๕ กำแพงขวางกั้น (๒)
“ไม่หรอก แบบนี้ธรรมดา...” ณิรชาเป็นคนตอบแล้วกอดแขนเขาเอาไว้ แต่คราวนี้รับรู้ถึงได้ความเย็นยะเยือกจากคนข้างกาย เพราะตลอดงานเขาแทบไม่คุยกับหล่อนเลยด้วยซ้ำ กลับไปเป็นชายหนุ่มผู้เย็นชาคนเดิมโดยที่เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากเหลือบมองเขาบ่อยครั้ง
หล่อนทำอะไรผิดไปหรือเปล่า...
งานเลี้ยงเลิกราพวกเขาจึงเดินกลับมาที่รถเพื่อจะได้กลับบ้าน ระหว่างทางไม่มีประโยคพูดคุยและบรรยากาศค่อนข้างอึดอัดพอสมควร ในอกเขาร้อนระอุเหมือนภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิดแต่ก็อดกลั้นเอาไว้ กระทั่งรถจอดหน้าเรือนหอจึงรีบเดินลงมาก่อนเพื่อจะได้เข้าบ้านโดยไม่รอคนที่เดินตามหลัง
“พี่รวิ พี่รวิรอด้วย!” เธอตะโกนบอกเขาแล้วรีบก้าวให้ทัน แต่ร่างหนาก็ไม่ได้หยุดรอกลับรีบเร่งจะเดินขึ้นชั้นสอง จนหล่อนต้องถอดรองเท้าก่อนวิ่งเข้ามาคว้าแขนหนาเอาไว้ ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา
ทั้งที่ทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี แต่วันนี้เขากลับเมินเฉยและเย็นชาหลังจากพบแฟนเก่า
หรือรวิกานต์กำลังจะทิ้งตนไป...
“อย่าเดินหนีณินะ” ร้องตะโกนบอกเขาพร้อมสบดวงตาคมที่แข็งกร้าวยามมองตน เริ่มใจเสียแต่ก็ยังพยายามสู้สายตาเขาเหมือนเดิม ก่อนที่มือหนาจะปลดมือของหล่อนออกจากแขนตน พร้อมเอ่ยเสียงเข้มอย่างไม่ชอบใจ
“ทำแบบนี้ต้องการอะไร ไม่คิดอายบ้างเลยเหรอ” เพียงแค่ประโยคเดียวก็ทราบว่าเขากำลังหมายความว่าอย่างไร
ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงตุ๊กตาที่หล่อนจะจับไปซ้ายหรือมาขวาก็ได้ โดยไม่สนใจความรู้สึกกันเลยสักนิด ตั้งแต่เรื่องบังคับแต่งงานจนจูบหน้าสาธารณะชนเพียงแค่อยากเอาชนะ กดเขาไว้ใต้อาณัติไม่คิดถึงจิตใจกันบ้างสักนิด
ซึ่งเขามองต่างจากมุมของหล่อนที่ไม่มีความมั่นใจกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ จึงต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อดึงให้เขาอยู่ข้างกัน
“อายทำไมเราเป็นสามีภรรยากัน คนที่อายควรเป็นผู้หญิงที่เข้ามาอ่อยสามีคนอื่นมากกว่า หรือพี่เห็นว่ามันเป็นเรื่องปกติที่คุยกับแฟนเก่าแล้วส่งสายตาหวานซึ้งให้กัน” พรั่งพรูความรู้สึกของตัวเองออกมา ไม่รู้ว่าต้องกล่อมตัวเองนานแค่ไหนไม่ให้เข้าไปแยกคนทั้งสองออกจากกัน จนสบโอกาสจึงได้เดินเข้าไปพร้อมแสดงความเป็นเจ้าของ เพื่อทำลายถ่านไฟเก่าให้มอดดับ
“พี่กับเขาเป็นแค่เพื่อนกัน” บอกถึงความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง กลายเป็นว่าหล่อนกลับตั้งคำถามเพราะไม่เชื่อในคำพูดนั้น
“เหรอคะ...แน่ใจเหรอว่าแค่เพื่อน” สองมือทิ้งลงข้างลำตัว สายตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความกังขา เคยเจ็บปวดกับการรับรู้ว่าชายหนุ่มมีคนรักมาแล้ว จึงไม่อยากเจ็บช้ำกับเรื่องเดิมซ้ำอีก เมื่อตนมีสถานะเป็นภรรยาก็สามารถกันผู้หญิงคนอื่นออกห่างจากสามี
โดยเฉพาะเพียงดาวที่เป็นแฟนเก่า...
