บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ทะลุมิติมาวันแรกก็เจอเรื่องวุ่นวาย

นางเอกเย่หลินผู้ที่วิญญาณของเป่าเปาได้ทะลุมิติเข้ามาในนิยายและมาอยู่ในร่างคนนี้คือบุตรสาวของอดีตไท่จื่อไท่ฝูเย่ชินหลาง บิดาของนางเคยเป็นอาจารย์ของฉินจื่อเหมาไท่จื่อองค์รัชทายาทของฉินเป่ยเหยาฮ่องเต้กับต้าเหวินจวินฮองเฮา หากแต่ว่าโชคร้ายยิ่งนักที่ฉินจื่อเหมาไท่จื่อพระวรกายอ่อนแอไม่แข็งแรงมาตั้งแต่กำเนิด พระอาการจะทรุดหนักขึ้นยามเมื่อโดนอากาศเย็น และเมื่อสามปีก่อน ฉินจื่อเหมาไท่จื่อทรงพระประชวรอย่างหนัก หมอหลวงพยายามรักษาและยื้อชีวิตไว้อย่างเต็มที่ แต่กระนั้นก็ไม่อาจต้านทานชะตาจากเบื้องบนได้ทำให้ฉินจื่อเหมาไท่จื่อสิ้นพระชนม์ไปในตอนที่มีพระชนมายุได้ยี่สิบสามชันษา

แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านพ้นมานานถึงสามปี แต่ความเศร้าโศกของต้าเหวินจวินฮองเฮายังคงไม่หายไป เพราะนางทรงรักใคร่ฉินจื่อเหมาไท่จื่อโอรสองค์โตเป็นอย่างมาก แต่ถึงแม้ที่ตำหนักเป่ยถังของต้าเหวินจวินฮองเฮาจะยังคงเต็มไปด้วยร่องรอยของความโศกเศร้าเสียใจ แต่สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่แคว้นเหว่ยแห่งนี้ก็ยังต้องการผู้สืบทอดบัลลังก์ของฉินเป่ยเหยาฮ่องเต้

อันที่จริงหลังจากที่ตำแหน่งไท่จื่อว่างเว้นลงหลังจากที่ฉินจื่อเหมาไท่จื่อจากไป ผู้ที่ควรจะได้รับการสืบทอดนั่นคือฉินจื่อหลงอ๋อง โอรสองค์เล็กของฉินเป่ยเหยาฮ่องเต้ที่กำเนิดจากต้าเหวินจวินฮองเฮา หากแต่ว่าจากนิสัยใจร้อนและโหดเหี้ยมของโอรสองค์เล็กที่ชอบทำร้ายและสังหารคนเป็นว่าเล่น มีคำเล่าลือว่าหลายครั้งเขาเคยสั่งให้ทหารนำนักโทษรอประหารออกมาถลกหนังและตัดนิ้วเพื่อความบันเทิง ถึงแม้ว่าบรรดาคนที่ฉินจื่อหลงสังหารจะเป็นคนของฝ่ายศัตรูหรือนักโทษผู้กระทำความผิด แต่นิสัยโหดร้ายป่าเถื่อนนี้ทำให้เหล่าราษฏรแคว้นเหว่ยนั้นหวาดกลัวจึงพากันต่อต้านเขา

ข่าวนี้ล่วงรู้ไปจนถึงพระเนตรพระกรรณของฉินเป่ยเหยาฮ่องเต้ หลังจากที่ประชุมกับบรรดาขุนนางอย่างเคร่งเครียดเป็นเวลาถึงสามวันเต็ม ท้ายที่สุดจึงมีรับสั่งให้ชะลอการแต่งตั้งฉินจื่อหลงอ๋องเป็นองค์รัชทายาทเอาไว้ก่อนจนกว่าฉินจื่อหลงจะสามารถพิสูจน์ตัวเองว่ามีความเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ แต่ถ้าหากว่าท้ายที่สุดแล้ว ฉินจื่อหลงไม่อาจพิสูจน์ตัวเองและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนชาวแคว้นเหว่ยได้ พระองค์ก็จะรับสั่งให้แต่งตั้งคนอื่นขึ้นมาเป็นองค์รัชทายาทแทน ทุกสายตาจึงต่างพากันจับจ้องไปยังเฉาหานเซินพระราชนัดดาของผู้เป็นใหญ่แห่งแคว้นเหว่ย เนื่องจากว่าฉินเป่ยเหยาฮ่องเต้มีเพียงโอรสที่เกิดจากต้าเหวินจวินฮองเฮาเพียงแค่สองคนคือฉินจื่อเหมาไท่จื่อและฉินจื่อหลงอ๋องเท่านั้น

เฉาหานเซินเป็นโอรสขององค์หญิงฉินหลินชิงพระขนิษฐภคินีของฉินเป่ยเหยาฮ่องเต้กับบุตรชายตระกูลเฉา ทว่าทั้งสองคนได้จากไปตั้งแต่เมื่อสิบสองปีก่อนด้วยอุบัติเหตุเรือล่มทำให้ฉินเป่ยเหยาฮ่องเต้สงสารจึงตัดสินพระทัยรับเฉาหานเซินมาเป็นโอรสบุญธรรม แต่ถึงแม้ว่าเฉาหานเซินจะเป็นเพียงแค่โอรสบุญธรรมของฉินเป่ยเหยาฮ่องเต้ แต่ด้วยนิสัยใจคอที่เป็นมิตร สุภาพและเก่งกาจ เชี่ยวชาญทั้งการศึกและการเมืองทำให้เหล่าราษฏรแคว้นเหว่ยต่างพึงพอใจและต้องการให้เฉาหานเซินได้ครองตำแหน่งองค์รัชทายาทแทนฉินจื่อหลง และเพราะเหตุนี้ทำให้ฉินจื่อหลงแค้นใจเป็นอย่างมากและชิงชังเฉาหานเซินเข้าไส้ คิดว่านอกจากเฉาหานเซินจะแย่งชิงความโปรดปรานของฉินเป่ยเหยาฮ่องเต้ไปจากเขาแล้ว เฉาหานเซินยังคิดที่จะแย่งตำแหน่งองค์รัชทายาทไปจากเขาด้วย

หากแต่ความสนุกของนิยายเรื่องนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องที่ฉินจื่อหลงกับเฉาหานเซินแย่งชิงอำนาจภายในวังหลวงกันเท่านั้น แต่ในนิยายยังเพิ่มความซับซ้อนเรื่องชาติกำเนิดของเฉาหานเซินอีกด้วย เฉาหานเซินนั้นหาใช่บุตรชายที่แท้จริงของเฉาซ่งและองค์หญิงฉินหลินชิง แต่เขาโดนเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะ เหตุเพราะองค์หญิงฉินหลินชิงได้บังเอิญพบตะกร้าใส่ร่างของทารกน้อยวางอยู่ข้างทางในตอนที่กำลังเสด็จไปเยือนวังหลวงเพื่อเยี่ยมเยียนเฟิ่งไทเฮา

คราแรกที่ได้พบหน้า องค์หญิงฉินหลินชิงก็ตกหลุมรักทารกน้อยในทันที นางแต่งงานกับเฉาซ่งได้ห้าปีแล้วแต่ก็ยังไม่มีทายาทไว้สืบสกุลเสียที ทางด้านเฉาซ่งเองก็รักและตามใจภรรยา เขารู้ดีว่าองค์หญิงฉินหลินชิงเครียดและกลุ้มใจที่นางไม่อาจมีทายาทให้เขาได้จึงยินยอมให้นางรับทารกน้อยกำพร้าผู้นี้มาเลี้ยงไว้เป็นลูกของตน ความลับนี้นอกจากเฉาหานเซินกับฉินเป่ยเหยาฮ่องเต้แล้วยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ทว่าก่อนที่เป่าเปาจะได้เข้ามาอยู่ในร่างของเย่หลิน นางได้อ่านนิยายจนจบหมดแล้วทำให้ได้รู้ความลับของเฉาหานเซิน ความสนุกมันอยู่ที่ตรงนี้แหละหนา… หญิงสาวคิดพลางยกริมฝีปากยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

