ตอนที่ 12 ตัดสินใจ
"แต่ฉันกำลังจะทำคาเฟ่นะ" ครองขวัญแย้งเพื่อน จะมาชวนไปเป็นแอร์อะไรจังหวะอย่างนี้ เธอเตรียมเงินเตรียมใจสำหรับลงหลักปักฐานที่นี่เต็มที่ แต่มนัสวีร์ก็ยังแย้งได้ว่า
"แกก็เป็นแอร์ไปด้วย ทำคาเฟ่ไปด้วยสิ"
ครองขวัญขมวดคิ้ว จะให้ทำสองอย่างทีเดียวพร้อมกันเลยเหรอ
"แกน่ะทำได้อยู่แล้วขวัญ เรื่องภาษาแกก็ไม่ได้มืดบอดขนาดนั้น ความจริงแกลงเรียนเพิ่มอีกนิด ๆ หน่อย ๆ ก็โอเคแล้ว พื้นฐานแกก็มี ฉันอยากให้แกพาตัวเองออกไปเจอโลกกว้าง ๆ แกจะได้รู้ว่าโลกนี้...." มนัสวีร์เม้มปากเหลือบตามองอาริตาแล้วส่งยิ้มให้กัน " มีผู้ชายหล่อและดีเต็มไปหมด ทั้งหมอ นักธุรกิจ ดารา ท่านทูต อาจารย์มหาวิทยาลัย นักเขียน นักวิชาการ ฯลฯ"
"พอ ๆ" ครองขวัญห้ามเพื่อนก่อนรายการอาชีพผู้ชายน่าสนใจจะยาวเป็นหางว่าว คนเพิ่งเจ็บมายังไม่มีกะจิตกะใจจะเปิดรับความสัมพันธ์ใหม่ ๆ
"หรือแกจะรอรุทธ์เขามาง้อ" มนัสวีร์ยิงคำถามตรงไปตรงมา "ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะไม่เซ้าซี้แกอีก"
ครองขวัญนิ่งไปชั่วขณะ ตั้งแต่เธอยื่นใบหย่าให้จนกระทั่งถึงตอนนี้อนิรุทธิ์ไม่เคยติดต่อมา เขาไม่ถามว่าเธอจะไปไหน ยังสบายดีมั้ยหรือเป็นอย่างไรบ้าง
ความจริงครองขวัญรู้มานานแล้วว่าคนรักไม่ค่อยจะใส่ใจสักเท่าไหร่ เขาจะชอบพูดเรื่องตัวเองมากกว่าจะฟังเรื่องของเธอ และที่ความสัมพันธ์เดินทางมาหลายปีก็เพราะว่าเธอใส่ใจเรื่องของเขามาโดยตลอด
"ก็รอ...แต่คงไม่รอ" มันเหมือนว่าใจนึงก็หวังแล้วอีกใจก็แย้งว่าเสียเวลาเปล่า
"ไปเปิดโลกเถอะขวัญ" อาริตาสนับสนุนอีกแรง "โลกแกมันมีแค่รุทธ์มานานเกินไป ไปดูโลกกว้าง ๆ ที่แกเคยอยากดู เคยอยากเห็น ไปซะก่อนที่เราจะแก่ หรือก่อนที่แกจะมีผัวใหม่น่ะ"
อาริตามองโลกตามความจริง ครองขวัญมีหน้าตาเป็นทุนยังไงก็คงโสดไม่นาน อีกเดี๋ยวพอเป็นเจ้าของคาเฟ่ แล้วถ้ายิ่งได้เป็นแอร์โฮสเตสด้วย ขี้คร้านผู้ชายจะวิ่งตามเป็นพรวน
ครองขวัญมองสายน้ำไหลเอื่อยผ่านหน้านิ่งนาน แววตาเธอเศร้า สมองยังหวนคิดคำนึงถึงคนเคยผูกพัน
แต่สายน้ำไม่เคยไหลย้อนกลับ อนิรุทธิ์เองก็คงเช่นเดียวกัน วินาทีที่คิดว่าใครคนที่เคยรักเคยผูกพันจะไม่มีวันหวนกลับเข้ามาในชีวิต น้ำใสก็เอ่อล้นขอบตา
สองเพื่อนสาวนั่งนิ่ง ๆ บ้างก็เดินวนไปวนมาพอให้ครองขวัญรู้ว่าเธอทั้งสองคนไม่ได้หายไปไหน กระทั่งน้ำตาครองขวัญเหือดแห้ง เธอก็กลับมาเข้มแข็งอีกคนรั้ง
"อืม" คนเพิ่งสัมผัสความโสดได้ไม่กี่วันตอบรับคำเชิญของเพื่อน หลังปล่อยให้น้ำตานำพาความเศร้าทิ้งจนหมด "ฉันจะลองสมัครเป็นแอร์ดู"
.........
นานแล้วเหมือนกันที่อนิรุทธิ์ไม่ได้กลับบ้านแม่ อาจจะเพราะบ้านก็ไม่มีอะไรนอกจากบ้านกับแม่ที่ก็ไม่ได้ใส่ใจเขามากมายนัก
อรดีเกิดและเติบโตที่ต่างจังหวัด ก่อนจะตามรุ่นพี่มาทำงานในกรุงเทพ ฯ จากนั้นไปร่ำเรียนมมหาวิทยาลัยเปิดและพบรักกับผู้ชายรุ่นพ่อซึ่งมีครอบครัวอยู่แล้ว
เมื่อเกิดมาเป็นลูกเมียรอง ถูกบ้านใหญ่ต่อว่าดูแคลนว่าแม่เป็นแค่เมียน้อย คนถ้ามันมีอะไรดีมันจะมาเป็นเมียน้อยเขาทำไม อนิรุทธิ์จึงพยายามพิสูจน์ตัวเอง โดยเริ่มจากการไม่รับความช่วยเหลือจากพ่อตามที่แม่ต้องการ แล้วจากนั้นก็พยายามเรียนจบเพื่อเป็นทนาย ก่อนจะสู้กับงานฟันฝ่าให้ขึ้นที่สูงไว ๆ พวกบ้านใหญ่จะได้เห็นว่าถึงไม่สนับสนุนเขาก็ทำได้
แต่หนทางชีวิตจริงไม่ได้ง่ายเท่าที่เขาคิดหวัง โลกใบใหญ่บอกให้รู้ว่าถ้าไม่มีเส้นสายกับคนใหญ่คนโตความหวังเขาก็แสนจะริบหรี่ เมื่อนายศักดิ์ชายเข้ามา อนิรุทธิ์จึงรู้สึกเหมือนตัวเองได้เห็นแสงไฟ คนที่มีทั้งเงินและคอนเนคชั่นมากมายจะช่วยย่นระยะเวลาประสบความสำเร็จของเขาให้สั้นลง
"เอ้า มาตั้งแต่เมื่อไหร่" อรดีเดินลงจากบนบ้าน เตรียมตัวจะออกไปข้างนอก คนเป็นแม่สวมชุดสีดำทั้งชุด เห็นลูกชายเดินเข้ามาก็แปลกใจ เพราะตั้งแต่มีเมีย ลูกก็กลับบ้านแทบจะนับครั้งได้ วัน ๆ ก็ขลุกอยู่กับเมียซะเป็นส่วนใหญ่
หญิงสาววัยเกือบสี่สิบปลาย ๆ ยังใช้ชีวิตตามอารมณ์ ด้วยความเป็นคนหน้าตาดี อรดีจึงเป็นที่น่าสนใจของผู้ชายรุ่นใหญ่ แต่เธอไม่ได้ลงหลักปักฐานกับใครเป็นพิเศษ เพราะเข็ดแล้วชีวิตคู่ น่าเบื่อหน่ายและเจ็บปวดเกินจะทน
"ฝนจะตกมั้ยเนี่ยแกมาหาแม่" อรดีมองออกไปข้างนอก คำพูดคล้ายเหน็บแนมแต่อีกใจนึงก็คิดอย่างนั้นจริง ๆ
สำหรับอนิรุทธิ์ แม่ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยเท่าที่เขาหวัง หลังจากเจอครองขวัญชายหนุ่มจึงห่างออกไป นาน ๆ จึงจะกลับบ้านสักครั้งหนึ่ง
คนเป็นแม่เปลี่ยนเส้นทางจากที่จะออกไปเลย เลี้ยวเข้าไปในครัวหยิบน้ำเทให้ลูกชาย
ถึงจะเลี้ยงมาแบบปล่อย ๆ แต่เธอก็เลี้ยงมากับมือ เดาออกว่าถ้าลูกกลับบ้านทั้งที่ไม่ควรกลับ แปลว่ามีเรื่องกลุ้มใจ
"เมียแกล่ะ" อรดีมองหา ปกติเห็นตัวติดกันเป็นตังเม คราวนี้มาแปลก หรือว่า "อ๋อ หรือจะเปลี่ยนเมียใหม่ไปเอาลูกเจ้าของบริษัท ฯ" รู้ข่าวคร่าว ๆ จากพวกช่องซุบซิบเรื่องชาวบ้าน "เมียแกมันไม่อกแตกตายเหรอ มันรักแกยังกับอะไรดี"
ใคร ๆ ก็คิดอย่างนั้น เห็นตรงกันว่าในความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นคนที่รักมากกว่าคือครองขวัญ
อนิรุทธิ์ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา เอนคอพิงพนัก ปิดเปลือกตานิ่งเพื่อผ่อนคลาย
"ทะเลาะกันนิดหน่อย"
"นิดหน่อยที่ถึงขั้นเลิกมั้ย"
"แม่รู้เหรอ"
"ก็เดาได้" ผ่านชีวิตมาป่านนี้อรดีก็นับว่าเจนจัดคนหนึ่ง "ผู้หญิงน่ะ ถ้ามันใช้ความรักหมดแล้ว เวลาจะไปมันไปเลย ยิ่งคนใจเด็ดอย่างเมียแก" ถ้าใจไม่เด็ดจริงคงไม่ยกเงินให้ผู้ชายเรียน ส่วนตัวเองจบแค่มหาวิทยาลัยเปิดหรอก
ใจนักเลงชัด ๆ
#รัก #นางร้าย #นิยายรัก #หย่าร้าง