“มันจบไปแล้ว พี่ก็แต่งงานกับณิแล้วไง ยังจะมากดดันอะไรพี่อีก” น้ำเสียงกับสีหน้าเริ่มเข้มขึ้น จากการพูดคุยเริ่มเสียงดังจนบรรยากาศยิ่งกดดันมากกว่าเดิม แม่บ้านที่คิดจะเดินมาต้อนรับก็รีบหลบกลับเข้าหลังบ้านเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวกับคนทั้งสอง
“ณิไม่ได้กดดัน ณิแค่ต้องการความซื่อสัตย์” จ้องเขาไม่หลบสายตา เม้มปากแน่นเมื่อเริ่มร้อนผ่าวที่ดวงตาเหมือนจะร้องไห้เพราะอยู่ในอารมณ์อ่อนไหวและอ่อนแอ โดยที่เขาเองก็ไม่คิดอ่อนข้อให้เธอเช่นกัน เหมือนหญิงสาวกำลังดูถูกตนว่าเป็นฝ่ายนอกใจทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ
“แล้วพี่ไม่ซื่อสัตย์ตรงไหน พี่แทบจะอยู่ในกรอบไม่ออกนอกลู่นอกทาง เช้าทำงานเย็นกลับบ้าน ออกงานก็ตามโอกาสไม่เคยทำในสิ่งที่ผิดต่อภรรยาเลยสักนิด แค่นี้ยังไม่พออีกเหรอ ยังจะเอาอะไรกับพี่อีก!” ตะโกนเสียงดังใส่เธอด้วยอารมณ์ที่อัดแน่นในอกหลังถูกกล่าวหาว่าไม่ซื่อสัตย์ ทำเอาร่างบางสะดุ้งกับเสียงที่แผดดังจนน้ำตาร่วงหล่น
เขารู้ว่าตอนนี้ตัวเองอารมณ์ไม่ดี หากฝืนอยู่ที่บ้านต่อไปคงได้ทะเลาะกันอีกแน่ จึงเลือกจะเดินออกไปข้างนอกทำให้ร่างบางผวาเดินตามแล้วคว้าแขนหนาเอาไว้ ถามเสียงสั่นทั้งยังพยายามปาดน้ำตาออกจากใบหน้า
“พี่จะไปไหน”
“นอนข้างนอก” แกะมือหล่อนออกแล้วเมินหน้าหนี ไม่ชอบเห็นหญิงสาวร้องไห้พอๆ กับไม่อยากชวนทะเลาะ เขาต้องการสงบอารมณ์แล้วคิดทบทวนเรื่องทุกอย่างกับตัวเอง หากอยู่บ้านต่อไปก็ไม่แคล้วต้องปะทะคารมเหมือนเดิม จึงตัดสินใจจะออกไปนอนข้างนอกให้ใจเย็นลงค่อยกลับมาอธิบายทุกอย่าง
“ไม่ให้ไปนะ” พยายามจะรั้งเขาไว้เหมือนเดิม แต่ร่างสูงก็เลือกจะเดินไปที่รถยนต์พร้อมหันมาบอกเธอเสียงอ่อนด้วยความเหนื่อยใจ
“ขอล่ะณิ ให้พี่อยู่คนเดียวคิดอะไรคนเดียวบ้าง” พูดจบก็ปิดประตูแล้วเคลื่อนพาหนะออกไปจากเรือนหอ ปล่อยร่างบางร้องตามเสียงหลงก่อนจะวิ่งเท้าเปล่าตามเขาจนคิดว่าคงตามไม่ทันแล้วจึงทรุดกายนั่งลงบนพื้น
“พี่รวิ พี่รวิ!” ไม่เห็นแม้แต่เงาของสามี ขณะที่น้ำตายังคงไหลไม่หยุดพร้อมกับสะอื้นตัวโยน หล่อนไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดตรงไหน อยากพูดคุยกับเขาเหมือนกันแต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมฟังอะไรเลย ทั้งยังทิ้งกันไว้ข้างหลังอีกต่างหาก
“ฮือ”
จากที่คิดว่าเรารักกันเหมือนว่าหล่อนต้องคิดใหม่ มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่รัก ส่วนเขาไม่ได้คิดอะไรเลย
ไม่เลยสักนิด...