กลับมาที่ปัจจุบัน เฉาหานเซินมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าพลางส่ายศีรษะไปมาอย่างระอา คิดว่าเย่หลินก็ยังคงเป็นเย่หลิน นางไม่ได้สำนึกต่อการกระทำของนางเลยแม้แต่น้อย

“เย่หลิน ข้าขอเตือนเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย จงใช้ชีวิตอยู่ดีๆและอย่าสร้างความวุ่นวาย หาไม่ครั้งหน้าข้าจะไม่เสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเจ้าอีกแล้ว” เฉาหานเซินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะใช้วิชาตัวเบากระโดดหายออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยว่าเขาเคยมาเยือนในที่แห่งนี้

เป่าเปาได้แต่มองความว่างเปล่าตรงหน้าพลางทำหน้ามุ่ย เย่หลินนางเอกของเรื่องนี้หลงรักเฉาหานเซินจนหัวปักหัวปำ ทว่าเขากลับมีใจให้กับองค์หญิงฉินมู่ชิงน้องสาวของฉินจื่อหลงและเป็นพระธิดาของฉินเป่ยเหยาฮ่องเต้กับเหลียงเพ่ยเพ่ยกุ้ยเหริน ในขณะที่ฉินจื่อหลงรักใคร่น้องสาวผู้นี้อยู่มาก ไม่ว่านางจะต้องการอะไรเขาไม่เคยขัดใจ เพราะสนิทสนมกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ อีกทั้งฉินมู่ชิงยังเป็นคนที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ป่วยเป็นโรคกระดูกเปราะมาตั้งแต่เด็ก เมื่อสามเดือนก่อนเกิดอุบัติเหตุพลัดตกจากหลังม้าในตอนที่ขี่ม้าเล่นชมสวนดอกเบญจมาศทำให้ในนางกระดูกหักต้องนั่งรถเข็นมาจนถึงตอนนี้

บทบาทของนางเอกและนางร้ายในเรื่องนี้แตกต่างจากเรื่องอื่น เพราะทั้งพระเอกและตัวร้ายต่างพากันมอบความรักให้นางร้ายถึงแม้ว่าจะเป็นความรักคนละแบบกันก็ตาม ขณะที่นางเอกเรื่องนี้ไม่ต่างจากคนหัวเดียวกระเทียมลีบ มิหนำซ้ำท้ายที่สุดก็ยังต้องตายด้วยฝีมือของตัวร้ายเพราะเข้าใจผิดคิดว่านางเอกเย่หลินล่อลวงฉินมู่ชิงไปให้คนร้ายสังหาร แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่ฝีมือของเย่หลินหรอก แต่เพราะนางเอกเย่หลินโดนบุรุษที่มีนามว่าสงข่ายลู่ใส่ร้ายต่างหาก แต่สงข่ายลู่นั้นเป็นใคร เป่าเปาก็ยังไม่ทราบ เพราะนักเขียนบอกให้รอติดตามภาคสองซึ่งได้บอกใบ้ว่าภาคต่อนี้จะเป็นเหตุการณ์หลังจากที่นางเอกเย่หลินสิ้นใจด้วยฝีมือของตัวเองและวิญญาณของนางได้รับโอกาสจากท่านเทพให้ได้ย้อนกลับมาแก้ไขเรื่องราวในอดีตอีกครั้ง

เป่าเปารอซื้อหนังสือนิยายภาคสองอย่างใจจดใจจ่อแต่ตอนนี้นางไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว ส่วนพระเอกเฉาหานเซินน่ะหรือ กว่าจะรู้ตัวว่ารักนางเอกเย่หลินก็เป็นตอนที่นางจากไปแล้ว ทว่าเป่าเปาจะไม่ยอมให้ชะตาชีวิตของนางเอกเย่หลินผู้นี้เดินทางไปถึงเหตุการณ์ที่เย่หลินโดนตัวร้ายสังหารหรอก เพราะตอนนี้นางได้มากลายเป็นนางเอกเย่หลินไปแล้ว นางหวาดกลัวความตายยิ่งนัก หากโดนคนอื่นสังหารยังพอให้ลังเล แต่ถ้าหากให้ตัวร้ายฉินจื่อหลงเป็นคนสังหารนาง นางคงไม่สามารถอดทนต่อความเจ็บปวดได้หรอก

และถึงแม้ว่าตัวร้ายจะหน้าตาเหมือนหลางหยินพระเอกในดวงใจ แต่ก็หาใช่คนเดียวกันเสียที่ไหน อีกทั้งบทตัวร้ายของนิยายเรื่องนี้ยังเป็นคนโหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรม ซึ่งเป่าเปาในร่างของเย่หลินก็เคยเกือบเอาชีวิตไม่รอด หากไม่ได้พระเอกเฉาหานเซินมาช่วยไว้ ป่านนี้นางคงโดนฉินจื่อหลงจับแขวนไปแล้วกระมัง การกระทำของเขาไม่ได้เกรงใจต่ออดีตไท่จื่อไท่ฝูเย่ชินหลางบิดาของเย่หลินเลยแม้แต่น้อย

“ฮึ่ยย เจ็บใจจริงๆ” ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห อุตส่าห์ได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับบุรุษที่หน้าตาเหมือนผู้ชายในดวงใจ แต่กลับได้เข้ามาอยู่ในร่างนางเอกที่เขาชิงชังเสียได้

ขณะที่เย่หลินกำลังครุ่นคิดตัดพ้อต่อชะตาฟ้าดินด้วยความโมโหพลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะความคิดพร้อมกับร่างบางของสตรีวัยกำดัดผู้หนึ่งวิ่งตรงเข้ามาหาด้วยความดีใจ

“คุณหนู! คุณหนูของหานเยว่กลับมาแล้วจริงๆด้วย” หานเยว่ปรี่เข้ามาจับมือบางของเจ้านายสาวขึ้นมากอบกุม ภูเขาที่แสนหนักอึ้งที่ทับถมอยู่ในใจคลายลงไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่เย่หลินหรี่ตาลงมองคนตรงหน้าเล็กน้อยคิดว่านางคงเป็นสาวใช้คนสนิทของเจ้าของร่างนี้เป็นแน่

“เจ้าคงจะเป็นหานเยว่เองสินะ”

“ใช่เจ้าค่ะ หานเยว่เอง” สาวใช้นิ่งไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ไยคุณหนูเย่หลินถึงได้ถามนางด้วยคำถามแปลกๆเช่นนั้นเล่า หากแต่หานเยว่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามเพื่อคลายความสงสัย ทั้งเย่หลินและหานเยว่ต่างก็ต้องสะดุ้งโหยงขึ้นอย่างแรงเมื่อได้ยินเสียงแส้ไม้ไผ่หวดไปมาดังฟึ่บฟั่บอยู่กลางอากาศพร้อมกับเสียงตวาดดังลั่นของใครบาง

“เย่หลินตอบพ่อมาเดี๋ยวนี้ว่าเจ้าหายไปไหนมา!”

“ไท่จื่อไท่ฝูเย่ชินหลาง เอ๊ย! ท่านพ่อ” ประโยคแรกที่เย่หลินกล่าวขึ้นทำให้หานเยว่หันขวับมามองคุณหนูของนางด้วยความสงสัย ครั้นเมื่อเย่หลินเห็นเช่นนั้นจึงรีบเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกผู้เป็นพ่อทันที นางก็อยากเดินเข้าไปอธิบายให้บิดาในโลกนี้ฟังอยู่หรอก แต่เมื่อเห็นแส้ไม้ไผ่ในมือของเขาทำให้เย่หลินเปลี่ยนใจอย่างกะทันหันและยิ่งเห็นผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาใกล้ หญิงสาวก็ไม่รีรอที่จะยกชายกระโปรงขึ้นสาวเท้าวิ่งสี่คูณร้อยเมตรหนีไปด้วยความรวดเร็ว

ใครจะรอให้โดนแส้ไม้ไผ่เฆี่ยนลงกลางแผ่นหลังก่อนกันเล่า!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel