เมียไม่ต้องการ

70.0K · จบแล้ว
ข้าวสีทอง
42
บท
1.0K
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ตั้งแต่เด็ก "ณิรชา" ก็ได้เฝ้าฝันจะแต่งงานกับ "รวิกานต์" พี่ชายแสนดีของเธอ แต่แล้วเขากลับมาพร้อมแฟนสาวคนสวยทำให้เธอต้องชอกช้ำ กระทั่งคนทั้งสองเลิกกันทำให้ถึงเวลาที่เธอต้องดามใจ แล้วไม่ทราบเป็นมาอย่างไรสบโอกาสรวบหัวรวบหาง มัดเขาเป็นเจ้าบ่าวของตนเสียเลย คิดว่าจะต้องมีความสุขแน่นอน กลับพบเพียงความเย็นชาจากคนรัก ไม่รู้ว่าเธอจะต้องทนไปอีกนานแค่ไหนเขาถึงจะยอมหันมามองกันบ้าง เป็นภรรยาที่เขาไม่ต้องการรู้สึกแบบนี้เอง...

ดราม่านิยายรักโรแมนติกนิยายปัจจุบันนิยายรักคู่หมั้นชายคู่หมั้นหญิงผู้หญิงเรียบร้อย

บทนำ (๑)

บทนำ

อาการตื่นเต้นทำให้หญิงสาวตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อเลือกเสื้อผ้าอีกครั้ง รื้อตู้จนชุดหลุดจากไม้แขวนแต่เธอก็ไม่สนใจ เลือกชุดที่ดีที่สุดเพื่อใส่ไปต้อนรับพี่ชายซึ่งไม่ได้เห็นหน้าค่าตากันมาแสนนาน อาจเจอผ่านโลกโซเชียลแต่กลับไม่ได้เจอตัวจริงมาหลายปีแล้ว

จำได้ว่าล่าสุดที่พบคืองานเลี้ยงรับปริญญาตรีของอีกฝ่ายที่มาจัดอยู่ไทย แต่หล่อนก็ไม่ได้ร่วมงานนานนักเพราะบิดาเมาจนมารดาต้องรีบลากกลับมายังไร่ ประโยคที่พูดคุยจึงเป็นเพียงยินดีกับการเรียนจบของอีกฝ่าย ลากยาวมาถึงตอนนี้ที่เธอเรียนจบปริญญาตรีได้หลายปี ส่วนเขาก็จบปริญญาโททั้งยังทำงานที่ต่างประเทศอีกหลายปีเพิ่งจะได้กลับไทยเป็นทางการเพื่อสานต่อธุรกิจครอบครัวที่ปัจจุบันแตกขยายสาขาไปเยอะเหลือเกิน

คนในจังหวัดไม่มีใครไม่รู้จักตระกูลเฟื่องรัตน์ภักดี นอกจากห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ยังมีกิจการในเครือได้แก่โรงแรม สวนสนุกและสวนน้ำ ร้านอาหารขึ้นชื่อทั้งยังสนามกอล์ฟขนาดใหญ่อีกต่างหาก

สร้างนักการเมืองระดับประเทศและท้องถิ่น คนส่วนใหญ่ที่อยากได้ตำแหน่งก็เข้าหากันทั้งนั้นเพื่อขอเงินทุนสนับสนุน

เรียกว่าเป็นผู้มีอิทธิพลระดับจังหวัดที่แผ่ขยายอำนาจไปยังจังหวัดใกล้เคียง โดยมีคุณธนนท์ปภพ เฟื่องรัตน์ภักดีเป็นผู้กุมบังเหียนทั้งหมด ความน่าเกรงขามของเขาเป็นที่เลื่องลือ และตอนนี้ก็มีเรื่องอันน่าสนใจคือบุตรชายและบุตรสาวของท่านผู้บริหาร

รวิกานต์ เฟื่องรัตน์ภักดี หนุ่มหล่อดีกรีนักเรียนนอกผู้ถอดแบบหน้าตามาจากบิดาทุกกระเบียดนิ้ว แต่นิสัยกลับอ่อนโยนได้มาจากมารดาอย่างอัญชิสา เฟื่องรัตน์ภักดี ส่วนคนเป็นน้องสาวคือศศิกานต์ เฟื่องรัตน์ภักดีก็หน้าตาสะสวยแล้วยังสดใสเป็นที่รักของผู้พบเจอ เพิ่งเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีในประเทศไทยได้ไม่นานก็เข้าช่วยงานที่มีล้นมือของบิดาในทันที

