บทที่ 4 คืนฝนพรำกับความลับในใจ
คำว่าสามีภรรยาทำให้เซี่ยอวิ๋นหลัวเงยหน้าขึ้นมองบุรุษตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
นาง...แต่งงานแล้วอย่างนั้นหรือ?
ความประหลาดใจฉายชัดอยู่ในแววตา ทว่าเพียงครู่เดียวก็ถูกกดข่มลงไป
ยามนี้นางสูญเสียความทรงจำ เรื่องราวในอดีตล้วนว่างเปล่า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเป็นใคร มาจากที่ใด หรือเหตุใดจึงพลัดตกจากภูเขาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วจะอาศัยคำพูดเพียงไม่กี่คำของคนที่เพิ่งพบกันมาตัดสินได้อย่างไรว่าสิ่งใดจริง สิ่งใดเท็จ
เซี่ยอวิ๋นหลัวจึงยังไม่ปักใจเชื่อ เพียงเก็บความสงสัยไว้เงียบๆ ภายในถ้ำพลันตกอยู่ในความเงียบ
นางก้มหน้าลง มือข้างหนึ่งเผลอขยำชายเสื้อไปมาอย่างกระสับกระส่าย ไม่รู้ว่าควรรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าเช่นไร
เซียวจิ้งเฉินมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ “เจ้าลืมหมดแล้วจริงๆ”
น้ำเสียงนั้นฟังดูสงบนิ่ง ทว่าหากตั้งใจฟังให้ดี กลับสัมผัสได้ถึงความน้อยใจบางเบาที่ซ่อนอยู่
เซี่ยอวิ๋นหลัวชะงัก ก่อนเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง ต้องยอมรับว่าบุรุษตรงหน้ามีรูปโฉมโดดเด่นอย่างยิ่ง ขนตายาวทอดลงเหนือดวงตาทรงดอกท้อ เมื่อกะพริบตาเบาๆ เงาขนตาก็ไหวตาม ดวงตาคู่นั้นกำลังมองนางนิ่ง ภายในสะท้อนเงาร่างของนางไว้อย่างชัดเจน
ประกอบกับสีหน้าและน้ำเสียงเมื่อครู่แล้ว กลับทำให้เขาดูคล้ายบุรุษผู้ถูกคนรักทอดทิ้งอย่างน่าเวทนาอยู่หลายส่วน
เซี่ยอวิ๋นหลัวมองเขาแล้วก็ยิ่งพูดไม่ออก คราวนี้จึงกลายเป็นนางที่เงียบเสียเอง ยิ่งเสื้อคลุมตัวนอกของเขายังพาดอยู่บนร่าง ความกระอักกระอ่วนก็ยิ่งเพิ่มขึ้น มือไม้พลันไม่รู้จะวางตรงไหน ได้แต่รวบชายเสื้อคลุมไว้หลวมๆ
เซียวจิ้งเฉินเห็นดังนั้นก็ไม่ได้คาดคั้นต่อ เขาลุกขึ้น เดินไปยังปากถ้ำแล้วหยุดยืนหันหลังให้นาง ความเงียบทอดยาวอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนเสียงทุ้มต่ำจะดังขึ้น
“พักเถิด คืนนี้ข้าจะเฝ้าเอง”
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ “หลับให้สบาย ไม่ต้องกังวล”
เซี่ยอวิ๋นหลัวไม่ได้ตอบ ถึงเซียวจิ้งเฉินจะไม่เคยแสดงเจตนาร้ายตั้งแต่พบกัน แต่สำหรับนางในยามนี้ เขายังคงเป็นบุรุษแปลกหน้าที่ไม่รู้ที่มา ทั้งยังอ้างว่าเป็นสามีของนางอย่างกะทันหัน จะให้วางใจจนหลับสนิทต่อหน้าเขาย่อมเป็นไปไม่ได้
นางจึงงอเข่าขึ้น ก้มศีรษะซบลงบนเข่าทั้งสองข้างแล้วหลับตา ทำทีเหมือนกำลังพักผ่อน ทว่าภายในใจกลับยังตื่นตัว
บทสนทนาระหว่างนางกับเซียวจิ้งเฉินตั้งแต่แรกพบค่อยๆ ย้อนกลับเข้ามาในความคิด
ตอนที่เห็นนางครั้งแรก เขาตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังรีบเข้ามาจับแขนนางไว้แน่น อารมณ์พลุ่งพล่านราวกับตามหาคนสำคัญมานานแสนนาน
เขาบอกว่าตามหานางมาหลายวัน ทว่าหลังรู้ว่านางสูญเสียความทรงจำ ท่าทีกลับเปลี่ยนไปทันที ไม่เพียงไม่อธิบายเรื่องราวในอดีต กลับเอาแต่เงียบตลอดทาง กระทั่งคืนนี้จึงบอกว่าพวกเขาเป็นสามีภรรยากัน
เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ จะให้นางเชื่อทันทีได้อย่างไร?
เซี่ยอวิ๋นหลัวขมวดคิ้วเล็กน้อย วันนี้นางเดินหลงอยู่บนภูเขาแทบทั้งวัน ร่างกายที่เพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บยังไม่แข็งแรงดี พอได้หยุดพัก ความเหนื่อยล้าที่สะสมไว้ก็พลันถาโถมขึ้นมา ขาทั้งสองข้างทั้งเมื่อยทั้งปวด ร่างกายหนักอึ้งจนแทบไม่อยากขยับ
ไม่นานนัก ด้านนอกก็มีเสียงฝนดังขึ้น หยาดฝนโปรยลงกระทบใบไม้และพื้นหิน เสียงซู่ซ่าดังสม่ำเสมอท่ามกลางราตรีอันเงียบสงัด
เดิมทีเซี่ยอวิ๋นหลัวเพียงแสร้งหลับ แต่เมื่อฟังเสียงฝนอยู่นานเข้า หนังตาก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ ความเหนื่อยล้าค่อยๆ กลืนกินสติ สุดท้ายนางก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว
ท่านั่งกอดเข่าทำให้ขาทั้งสองเริ่มชา ศีรษะจึงค่อยๆ เอียงไปพิงผนังหินแข็งเย็นข้างกาย เสื้อคลุมสีขาวนวลอมฟ้าของเซียวจิ้งเฉินยังคลุมอยู่บนร่าง ลมหายใจจากที่เคยระแวดระวังค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสม่ำเสมอ
ด้านนอกถ้ำ เซียวจิ้งเฉินยังคงยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน เขาสวมเพียงอาภรณ์ชั้นใน ปล่อยให้ละอองฝนเย็นเฉียบสาดเฉียงกระทบใบหน้า ลมหนาวพัดลอดเข้าไปตามสาบเสื้อจนความเย็นแทรกซึมทั่วร่าง
แต่เขากลับไม่คิดหลบ ราวกับต้องการอาศัยความหนาวเย็นนี้กดอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในให้สงบลง
หาเจอแล้ว...คราวนี้เขาหานางพบจริงๆ
หลายวันที่ผ่านมาเขาแทบไม่เคยหลับอย่างเต็มตา กลางวันออกตามหา กลางคืนก็ยังไม่หยุด ความคิดที่ว่าเซี่ยอวิ๋นหลัวอาจไม่มีชีวิตอยู่แล้วเคยกัดกินหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก
ทว่ายามนี้ คนที่เขาตามหากำลังนอนอยู่ในถ้ำห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว นางยังมีชีวิต ทั้งยังคลุมเสื้อของเขาอยู่ หัวใจที่แขวนค้างมาตลอดหลายวัน ในที่สุดก็เหมือนได้กลับลงสู่ที่เดิม
เซียวจิ้งเฉินยืนตากลมฝนอยู่อีกพักใหญ่ กระทั่งอารมณ์ค่อยๆ สงบลงจึงหมุนกายกลับเข้าไป เขาเดินอย่างแผ่วเบา ก่อนหยุดลงตรงหน้าเซี่ยอวิ๋นหลัว
หญิงสาวหลับสนิท ศีรษะเอนพิงผนังหิน สีหน้ายามหลับสงบนิ่ง แตกต่างจากตอนตื่นที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังอย่างสิ้นเชิง
เซียวจิ้งเฉินมองนางอยู่เนิ่นนาน ก่อนยกมือขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วเคลื่อนเข้าใกล้แก้มของนาง ทว่าก่อนจะสัมผัสเพียงเสี้ยวเดียว เขากลับหยุดลง
มือของเขาเย็นเกินไป หลังยืนตากลมฝนอยู่ด้านนอกมานาน ปลายนิ้วแทบไร้ความอบอุ่น หากสัมผัสลงไปย่อมรบกวนการนอนของนาง
เซียวจิ้งเฉินจึงถอนมือกลับ แล้วไปนั่งข้างกองไฟ ปล่อยให้ไออุ่นขับไล่ความหนาวเย็นออกจากร่าง กระทั่งมือทั้งสองกลับมาอุ่นจึงลุกขึ้นอีกครั้ง
เขานั่งลงข้างเซี่ยอวิ๋นหลัวอย่างระมัดระวัง ก่อนประคองท้ายทอยของนางออกจากผนังหินแข็งเย็น แล้วค่อยๆ วางลงบนต้นขาของตน เพื่อให้นางเหยียดตัวนอนราบได้สบายขึ้น
เซี่ยอวิ๋นหลัวไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย เซียวจิ้งเฉินก้มมองใบหน้าที่หลับใหล ก่อนยื่นมือที่อังไฟจนอบอุ่นไปแตะแก้มนางอีกครั้ง
ผิวของนางยังเย็นอยู่เล็กน้อย แต่สัมผัสนั้นชัดเจนและมีอยู่จริง ไม่ใช่ภาพลวงตา นางกลับมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้วจริงๆ
เมื่อนึกถึงเรื่องสูญเสียความทรงจำ แววตาของเซียวจิ้งเฉินก็พลันลุ่มลึกขึ้น
ตอนแรกเขายังคิดว่านี่อาจเป็นอุบายอีกอย่างที่นางใช้เพื่อหนีจากเขา ทว่าเมื่อทบทวนท่าทีทั้งหมดตั้งแต่พบกัน ไม่ว่าจะเป็นสายตาที่มองเขาอย่างคนแปลกหน้า ความระแวดระวัง หรือคำถามเกี่ยวกับอดีต ทุกอย่างล้วนไม่เหมือนการเสแสร้ง
ดูท่า นางคงสูญเสียความทรงจำจริงๆ หากเป็นเช่นนั้น...เรื่องราวในอดีตทั้งหมดก็คงถูกลืมไปแล้ว รวมถึงเรื่องระหว่างเขากับนางด้วย เช่นนั้นพวกเขาก็อาจเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง
เซียวจิ้งเฉินถอนมือกลับช้าๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินในความเงียบ เขาเริ่มย้อนนึกถึงเหตุการณ์ตั้งแต่พบกันในวันนี้ทีละอย่าง
ตอนนั้นเขาโกรธเกินไป โกรธที่นางจากไปโดยไม่บอกกล่าว โกรธที่ตามหามาหลายวันกลับไร้ร่องรอย กระทั่งได้พบกันจริงๆ ก็ยังจมอยู่กับอารมณ์ของตนเองจนไม่ทันสังเกตความผิดปกติของนาง
ยิ่งคิดก็ยิ่งนึกเสียใจ เพิ่งพบกันแท้ๆ เขากลับทำให้นางไม่พอใจอีกแล้ว
หลายวันที่เซี่ยอวิ๋นหลัวหายตัวไป เขาไม่รู้เลยว่านางต้องพบเจอกับอะไรบ้าง ยิ่งนางบอกว่าสูญเสียความทรงจำ ก็ยิ่งชัดเจนว่าคงเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น
แต่ไหนแต่ไรนางก็ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ไหนเลยจะทนรับความลำบากเช่นนี้ไหว หากเขาหานางพบเร็วกว่านี้...นางอาจไม่ต้องทรมานมากถึงเพียงนี้
สายตาของเซียวจิ้งเฉินพลันหยุดลงตรงลำคอของหญิงสาว บริเวณที่แต่เดิมเคยเรียบเนียน ยามนี้กลับมีรอยแผลพาดอยู่จางๆ เพียงรอยนั้นก็ทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้ง เขาไม่รู้ว่านางได้รับบาดเจ็บมากเพียงใด และยิ่งไม่รู้ว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมาต้องทนทุกข์เพียงใด
ความคิดสังหารที่มีต่อคนซึ่งหลอกนางมายังภูเขาอู้ซานจึงยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ส่วนคนบนตักกลับหลับอย่างสงบ นางคงเหนื่อยมากจริงๆ ถึงได้หลับสนิทแม้อยู่ในสถานที่ที่ไม่สบายเช่นนี้
