บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 บทนางเอกที่ไม่ใช่นางเอก

“เกิดอะไรขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ฟานก้าวเดินตรงมาจากหลังฉากกั้น หลังจากที่ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังตึงตังออกมาจากห้องบรรทมของฉินจื่อหลงอ๋อง เขาจึงไม่รอช้ารีบเข้ามาเพื่ออารักขาความปลอดภัย แต่ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้หลี่ฟานต้องหยุดฝีเท้าลงและหมุนกายหันหลังให้อย่างรวดเร็ว

อาภรณ์ตัวงามสีเขียวอ่อนแนบลู่ไปกับเรือนกายบอบบางที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำ หลี่ฟานได้แต่กะพริบตาปริบๆยืนนิ่งด้วยความตกใจ เดิมทีเขาคิดว่าฉินอ๋องเรียกนางกำนัลมาปรนนิบัติ ทว่าอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ ที่ผ่านมาฉินอ๋องเคยสนใจสตรีที่ไหนกันเล่า แต่กระนั้นก็ไม่ได้หันหน้ากลับมา ได้แต่ยืนรอฟังคำสั่งของเจ้านายเงียบๆอย่างรู้งาน

“อึ่ก! หะ หายใจไม่ออก” เป่าเปาดิ้นพล่านไปมาอยู่กลางอากาศ ความรู้สึกหวาดกลัวซึมซับเข้ามาในจิตใจ นางไม่ได้กลัวแค่คนที่อยู่ตรงหน้า แต่กลับกลัวไปหมดทุกอย่างและเริ่มเข้าใจว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความฝันแต่อย่างใด

“เย่หลินเจ้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร!” ฉินจื่อหลงโยนร่างเล็กไปที่ข้างขอบอ่าง ในตอนที่เป่าเปาเป็นอิสระจากเขา นางจึงรีบสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่

“เย่หลินคือใครกันคะ ฉันชื่อเป่าเปาเป็นแฟนคลับของหลางหยิน” หญิงสาวยกมือขึ้นลูบไปที่ลำคอของตัวเอง พร้อมส่งสายตามองไปที่คนตัวโตด้วยความไม่พอใจ แต่แล้วจู่ๆดวงตากลมโตก็เบิกค้างขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นจากน้ำ

หยาดน้ำไหลลู่ไปตามผิวกายคร้ามเข้มที่เกาะอยู่บนผิวของเขาจนเห็นหยดน้ำแพรวพราว เรือนกายของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามบ่งบอกว่าได้รับการดูแลอย่างดีและออกกำลังกายเป็นประจำ ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เป่าเปาถึงกับนิ่งไปอย่างอึ้งๆ ดวงตากลมใสทอประกายวิบวับจับจ้องความสวยงามของมัดกล้ามที่เห็นเป็นชั้นๆของเขาอย่างไม่วางตา และเมื่อหลุบสายตาลงต่ำ แก้มขาวก็พลันเปล่งสีแดงระเรื่อขึ้นด้วยความเขินอายอย่างสุดขีดเมื่อเห็นกล้ามเนื้อหนั่นแน่นบริเวณสะโพกของเขา

“อู้ววววว” ภาพตรงหน้าเย้ายวนเกินกว่าจะทานทนไหวสุดท้ายนางจึงเปง่งเสียงร้องอู้ววออกมาเบาๆพร้อมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่อย่างอดไม่อยู่

ฉินจื่อหลงหยิบเสื้อคลุมตัวใหญ่ขึ้นมาสวมทับเรือนกายเปล่าเปลือยของตนเอาไว้ จากนั้นจึงหมุนกายหันกลับมา ใบหน้าหวานที่กำลังมองเขาตาลอยและคราบน้ำลายที่ไหลออกมาจากมุมปากทำให้คิ้วหนากระตุกขึ้นน้อยๆ

“เย่หลิน เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้าว่าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไรกัน” ชายหนุ่มคุกเข่าข้างหนึ่งลงที่เบื้องหน้าของนาง แม้ว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกไปนั้นจะราบเรียบ หากแต่แววตากลับบ่งบอกถึงความดุดันอย่างชัดเจน

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ จำได้ว่ากำลังเดินข้ามถนนอยู่ดีๆก็โดนรถชนและอยู่ๆก็ได้มาโผล่ที่นี่ สรุปว่าที่นี่คือที่ไหนเหรอคะ”

“ที่นี่คือตำหนักมู่หลินตำหนักที่ประทับของข้าอย่างไรเล่า” ดวงตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อยมองเย่หลินอย่างจับผิด เขารู้ดีว่าสตรีผู้นี้เป็นคนเจ้าเล่ห์เจ้ามารยา และตอนนี้นางคงกำลังโปรยเสน่ห์ให้เขาลุ่มหลงเหมือนกับเฉาหานเซินกระมัง

“อ้อ…” เป่าเปาขานรับดังอ้อ นางรู้จักตำหนักมู่หลินจากนิยายเรื่องเล่ห์รักคุณชายไร้ใจ เพราะเคยอ่านจนติดงอมแงมก่อนที่จะถูกนำมาสร้างเป็นซีรี่ย์และได้หลางหยินพระหนุ่มสุดหล่อมาแสดงเป็นตัวร้ายที่มีบทบาทเด่นกว่าพระเอก

‘เอ๊ะ! แต่เดี๋ยวนี้ เมื่อครู่นี้เขาเรียกนางว่าเย่หลินหรือ!’

“คุณ…เรียกฉันว่าอะไรนะ” เป่าเปารู้สึกสะดุดหูกับชื่อที่เขาขานเรียกจึงถามขึ้นมาอีกครั้ง ดวงหน้าที่เต็มไปด้วยความดีใจที่ได้เจอดาราในดวงใจมลายหายไปจนสิ้น คงเหลือแค่ความหวาดหวั่นว่าทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้คงไม่ใช่ความฝันอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก

“เย่หลิน! ข้าไม่ใช่บุรุษโง่เขลาเหมือนเฉาหานเซินที่จะยอมให้เจ้าปั่นหัวข้าเล่นได้หรอกนะ หมดเวลาสนุกแล้ว ในเมื่อเจ้ากล้าบุกรุกเข้ามายังตำหนักมู่หลินของข้า ข้าก็จะลงโทษเจ้า!” เสียงแหบห้าวที่ตวาดดังลั่นทำให้เป่าเปาหน้าถอดสีไปทันใด เป่าเปาไม่ใช่คนโง่ถึงขนาดจะไม่รู้ว่านางได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของเย่หลิน นางเอกจากนิยายเรื่องเล่ห์รักคุณชายไร้ใจ ได้เข้ามาอยู่ในร่างของนางเอกก็ดีอยู่หรอก แต่ประเด็นคือนางเอกเย่หลินผู้นี้หาใช่คนที่พระเอกกับตัวร้ายต่างมารุมหลงรักเหมือนนิยายเรื่องอื่น อีกทั้งนางยังมีนิสัยร้ายกาจเป็นที่ชิงชังของผู้คน และยังเป็นคนที่ตัวร้ายจงเกลียดจงชังจนเข้าไส้อีกด้วย และสุดท้ายนางเอกผู้นี้ก็ต้องโดนสังหารด้วยฝีมือของตัวร้าย

นี่มันบทนางเอกที่ไม่ใช่นางเอกชัดๆเลย!

แต่กระนั้นความจริงที่ได้รู้ก็ยังไม่ทำให้เป่าเปาที่อยู่ในร่างของเย่หลินรู้สึกตกใจเท่ากับวาจาต่อมาของฉินจื่อหลง

“หลี่ฟานจับนางไปแขวนไว้บนต้นไม้จนกว่านางจะยอมสารภาพความจริงว่าแอบเข้ามาที่ตำหนักมู่หลินเพราะเหตุใด”

“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง” หลี่ฟานตอบรับคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม ขายาวๆก้าวเข้ามาหาเย่หลินอย่างไร้ความลังเล คำสั่งของฉินอ๋องถือเป็นคำประกาศิต ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามขัด

“ว้ายนี่จะทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันนะ คุณฉินอ๋องคะ ใจเย็นๆก่อนไม่ได้เหรอ ฉันไม่ได้แอบเข้ามานะแต่มันดันมาโผล่ที่นี่เองต่างหาก และอีกอย่างฉันเป็นคนนะไม่ใช่ตุ๊กตา จะเอาไปแขวนเล่นได้ยังไงกันเล่า!” เย่หลินพยายามบิดแขนออกจากมือใหญ่ของหลี่ฟาน แต่มันก็ไม่เป็นผลและดูเหมือนว่าเสียงร้องของนางจะไม่ได้ทำให้ฉินจื่อหลงเห็นใจเลยแม้แต่น้อย

“เดี๋ยวก่อน!” ทว่าจู่ๆน้ำเสียงแหบห้าวก็ดังขึ้นอีกหน หลี่ฟานที่กำลังลากร่างเล็กของผู้บุกรุกไปตามทางจำต้องหยุดฝีเท้าลงอีกครั้ง ในตอนที่เย่หลินเห็นร่างสูงองอาจของฉินจื่อหลงก้าวเดินตามมา นางก็เผยรอยยิ้มขึ้นบางๆด้วยความดีใจ แท้ที่จริงแล้วตัวร้ายฉินอ๋องก็ยังรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอยู่บ้างสินะ เขาคงไม่คิดที่จะนำนางไปแขวนจริงๆหรอก

“เย่หลิน ข้าจะให้โอกาสเจ้าได้พูดความจริง เจ้าตั้งใจเข้ามาที่นี่เพื่อขโมยตราสุริยันต์ไปให้เฉาหานเซินใช่หรือไม่”

“เปล่านะคะ ฉันไม่ได้ทำ” เย่หลินส่ายหน้าหวือ และเมื่อเห็นว่าตอนนี้กำลังสบโอกาส นางจึงรีบสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของหลี่ฟาน และรีบออกตัวสาวเท้าวิ่งหนีไปทันใด

เคร้ง!

แต่เพียงแค่เย่หลินสาวเท้าวิ่ง วัตถุบางอย่างก็หล่นร่วงลงมาจากตัวของนางทันใด ไม่รอช้าฉินจื่อหลงรีบพุ่งเข้ามาคว้าของสิ่งนั้นเอาไว้ สัญลักษณ์รูปดวงสุริยันต์ที่เด่นหราอยู่บนโลหะส่องแสงประกายแวววับยามต้องแสงจากดวงอาทิตย์ทำให้ฉินจื่อหลงเงยหน้าขึ้นมองเย่หลินทันใด

‘ตาย… ตายแน่ๆ หนนี้ต้องตายจริงๆแน่!’ หญิงสาวคิดด้วยความหวาดกลัว ดวงตาวาวโรจน์ของเขาทำให้นางหายใจติดขัด แต่ก่อนที่ฉินจื่อหลงจะก้าวเข้ามาถึงตัวของนางพลันบังเกิดควันสีขาวลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ เย่หลินรับรู้ได้ถึงแรงกระชาก ร่างกายของนางเบาหวิว ไม่นานเมื่อทุกอย่างสงบลง ฉินจื่อหลงจึงสบถออกมาเสียงดังด้วยความโมโห

“บัดซบที่สุด!”

