๕ กำแพงขวางกั้น (๔)
เพี๊ยะ
“เพียงดาว!” ไม่ต่างจากที่คาดเอาไว้ รวิกานต์รีบโผเข้ามารับร่างของแฟนเก่าพร้อมกันตวัดตามองภรรยาตัวเองด้วยความโกรธ
“ทำบ้าอะไรเนี่ยณิ!” ตะคอกใส่หล่อนเสียงดังแล้วผลักไหล่หญิงสาวเพื่อให้ออกห่างจากคนที่กุมหน้านั่งลงบนพื้น ทำคล้ายเจ็บปวดนักหนาทั้งที่ซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ภายใต้แววตาสั่นไหว
คนถูกผลักเซเล็กน้อยก่อนจะถอยไปกระแทกกับผนังแล้วทรุดกายนั่งลงทันที รับรู้ถึงความเจ็บที่ท้องน้อยจนต้องเรียกเขาเสียงแผ่ว
“โอ๊ย...พี่ พี่รวิ” ไม่อยากเรียกร้องความสนใจแต่ตอนนี้หล่อนรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอลงทุกที ภาพตรงหน้าค่อยมือลงพร้อมสติที่ดับไป ทำให้ร่างหนาต้องรีบทิ้งเพียงดาวแล้วเข้ามาประคองภรรยาอย่างรวดเร็ว
“ณิ!” ตะโกนเสียงดังแต่เธอก็ไม่มีการตอบรับ จึงต้องรีบอุ้มร่างบางเพื่อลงไปข้างล่าง ปล่อยให้คนที่แสร้งทำทีทรุดนั่งลงบนพื้นมองตามด้วยความขัดใจ
เธอคงเล่นละครไม่เก่งเท่าภรรยาของเขา รวิกานต์จึงไม่แม้แต่จะหันกลับมาสนใจกันเลย!
หล่อนถึงมือหมอเรียบร้อยแต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาสบายใจขึ้นเลย ร่างสูงเดินไปมาหาหน้าตรวจอยู่เกือบชั่วโมง กระทั่งแพทย์ออกมาบอกถึงอาการของภรรยาที่สลบไปหลังจากเขาผลักเธอออกห่างเพียงดาว มั่นใจว่าไม่ได้ผลักแรงแต่ทำไมณิรชาจึงได้เป็นลมทันที พอทราบว่าเกิดจากความเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้เขารู้ถึงสาเหตุทันที
ผลกระทบมาจากการที่เราสองคนทะเลาะกัน เขาเลือกจะเลี่ยงออกมาอยู่ข้างนอกไม่ให้เกิดการปะทะ แล้วก็ไม่ยอมกลับไปพูดคุยกับเธอให้รู้เรื่องแตกแรก ระยะเวลาที่ห่างสร้างความเครียดให้แก่คนป่วยที่นอนหลับใหลในห้องพัก ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิดกับเธอจึงพยักหน้ารับคำพูดที่หมออธิบายถึงอาการโดยคร่าว
แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงคือประโยคต่อมา ใจเขาหล่นวูบพร้อมมือที่มีเหงื่อซึมกับสมองขาวโพลน กลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบาก มองคุณหมอไม่ละสายตาราวกับจะพิสูจน์ว่าอีกฝ่ายพูดความจริงหรือเปล่า
ณิรชากำลังตั้งท้อง!
