บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ความลับเปิดเผย

“เย่หลินพ่อสั่งให้เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!” เสียงของเย่ชินหลางยังคงไล่มาตามหลังยิ่งทำให้คนที่ได้ยินรีบสาวเท้าออกตัววิ่งเร็วกว่าเดิม

“หยุดให้โง่หรือเจ้าคะ หากข้าหยุดข้าก็โดนท่านพ่อตีน่ะสิ” เย่หลินวิ่งตรงไปข้างหน้าอย่างคนไร้จุดหมาย แม้ว่าจะเคยอ่านนิยายเรื่องนี้จบแล้วแต่นางยังไม่เคยสัมผัสโลกจริงเสียหน่อย นางจำได้ว่าหอนอนของเย่หลินอยู่ทางด้านในปีกตะวันตก แต่ด้วยความตกใจที่เห็นท่านพ่อถือแส้ไม้ไผ่มาข่มขู่ทำให้นางตั้งหน้าตั้งตาวิ่งจนทิศทางสลับกันมึนงงสับสนไปเสียหมด

“คุณหนูเจ้าคะ ทางนี้เจ้าค่ะ”

ในตอนที่วิ่งมาถึงทางแยกก็เห็นหานเยว่กำลังกวักมือเรียกอยู่ไม่ไกล เย่หลินจึงไม่รอช้าวิ่งไปหาหานเยว่ทันที สาวใช้คนสนิทพาเย่หลินไปยังทางลัดก่อนจะมาโผล่ที่หน้าประตูหอนอน ไม่รอช้าหญิงสาวรีบก้าวเข้าไปพร้อมสั่งให้หานเยว่ลั่นกลอนไว้อย่างแน่นหนาทันที

ปังๆๆๆ!

“เย่หลินเปิดประตูให้พ่อเดี๋ยวนี้!” เสียงของอดีตไท่จื่อไท่ฝูเย่ชินหลางยังคงดังอยู่ทางด้านนอก แรงทุบประตูที่ทำให้ประตูไม้บานใหญ่สั่นไปมาบ่งบอกถึงอารมณ์คุกรุ่นของผู้เป็นบิดาได้เป็นอย่างดี

“ท่านพ่อใจเย็นๆก่อนเถอะเจ้าค่ะ ค่อยๆพูดค่อยๆจากันดีกว่า”

“หึ! ค่อยๆพูดค่อยๆจางั้นหรือ พ่อพูดกับเจ้าดีๆหลายครั้งแล้ว เจ้าเคยฟังเสียที่ไหนกัน” เขาแค่นเสียงหึออกมา แต่เมื่อไม่ได้ยินวาจาตอบกลับของบุตรสาวจึงโยนแม้ไม้ไผ่ในมือทิ้งและก้าวฉับๆกลับไปยังห้องทำงานของตนด้วยความโมโห เพราะรู้จักนิสัยของบุตรสาวผู้นี้ดีว่านางดื้อรั้นมากเพียงใด ยิ่งนางเห็นเขาถือแส้ไม้ไผ่ไล่ตามมาเช่นนี้คงไม่มีทางยอมเปิดประตูออกมาพบหน้าเขาง่ายๆหรอก

แอ๊ด!

เมื่อทุกอย่างสงบลง เย่หลินที่แนบใบหูเข้ากับประตูจึงค่อยๆแง้มบานประตูให้เปิดออก ครั้นเมื่อเห็นแผ่นหลังของอดีตไท่จื่อไท่ฝูเย่ชินหลางเดินจากไป นางจึงผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ

“ฟู่วว เกือบไปแล้วไหมล่ะ ขอบใจเจ้ามากนะหานเยว่ หากไม่ได้เจ้าช่วยข้าไว้ ข้าคงถูกท่านพ่อตีจนหลังลายเป็นแน่” หญิงสาวหันมาเอ่ยกับสาวใช้ด้วยน้ำเสียงร่าเริง นางรู้ว่าเย่ชินหลางเป็นคนที่เข้มงวดอย่างมาก หากแต่เย่หลินนั้นเป็นคนดื้อรั้นทำให้กระทบกระทั่งกับผู้เป็นพ่ออยู่บ่อยๆ

“…” หานเยว่ไม่ตอบสิ่งใดนอกจากส่งสายตามองเย่หลินอย่างนิ่งๆ สายตาของหานเยว่ทำให้คนถูกมองย่นคิ้วเข้าหากัน ริมฝีปากที่เคยแย้มยิ้มอยู่เมื่อครู่ค่อยๆหุบลง

“มีอะไรหรือเปล่า เหตุใดถึงได้จ้องหน้าข้าเช่นนั้นเล่า” เพราะเป็นสาวกนิยายและซีรี่ย์แนวรักจีนโบราณมานานทำให้เย่หลินปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าใดนั้น อีกทั้งยังไม่รู้สึกกระดากปากในยามที่ต้องพูดด้วยภาษาโบราณเช่นนี้

“ท่านไม่ใช่คุณหนูเย่หลินของข้า” หานเยว่พูดพร้อมกับหลุบสายตาลงต่ำ นางสนิทสนมและใกล้ชิดกับคุณหนูเย่หลินมาตั้งแต่วัยเยาว์ เรียกได้ว่าแทบจะเลี้ยงดูเติบโตคู่กันมาแค่ต่างสถานะกันเท่านั้น ไยนางจะดูไม่ออกว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตอนนี้หาใช่คุณหนูเย่หลินตัวจริง แม้ว่าทั้งใบหน้านิสัยจะไม่แตกต่างกันเลยก็ตาม

“เจ้า… หมายความว่าอย่างไรกัน” เป่าเปาที่อยู่ในร่างของเย่หลินใจหายวาบ ก่อนจะวิ่งไปยังหน้ากระจกทองเหลือง หน้าตาของนางในตอนนี้เหมือนกับในโลกปัจจุบันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน แตกต่างแค่ตรงที่ใบหน้าของนางในยามนี้เนียนใสไร้รอยสิวบ่งบอกว่าได้รับการดูแลมาเป็นอย่างดี ไม่ได้กระดำกระด่างเหมือนในโลกปัจจุบันเพราะนางไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเองเท่าใดนัก รายได้ที่ได้จากการทำงานออฟฟิศก็เอาไปซื้อสินค้าช่วยสนับสนุนหลางหยินจนหมดจึงไม่มีเวลาเข้าคลินิกเสริมความงามหรือซื้อครีมบำรุงดีๆมาใช้

เรียกได้ว่าทั้งชีวิตของเป่าเปารวมถึงทุกลมหายใจเข้าออกได้มอบให้กับหลางหยินไปหมดแล้ว

“ท่านไม่ใช่คุณหนูเย่หลินของข้าจริงๆสินะเจ้าคะ ฮึก” หานเยว่น้ำตาไหลพราก แต่กระนั้นก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่าการที่สตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่คุณหนูเย่หลินของนางนั้นหมายความได้ว่าคุณหนูเย่หลินตัวจริงของนางไม่อยู่แล้ว

เป่าเปาที่อยู่ในร่างของเย่หลินได้ยินเช่นนั้นจึงผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ เพิ่งมาอยู่ในร่างนี้ได้ยังไม่ถึงวันก็โดนจับได้เสียแล้ว

“ใช่ ข้าไม่ใช่คุณหนูเย่หลินตัวจริง ข้าชื่อเป่าเปามาจากยุคศตวรรษที่ 21 แต่ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดวิญญาณของข้าถึงได้มาอยู่ในร่างคุณหนูเย่หลินของเจ้า” หญิงสาวยอมรับตามตรง ไม่มีความจำเป็นใดให้ต้องปิดบังกับหานเยว่ เพราะหานเยว่เป็นคนที่ใกล้ชิดกับเจ้าของร่างนี้มากที่สุด แม้กระทั่งกับผู้เป็นบิดาอย่างเย่ชินหลางยังไม่สนิทสนมและรู้จักเย่หลินผู้เป็นบุตรสาวดีเท่ากับหานเยว่เลย

“ข้าเองก็อยากกลับไปโลกปัจจุบัน แต่ในโลกปัจจุบันข้าตายไปแล้วน่ะสิ และเพราะเหตุนี้กระมังถึงได้ทำให้วิญญาณของข้ามาอยู่ในร่างของเจ้านายของเจ้า ท่านเทพคงมอบโอกาสให้ข้าได้ช่วยเหลือร่างนี้เป็นแน่” เป่าเปาคิดว่าในโลกนี้ไม่มีความบังเอิญ ที่วิญญาณของนางได้เข้ามาอยู่ในร่างของเย่หลินก็เป็นเพราะดวงจิตของนางอาจผูกพันธ์กับนิยายเรื่องนี้โดยเฉพาะกับฉินจื่อหลงตัวร้ายในนิยายที่ได้ดาราในดวงใจอย่างหลางหยินมารับบทบาท

เย่หลินหรี่ตาลงเล็กน้อยที่เห็นหานเยว่ยังคงเปล่งเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่ยอมหยุดเสียที

“ข้าต้องเสียสละชีวิตในยุคศตวรรษที่ 21 ของข้าเพื่อมาใช้ชีวิตเป็นคุณหนูเย่หลินของเจ้า ข้าเสียสละถึงเพียงนี้เชียวนะ” เย่หลินกล่าวเสียงเศร้าแสร้งทำเป็นยกมือขึ้นปาดน้ำตา เมื่อเห็นหานเยว่ค่อยๆหยุดสะอื้น นางจึงลอบยิ้มอย่างสมใจ

“เอาน่า เจ้าอย่าได้เสียใจไปเลย เจ้าอาจจะดีใจเสียด้วยซ้ำที่ได้ข้ามาอยู่ในร่างของเจ้านายเจ้า”

“ท่านหมายความว่าอย่างไรกันเจ้าคะ” หานเยว่เงยหน้าขึ้นถามด้วยความไม่เข้าใจ ขณะที่น้ำหูน้ำตายังคงไหลทะลักทะลายออกมาจนเกลื่อนใบหน้าด้วยความเศร้าเสียใจ

“ก็เพราะว่าในเมื่อข้าได้มาอยู่ในร่างนี้ ข้าก็จะต้องดูแลทะนุถนอมร่างนี้เป็นอย่างดี และไม่ทำให้ร่างนี้พบเจอกับความตายในตอนสุดท้ายเด็ดขาด” เย่หลินหันไปสบตากับหานเยว่ที่กำลังส่งสายตามองมายังนางพร้อมเอียงคอน้อยๆ สายตาเต็มไปด้วยคำถามทำให้เย่หลินยกมือขึ้นกอดอกและตัดสินใจเปิดปากเล่าเรื่องราวทั้งหมดในนิยายให้นางฟัง

ครั้นเมื่อหานเยว่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด นางจึงยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้าพลางย่อกายลงนั่งคุกเข่าและโขกศีรษะไปมาบนพื้นต่อหน้าของเย่หลิน

“ข้าเข้าใจทุกอย่างแล้วเจ้าค่ะ ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ใช่คุณหนูเย่หลินตัวจริงก็ไม่เป็นไร แต่ท่านต้องช่วยดูแลร่างกายของคุณหนูอย่าให้พบเจอกับจุดจบอันน่าอนาจเช่นนั้นเลยนะเจ้าคะ”