“แต่งตัวยังไม่เสร็จอีกเหรอ เราต้องเดินทางแล้วนะลูก” เสียงที่ดังขึ้นหน้าประตูทำให้หญิงสาวผู้กำลังคร่ำเคร่งกับการสำรวจตัวเองหน้ากระจกต้องรีบตะโกนตอบกลับ มองเสื้อผ้าที่วางเกลื่อนบนเตียงและบนพื้นก็ถอนหายใจเหนื่อยหน่าย ให้เก็บเองคงไม่ไหวหรอก สงสัยต้องขอให้ป้าแม่บ้านมาช่วยเก็บแล้วล่ะ

ตรวจตราความเรียบร้อยของตัวเองอีกครั้ง ชุดที่เลือกสวมเป็นเดรสผ้าชีฟองสีขาวนวลแขนกุด พริ้วไหวไปตามการเคลื่อนไหวทั้งยังทำให้เธอดูผอมเพรียวมากกว่าเดิม ผมดัดลอนเด้งไปตามการก้าวเดินดูเข้ากับชุดเป็นอย่างดี ใบหน้าก็แต่งแต้มพองามมองโดยรวมแล้วสวยจนเธอยังนึกชอบตัวเอง

แล้วอย่างนี้เขาจะไม่ชอบได้ยังไง...

“เสร็จแล้วค่ะ!” ตะโกนกลับไปแล้วเลือกกระเป๋าสะพายราคาแพงที่บิดาซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดตอนอายุครบสิบแปดปีมาสะพาย

ความสวยผ่านทำให้หล่อนแย้มยิ้มกับตัวเองอย่างมีความสุข สูดลมหายใจลึกเข้าปอดเพื่อคลายความตื่นเต้นที่มีแล้วเดินไปเปิดประตูเพื่อลงไปข้างล่าง มารดาของหล่อนก็สวยไม่แพ้กันแม้อายุจะเข้าเลขห้าแล้วก็ตาม

คุณเอมไอริน บวรกานต์เดชผู้เป็นที่รักของสามีและลูกสาว ทั้งคนงานในไร่ก็ให้ความเคารพแก่หล่อนเป็นอย่างมาก ช่วยคนรักทำงานทุกอย่างไม่ว่าจะงานไร่หรืองานรีสอร์ทซึ่งตอนนี้ขยายใหญ่เพิ่มพื้นที่มากกว่าเดิม แล้วที่สำคัญคือเปิดคาเฟ่ให้ลูกสาวเป็นผู้ดูแลได้เกือบห้าปี มีทั้งหมดสามสาขาด้วยกันทั้งในตัวอำเภอและตัวจังหวัด

ชื่อเสียงของคุณไตรเตชิน บวรกานต์เดชค่อนข้างโด่งดังพอสมควร ความหล่อเหลายังคงเหลือชัดในใบหน้าแต่ร่างกายก็ไปตามกาลเวลา เริ่มลงพุงจากการรับประทานอาหารที่ภรรยาเสิร์ฟให้สม่ำเสมอ อร่อยจนขอเพิ่มข้าวพร้อมกับเพิ่มเบาหวานและความดันมาด้วยเช่นกันจนต้องกินยาตามหมอสั่ง

วัยเลขห้ามาพร้อมกับโรคที่ทำให้คนเป็นภรรยาต้องปรับเปลี่ยนการกินของสามีอย่างเร่งด่วน ไม่อยากให้เขาจากไปก่อนวัยอันควร อย่างน้อยก็ต้องอยู่กับเธอแล้วรออุ้มหลานตัวน้อยก่อน ซึ่งไม่รู้ว่าตอนไหนเพราะบุตรสาวยังไม่มีคนรักเลยสักครั้ง

จะโทษใครก็คงเป็นชายที่หวงลูกเสียเหลือเกิน พอณิรชาพาคนมาแนะนำไม่ว่าจะในฐานะเพื่อนหรือคนรัก หากเป็นผู้ชายก็โดนปัดตกอย่างรวดเร็ว สร้างความเหนื่อยหน่ายแก่คุณเอมไอรินเป็นอย่างมาก จะปรามก็กลัวสามีน้อยใจจึงไม่อาจพูดอะไรได้มากนัก

“เร็วสิพ่อ ชักช้าอยู่นั่นแหละ” สองแม่ลูกเดินลงมาข้างล่างพบชายเพียงคนเดียวในบ้านนั่งจิบกาแฟดำไม่รู้ร้อนรู้หนาว แล้วยังดูข่าวโทรทัศน์อย่างสบายใจต่างจากบุตรสาวที่ตื่นเต้นจนหัวใจเกือบหลุดออกมานอกอยู่แล้ว

เธอกำลังจะได้เจอพี่ชายที่เป็นเหมือนคู่หมายกันแต่เด็ก...

ด้วยความที่สองครอบครัวสนิทกันตั้งแต่รุ่นพ่อ ทำให้ได้รู้จักกันแต่น้อยแล้วฝ่ายแม่ก็เคยเปรยว่าอยากดองกัน เด็กน้อยจึงเชื่อนับแต่นั้นว่าสามีในอนาคตของตัวเองจะต้องเป็นเขาอย่างแน่นอน

พี่รวิที่เหมือนดวงตะวันแสนอบอุ่น...

“จะรีบไปไหนล่ะ ไม่ทันก็ไม่ทันสิ จำเป็นต้องไปรอด้วยเหรอ” นอกจากไม่รีบแล้วยังอ้อยอิ่งกับการรับรสชาติขมปร่าของกาแฟในไร่ที่เพิ่งทดลองปลูกพันธุ์ใหม่อีกต่างหาก ภรรยามองตาเขียวพลางกำมือแน่น ไม่อยากทะเลาะกันต่อหน้าลูกแต่สามีก็ทำให้อารมณ์ขึ้นเสียเหลือเกิน

คงน้อยใจที่หล่อนกับลูกสาวให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าตนนั่นแหละ นิสัยนี้แก้ยังไงก็ไม่หายสักที เป็นตั้งแต่หนุ่มยันแก่เลย

“เขาอุตส่าห์เชิญทั้งทีไปสายก็น่าเกลียดแย่” พยายามค้านแล้วเร่งสามีทางสายตาเพื่อให้รีบลุกจากเก้าอี้ แต่ก็ไม่ได้นำพาเลยสักนิด ร่างสูงยังนั่งเฉยเหมือนเดิมพร้อมจิบกาแฟแล้วยิ้มเล็กน้อยอย่างมีความสุข ทำให้หล่อนนึกโมโหมากกว่าเดิม

คนกลางอย่างณิรชามองพ่อสลับกับแม่ รู้ทันทีว่าสองคนกำลังจะทะเลาะกัน เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยจนชินเสียแล้ว ซึ่งหญิงสาวพอจะรู้บทสรุปของเรื่องเพราะทุกครั้งก็มักเป็นเหมือนเดิม จึงไม่คิดจะเข้าไปยุ่ง

อย่างไรพ่อก็ไม่เคยสู้แม่ชนะอยู่แล้ว...

“สนิทกันไม่น่าเกลียดหรอก ขอดื่มกาแฟให้หมดก่อนแล้วจะลุกไปล่ะกัน หรือแม่ลูกอยากไปก่อนก็ได้เลยไม่ว่ากัน” มาไม้นี้อีกแล้ว...คนเป็นเมียคิดอยู่ในใจ

จึงได้จับมือลูกสาวแล้วเดินออกไปข้างนอกไม่คิดรอคนที่เล่นตัว “โอเคงั้นเราไปกันค่ะลูก” อยู่ด้วยกันมานานทำไมจะไม่รู้นิสัยของอีกฝ่าย น้อยใจจนพาลไปทั่วที่คนในครอบครัวให้ความสนใจคนอื่นมากกว่า

มีพ่อขี้น้อยใจทั้งยังหวงลูกขนาดนี้ คิดไม่ออกเลยว่าอนาคตณิรชาจะมีแฟนได้อย่างไร

แล้วใครจะเข้ามาเป็นลูกเขยผู้ที่สามารถเอาชนะใจพ่อตาได้...