“อายุครรภ์ของภรรยาคุณยังอ่อนต้องระวังให้มากกว่านี้นะคะ โชคดีที่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นอะไรมาก เดี๋ยวจะมีพยาบาลเข้ามาแนะนำสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำระหว่างตั้งครรภ์ นอกจากคุณแม่ที่ต้องทราบแล้วคุณพ่อเองก็ต้องทราบเช่นกันค่ะ” ไม่เคยรู้ถึงเรื่องนี้มาก่อน แล้วดูท่าว่าคนในห้องก็คงไม่ทราบเช่นเดียวกัน มือเท้าเขาชาพร้อมกับอาการอ่อนแรงแทบยืนไม่ไหว
“ครับ” ตอบรับคำของคุณหมอแล้วเดินเข้าไปหาภรรยาที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียง ความรู้สึกผิดเกาะกินใจไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเขาผลักเธอแรงกว่านี้จนล้มกระแทกพื้นจะเป็นอย่างไร
ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง จับมือบางมาจุมพิตพร้อมมองดวงหน้าหวานที่หลับพริ้มไม่ละสายตา ร้อนผ่าวที่เบ้าตาเพียงแค่คิดว่าเกือบทำให้หล่อนต้องเสียลูกไป แล้วก็เกือบเสียหญิงสาวที่แสนดีอย่างเธอด้วย
เรื่องของเพียงดาวไม่อยู่ในหัวเขาอีกเลย มีอย่างเดียวที่กังวลคือถ้าหล่อนตื่นมาจะยอมให้อภัยกันหรือเปล่า
“ณิ...พี่ขอโทษที่ไม่รู้ว่าณิท้อง” พูดเสียงเบาแววตาสั่นไหว สูดกลิ่นจากหลังมือขาวแล้วมองคนที่หลับใหลไม่ยอมตื่นมามองหน้ากัน ถ้าเป็นไปได้เขาอยากได้รับการให้อภัยจากเธอ เรื่องราวก่อนหน้านี้เป็นตนเองที่งี่เง่าเกินไป
คิดเพียงว่าความห่างจะทำให้อารมณ์เย็นลงแล้วพูดกันรู้เรื่อง แต่ไม่รู้เลยว่าสร้างบาดแผลให้คนรอไว้มากแค่ไหน ยิ่งช่วงนี้หล่อนกำลังตั้งครรภ์ทำให้อารมณ์อ่อนไหวกว่าปกติ เป็นเขาที่ควรจะดูแลเธอให้ดีกว่านี้
แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นอย่างที่ควร ตนทำลายหัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งไปแล้ว...
ผลั้ว
เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้ต้องหันไปมอง ก่อนพบคุณไตรเตชินที่ย่างสามขุมเข้ามาด้วยใบหน้าเกรี้ยวกราดพร้อมพังทุกสิ่งที่ขวางหน้า เขาจึงรีบลุกแล้วเข้าไปเพื่อจะถามไถ่และอธิบายให้ท่านฟังว่าหญิงสาวปลอดภัยแล้ว
“พ่อ มาได้...” ยังพูดไม่ทันจบประโยคก็ถูกคนอายุมากกว่าผลักอกจนเซถลาไปชนกับกำแพง แต่เหมือนจะไม่สะใจพ่อตาเพราะตามมาประเคนหมัดให้เขาอีกดอกจนใบหน้าคมหันไปตามแรกชก ได้กลิ่นคาวเลือดที่มุมปากซึ่งไม่แปลกใจเท่าไหร่
ถ้าไม่ได้เลือดสิแปลก ทำกับลูกสาวของท่านขนาดนี้...
ผลั่ก ผลั้ว!
“นายเป็นสาเหตุให้ลูกสาวฉันต้องนอนบนเตียงในโรงพยาบาลใช่ไหม” กัดฟันถามเสียงเข้ม เขาไม่มีสิ่งใดจะปฏิเสธเพราะสาเหตุก็เกิดจากตนเอง จึงทำได้เพียงเช็ดเลือดที่มุมปากแล้วตอบอย่างจำนนต่อหลักฐาน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสำนึกผิดแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทันเสียแล้ว
“ผมไม่ได้ตั้งใจครับ” ยืนตัวตรงแล้วก้มหน้าไม่กล้าสบตาท่านด้วยซ้ำ
“ไม่ว่าจะเกิดจากความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน...ออกไปจากห้องนี้แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ต่อจากนี้นายกับลูกสาวของฉันถือว่าขาดกัน” จากตอนแรกที่ทำได้แค่มองพื้นต้องเงยหน้ามาสบตากับพ่อตาทันที ประกาศิตที่บีบบังคับให้ต้องทำตามอย่างเดียวโดยที่เขาไม่ยินยอม ชายหนุ่มจึงเลือกจะหาเหตุผลเพื่อให้ตัวเองได้อยู่เคียงข้างหญิงสาวต่อไป