“หานเยว่เจ้าอย่าได้เป็นกังวลไป อย่างไรตอนนี้ข้ากับเย่หลินก็ถือว่าเป็นคนๆเดียวกันแล้ว ร่างกายนี้คือชีวิตของข้า ข้าจะไม่ทำให้ชีวิตของข้าต้องพบเจอกับจุดจบอันเลวร้ายเช่นนั้นหรอก” เย่หลินหย่อนกายลงนั่งอยู่เบื้องหน้าของหานเยว่พร้อมกับวางมือลงบนไหล่บางของสาวใช้คนสนิท

หานเยว่ได้ยินเช่นกันจึงผงกศีษะรับอย่างหมายมาด ดวงตาคลอไปด้วยหยดน้ำเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ ดูเอาเถิดว่าท่านเป่าเปาต้องเสียสละตัวเองแค่ไหนเพื่อช่วยดูแลปกป้องร่างของคุณหนูเย่หลิน นับจากนี้ไปนางจะขอถวายตัวรับใช้ท่านเป่าเปาไปจนกว่าชีวิตนี้จะไม่ หานเยว่เอ่ยคำสัตย์ปฏิญาณกับตัวเองในใจพลางสบตากับเป่าเปาในร่างของเย่หลินด้วยความจงรักภักดี

หลังจากที่ตกลงกับหานเยว่ได้ และไม่ลืมที่จะย้ำกับสาวใช้คนสนิทว่านอกจากนางแล้วห้ามให้ผู้ใดรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด ฝ่ายหานเยว่ก็ได้รับคำผู้เป็นนายอย่างหนักแน่น ในสายตาของหานเยว่ถึงแม้ว่าวิญญาณของสตรีผู้นี้จะไม่ใช่คุณหนูเย่หลินตัวจริง หากแต่ในเมื่อท่านเป่าเปาได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้ได้มาใช้ชีวิตเป็นคุณหนูเย่หลินแล้วก็ถือว่าเป็นเจ้านายของนางเช่นกัน

เย็นวันนั้นเย่หลินคิดที่จะมาง้องอนบิดา ด้วยรู้ว่าความสัมพันธ์ของพ่อลูกนั้นช่างห่างเหิน แม้ว่าอดีตไท่จื่อไท่ฝูเย่ชินหลางจะเลี้ยงดูบุตรสาวมาโดยลำพังถึงสิบเจ็ดปีหลังจากที่มารดาของเย่หลินจากไปในระหว่างคลอดก็ตาม เย่ชินหลางรักหมานอิงผู้เป็นภรรยาอย่างมาก เมื่อนางจากไปเขาตกอยู่ในความเศร้าใช้ชีวิตอย่างคนหมดอาลัยตายอยากนานถึงเจ็ดปีเต็ม กว่าจะตั้งสติตัวเองและนึกถึงของล้ำค่าที่ภรรยาทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า เย่หลินก็มีอายุได้เจ็ดหนาวแล้ว

ทว่าเมื่อความสัมพันธ์ของเย่ชินหลางกับเย่หลินกำลังไปได้ด้วยดี เขาก็ได้รับการแต่งตั้งจากฉินเป่ยเหยาฮ่องเต้ให้รับตำแหน่งไท่จื่อไท่ฝูของฉินจื่อเหมาไท่จื่อ เย่ชินหลางจึงจำต้องอุทิศตัวคอยติดตามและสั่งสอนอยู่ข้างกายขององค์รัชทายาททำให้ความสัมพันธ์ของพ่อลูกเริ่มเหินห่างกันไปอีกครั้ง กระทั่งเมื่อสามปีก่อนที่ฉินจื่อเหมาไท่จื่อสิ้นพระชนม์ ตำแหน่งองค์รัชทายาทว่างเว้นลง เย่ชินหลางพยายามกลับมาฟื้นความสัมพันธ์กับบุตรสาวแต่ก็สายไปเสียแล้ว เพราะในสายตาและความรู้สึกของเย่หลินนั้นคือนางอยู่คนเดียวอย่างอ้างว้างมาโดยตลอดจนชินชาไปเสียแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel