ตอนที่ 10 คงต้องปล่อยมือ
อนิรุทธิ์มองเอกสารตรงหน้าด้วยแววตาขุ่นเคือง คิ้วหนาขมวดดันเข้าหากันส่งผลให้ดวงตาคมเคร่งเครียด ชายหนุ่มไม่คิดว่าจะเจอเรื่องเซอร์ไพรส์แต่เช้า ทุกเรื่องเกิดขึ้นโดยที่เขาเองไม่ทันได้ตั้งตัวเลยสักนิด
ใบหย่าวางลงตรงหน้า ลงชื่อครองขวัญไว้เรียบร้อย เหลือเพียงช่องว่างที่ต้องระบุชื่อของเขาที่ยังว่างเปล่า
"หมายความว่ายังไงขวัญ"
"ฉันขอหย่าค่ะ" น้ำเสียงครองขวัญราบเรียบ แม้ใจปวดแปลบก็ต้องเก็บไว้ในแสดงออกมา เธอเลือกแล้วว่าจะทำเป็นจำไม่ได้เพื่อจะลดการทะเลาะเบาะแว้ง ให้ต่างฝ่ายต่างมีอิสระเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองจะดีกว่า
อนิรุทธิ์ปัดใบหย่าทิ้งลงพื้น ครองขวัญมองกระดาษปลิดปลิวลอยไปตกบนพื้นด้วยสายตาว่างเปล่า
"ขวัญเป็นบ้าเหรอ จำไม่ได้...มันเกี่ยวอะไรกับการหย่า"
"ฉันรู้สึกไม่สบายใจที่เราเป็นสามีภรรยากัน"
"เลิกพูดคำว่าไม่สบายใจสักทีเถอะ คิดว่าชีวิตมันเป็นของเล่นหรือไง อยากจะหย่าก็หย่าได้เหรอ"
"ฉันจำไม่ได้แล้วว่าคุณเป็นใคร การมีคุณอยู่ใกล้ ๆ มันทำให้ฉันไม่ปลอดภัย การต้องอยู่กับผู้ชายแปลกหน้าไม่ใช่เรื่องสนุก"
"ขวัญอย่ามาประสาท ต่อให้จำไม่ได้แต่รูปก็เต็มบ้าน ขวัญก็เห็นว่าเราเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ คิดว่าผมสร้างเรื่องมาหลอกเหรอ"
ครองขวัญไม่เข้าใจนักว่าเขาจะทำเหมือนจะเป็นจะตายทำไม ในเมื่อคนที่หวังว่าตัวเองจะได้เป็นอิสระคือเขา
"ไม่ได้คิดหรอกค่ะ ฉันแค่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะจำได้ ตอนนั้นเวลามันอาจจะนานเกินไป ฉันไม่อยากเอาเปรียบคุณด้วยการปิดโอกาสที่่คุณจะได้เจอคนดี ๆ"
ซึ่งความจริงอนิรุทธิ์เจอแล้วต่างหาก สิ่งที่เขายังขาดคือโอกาสจากเธอ ขอเพียงแค่เธอให้อิสระ อนิรุทธิ์จะได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ แต่กลายเป็นว่าเขาทำหงุดหงิดไม่พอใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น
"ขวัญก็ไปหาหมอสิ เดี๋ยวก็หาย"
"ฉันไม่อยากรักษาค่ะ"
"ทำไม"
"ฉันไม่รู้ว่าระหว่างเราเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าฉันเลือกจะลืม ก็หมายความว่าที่ผ่านมามันคงไม่น่าจดจำ ให้ทุกอย่างมันจบด้วยดี...ดีกว่าค่ะ"
อนิรุทธิ์รู้สึกเหมือนจะตาย ขอบตาเขาร้อนผ่าวเมื่อเห็นว่าในสายตาของครองขวัญว่างเปล่า
ไม่มีความรัก ไม่มีความห่วงใย ไม่มีสายตาปลาบปลื้มชื่นชมที่เคยบรรจุในดวงตาผู้หญิงตรงหน้าอย่างเต็มเปี่ยม
ทว่าสำหรับครองขวัญเธอแทบไม่ยินดียินร้าย อาจจะเพราะที่ผ่านมาเธอตั้งใจรักอย่างเต็มที่ แม้ว่าเพื่อนจะบอกว่าการยกเงินเก็บเพื่อส่งเสริมให้ผู้ชายมีอนาคตที่ดีคือคนโง่แต่ครองขวัญไม่แม้แต่จะลังเล
ความรักของเธอไม่มีความหวาดกลัวเจือปน ครองขวัญใช้ชีวิตรักของตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว เมื่อทำดีที่สุดแล้วแต่สิ่งที่คาดหวังไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
ก็ถึงเวลาต้องปล่อยมือ
"โอ้โหพี่ขวัญ ผมนึกว่าพี่ขวัญตายไปแล้วนะเนี่ย นี่ตัวจริงหรือเปล่าเนี่ย" ที่พูดหยอกเย้าอยู่ตรงหน้าคือขามเด็กชายวัยสิบสามปี อดีตลูกสมุนตัวจ้อยของครองขวัญก่อนที่เธอจะไปเรียนและเป็นพริตตี้อยู่กรุงเทพฯมหานคร
ครองขวัญไม่ค่อยได้กลับบ้านสักเท่าไหร่ เพราะปกติงานพริตตี้ของเธอต้องเดินทางเป็นประจำอยู่แล้ว หญิงสาวจึงใช้ความเหนื่อยเป็นข้ออ้างการผลัดผ่อนกลับมาเยี่ยมบ้าน
หญิงสาวย่อตัวลงปล่อยเปียกปูนวิ่งเล่นเข้าไปใต้ถุนบ้าน บ้านที่สระบุรีของครองขวัญเรียบง่าย พื้นที่กว้างตามประสาต่างจังหวัด
"ไปไงมาไงล่ะ ผัวทิ้งเหรอถึงกลับบ้านได้" คนเป็นพ่อแซวลูกสาวเล่น ๆ ไม่คิดว่าชั่วโมงต่อมาจะต้องนั่งรับฟังลูกเล่าเรื่องว่าตัวเองเลิกรากับอนิรุทธิ์จริง ๆ
ตอนแรกทั้งบุญสมและผกาไม่เชื่อ คิดว่าลูกพูดเล่นเพราะรู้ดีว่าลูกสาวตัวเองรักผัวขนาดไหน กระทั่งครองขวัญยืนยันซ้ำ ๆ ว่าเป็นเรื่องจริง สองผัวเมียจึงเริ่มหวั่นไหว คนเป็นพ่อนั่งบนแคร่ ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ ปัดไล่แมลงตอนกลางวัน สีหน้าแววตาเคร่งเครียด พยายามระงับอารมณ์โกรธไม่ให้คุกรุ่น
วิสัยคนเป็นพ่อตัวเองจะเกรี้ยวกราดร้ายกาจใส่ลูกน่ะย่อมได้ แต่ถ้าได้รู้ว่ามีผู้ชายคนอื่นมาทำลูกเจ็บมันเหมือนเอามีดกรีดใจ มันจะทนไม่ได้อยู่ร่ำไป หลังเงียบอยู่นานบุญสมก็อยากจะแน่ใจจริง ๆ ว่าลูกไม่ได้พูดเล่น
"เอ็งพูดจริงเรอะนังหนู เอ็งน่ะเรอะเลิกกับผัวจริง ๆ"
"ขวัญอยากให้เขามีอิสระน่ะพ่อ ขวัญเองก็มีอะไรที่อยากทำเหมือนกัน" ครองขวัญเลี่ยงจะเล่าเรื่องที่อนิรุทธิ์ได้ข้อเสนอเป็นตำแหน่งงานแลกกับการต้องแต่งงานกับลูกของเจ้านาย
ในสายตาพ่อแม่เธอ อนิรุทธิ์เป็นคนอนาคตไกล เป็นคนสุภาพ ดูมุ่งมั่นตั้งใจพยายาม ปีที่แล้วครองขวัญอวดพ่อกับแม่ว่าสามีตัวเองได้ทำงานเป็นทนายความบริษัทใหญ่ โดยเฉพาะพ่อเธอปลาบปลื้มเขามากเป็นพิเศษ
ตอนแรกบุญสมจะถามต่อ แต่คนเป็นเมียรีบสะกิด ผู้หญิงด้วยกันดูออกว่าลูกสาวเสียใจ จึงห้ามผัวไม่ให้ถามอะไรมากมาย
"เออ เลิกก็เลิก หาเอาใหม่ก็ได้ พวกนักท่องเที่ยวในฟาร์มเยอะแยะ เดี๋ยวข้าจะพาเอ็งไปดู"
สองผัวเมียเป็นอดีตพ่อค้าแม่ค้าที่ผันตัวมาทำงานเป็นพนักงานฟาร์มโคนมในจังหวัดสระบุรี บุญสมเป็นคนขับรถพานักท่องเที่ยวชมรอบฟาร์ม ส่วนผกามีหน้าที่รีดนมวัวโชว์นักท่องเที่ยว ส่วนขามเป็นเด็กที่ทั้งสองคนรับมาเลี้ยง ลูกเพื่อนร่วมงานที่เสียชีวิตไล่เลี่ยกันเพราะโรคร้าย
"ขวัญมาหาที่ทำคาเฟ่น่ะแม่ แม่มีที่น่าสนใจราคาไม่แพงมั้ย ขวัญว่าจะเปิดคาเฟ่"
มีธุรกิจของตัวเองจะได้มีหลักยึด ว่างจากร้านก็รับงานพริตตี้ ว่างจากงานพริตตี้ก็มาดูแลร้าน มีนั่นมีนี่ทำจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน ครองขวัญเป็นคนทำอะไรด้วยความรักเสมอ ก็ใช่ว่าชีวิตจะรักแค่ผู้ชาย ชีวิตตัวเองครองขวัญก็ตั้งใจรักมาอย่างดี
หากเธอตั้งใจว่าจะเดินตามความฝันแล้วทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง
เธอก็จะตั้งใจทำอย่างดีเช่นเดียวกัน