“ต้องเป็นฝีมือของคุณชายเฉาหานเซินแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ฟานคิดว่าเฉาหานเซินต้องมาช่วยเย่หลินไปอย่างแน่นอน ขณะที่ฉินจื่อหลงหรี่ตาเล็กลงน้อย เขาเห็นด้วยกับวาจาขององครักษ์คนสนิททุกประการ เฉาหานเซินและเย่หลินเป็นคู่หมายกัน ถึงอย่างไรเฉาหานเซินก็คงไม่ยอมปล่อยให้นางตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน

“เฉาหานเซิน ข้ากับเจ้าต้องได้เห็นดีกันแน่!” ฉินจื่อหลงลั่นวาจาด้วยความโกรธเกรี้ยว บุรุษที่มีนามว่าเฉาหานเซินผู้นั้นถือเป็นคู่แข่งตัวฉกาจคนสำคัญของเขาในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องตำแหน่งองค์รัชทายาทของฉินเป่ยเหยาฮ่องเต้เสด็จพ่อของเขา หากไม่ติดว่าฉินมู่ชิงผู้เป็นน้องสาวรักใคร่เฉาหานเซิน ป่านนี้เขาคงจัดการส่งคนไปลอบสังหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ยามนี้เป่าเปาที่อยู่ในร่างของเย่หลินรับรู้ได้ว่าตัวของนางกำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศ หญิงสาวหลับตาแน่นไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว สายลมพัดโชยวูบไหวผ่านผิวกายไปครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งไม่นานทุกอย่างก็ได้สงบนิ่งลง แต่กระนั้นเย่หลินก็ยังไม่กล้าที่จะลืมตา มือบางยังกำชายผ้าบางอย่างเอาไว้ในมือแน่น จนกระทั่งได้ยินเสียงนุ่มทุ้มที่กระซิบแผ่วอยู่ข้างใบหู

“ลืมตาขึ้นมาได้แล้ว เจ้าจะกอดข้าไปถึงไหนกัน”

“ฉันกลัวนี่” เย่หลินค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้น เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าจึงพบว่าเขาเป็นบุรุษหน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่ง รูปร่างสะโอดสะองค์แต่งกายด้วยอาภรณ์เรียบง่ายแต่ก็ไม่อาจกลบรัศมีของความหล่อเหลาได้ เพียงแค่เห็นเท่านี้เย่หลินก็รู้ได้ทันทีว่าเขาคงเป็นชายหนุ่มที่มาจากตระกูลสูงศักดิ์เป็นแน่ และคนเดียวที่นางนึกถึงก็คือ

“เฉาหานเซิน”

“เรียกข้าทำไมกัน” ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยจ้องมองสตรีร่างบางตรงหน้านิ่ง ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความเบื่อหน่ายอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

“คราวหน้าคราวหลังอย่าบุกเข้าไปที่ตำหนักมู่หลินของฉินอ๋องอีก เพราะครั้งต่อไปข้าอาจไม่สามารถช่วยเจ้าได้” วาจาของเขาเย็นชาห่างเหิน อีกทั้งยังปรากฏร่องรอยของความรำคาญอยู่หลายส่วน หลายครั้งหลายคราที่เขาต้องเสียเวลากับเย่หลิน หากไม่ได้เป็นเพราะว่าอดีตไท่จื่อไท่ฝูเย่ชินหลางเคยมีบุญคุณต่อเขา เขาคงไม่เสียสละเวลาอันมีค่ามาคอยช่วยเหลือดูแลนางเช่นนี้หรอก

“ที่เย่หลินทำไปก็เพราะต้องการช่วยท่านไม่ใช่หรือ” ก่อนที่เฉาหานเซินจะเดินจากไป เป่าเปาที่อยู่ในร่างของเย่หลินก็ได้เอ่ยขึ้น หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายเกือบโดนฉินจื่อหลงจับไปแขวน นางก็จำได้ว่าในนิยายได้เล่าถึงเหตุผลที่เย่หลินแอบเข้าไปยังตำหนักมู่หลินก็เพื่อจะขโมยตราสุริยันต์ไปคืนให้กับเฉาหานเซินเพราะอยากได้รับความดีความชอบจากเขา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel