บท
ตั้งค่า

๕ กำแพงขวางกั้น (๑)

กำแพงขวางกั้น

อาการวิงเวียนหายไปแล้วมีเพียงการนอนหลับที่ยังโจมตีหล่อนมาหลายสัปดาห์ ตั้งแต่ครั้งนั้นก็ไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอก ส่วนใหญ่มักพักผ่อนที่บ้านแล้วอยู่ติดครัวแทบจะเดินเข้าไปหาของกินตลอดทั้งวัน ออกไปข้างนอกเฉพาะวันที่มีงานจำเป็น ไร่ก็ไม่ได้กลับจนบิดาบ่นคิดถึงบุตรสาวไม่หยุด อยากมาหาก็โดนภรรยาห้ามไว้กลัวรบกวนเวลาของคู่รักข้างใหม่ปลามัน

ทุกวันนี้สามีดีกับหล่อนเป็นอย่างมาก เขาทำตามที่พูดว่าจะเรียนรู้กัน กลับบ้านตรงเวลาไม่ค่อยกลับดึก แต่ถ้าวันไหนมีเหตุจำเป็นต้องกลับดึกก็บอกกันตลอด เธอจึงไว้วางใจในตัวของรวิกานต์เป็นอย่างมาก

คำว่ารักอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม สัมผัสได้ถึงความรักที่เริ่มมีในดวงตาคมจนเผลอยิ้มมีความสุขทุกครั้งยามคิดถึงเขา

แค่คิดถึงก็เป็นสุขใจแล้ว หล่อนรักสามีมากขนาดนั้นเลยล่ะ...

“ดีจังเลยได้ควงพี่รวิออกงาน” แต่งตัวสวยตั้งแต่ช่วงเย็นเพราะเขาบอกล่วงหน้าสองถึงสามวันว่าจะพาไปงานแต่งของลูกชายคู่ค้าที่รู้จักกันมานาน ความจริงอีกฝ่ายเชิญคุณธนนท์ปภพแต่ท่านไม่ว่าง จึงให้เขาไปกับณิรชาจะได้ออกงานสังคมร่วมกัน

เพียงแค่ได้ยินคำชวนเธอก็ตอบตกลงแทบไม่ได้คิด เตรียมเสื้อผ้าแล้วก็จ้างช่างแต่งหน้ามาโดยเฉพาะ จึงได้เนรมิตให้หญิงสาวสวยหยาดเยิ้มจนสามีอดเหลือบมองไม่ได้ เพียงแค่เดินเข้างานทุกสายตาก็จับจ้องมายังพวกตน ให้ความสนใจคู่รักที่ไม่ค่อยออกงานเท่าไหร่

สวยหล่อเหมาะสมกันเสียเหลือเกิน ใครเห็นก็อดชื่นชมไม่ได้...

“ณิขอไปทักเพื่อนก่อนนะคะ” เห็นเพื่อนที่รู้จักกันยกมือทักทายจึงหันไปบอกเขา ฝ่ายชายจึงพยักหน้าแล้วยิ้มเล็กน้อย ไม่อยากรั้งหล่อนให้อยู่ข้างตนตลอดเวลา แม้ว่าจะต้องการให้หญิงสาวอยู่ในสายตาก็ตาม

“ครับ” ยิ้มให้หล่อนเล็กน้อยก่อนชะงักเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นอดีตคนรักที่เดินเข้ามาใกล้ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันไม่คิดว่าจะได้เจอเธอที่นี่ด้วยซ้ำ

“เพียงดาว...” ชื่อต้องห้ามเอ่ยมาจากปากของเขา

คนที่กำลังจะเดินออกไปหากลุ่มเพื่อนจึงต้องหยุดชะงัก เหลียวกลับมามองว่าสามีกำลังมองใคร ใช่คนที่เธอไม่ต้องการให้เขาเจอหรือเปล่า สายตามองตามก่อนมือบางจะกำเข้าหากันแน่น แผลในใจไม่เคยหมดไปสักที ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนความกลัวก็ยังเหมือนเดิม

เธอกลัวว่าเขาจะกลับไปหาแฟนเก่า เพราะดูเหมือนรวิกานต์จะรักอีกฝ่ายมากเหลือเกิน...

“รวิ” เสียงหวานที่คุ้นเคย รอยยิ้มที่คุ้นตา เธอยังคงเหมือนเดิมในสายตาของเขา

“สบายดีไหม” ถามกลับเสียงเรียบ

เพียงดาว สิริโภคินเยื้องย่างเข้ามาใกล้ร่างหนา ทอดสายตาหวานให้เขาเหมือนอย่างที่เคยทำในอดีตแล้วได้ผล เพราะอีกฝ่ายเคยติดกับจนตอบตกลงเป็นแฟนทั้งที่ใช้เวลาจีบไม่กี่วัน น่าเสียดายกับการตัดสินใจรวดเร็วของหล่อนทำให้เราต้องเลิกรา

ไม่คิดเลยว่าไม่กี่เดือนต่อมาเขาจะแต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว คิดแล้วก็ยิ่งเสียดายเพราะอีกฝ่ายดีกับหล่อนเหลือเกิน ถ้าย้อนเวลากลับไปได้คงไม่เลือกทิ้งเพชรเม็ดงามไปคว้าก้อนกรวดหรอก

“อือ สบายดี...แล้วนายมีความสุขหรือเปล่า ได้ข่าวว่าแต่งงานแล้วใช่ไหม” ท้ายประโยคเอ่ยเสียงเบากับดวงตาที่สั่นไหวเหมือนต้องการให้เขารู้ว่าเธอเศร้ามากแค่ไหนกับข่าวนั้น คนตัวสูงพยักหน้าตอบตามความจริง

“ใช่ ผมแต่งงานแล้ว” ทั้งสองสบตากันนิ่ง เหมือนคนรอบข้างค่อยเลือนหายไปมีแค่พวกเขาที่อยู่ในห้องจัดเลี้ยง หล่อนนึกเสียดายวันเวลาแสนสุขที่เราสองคนมีร่วมกัน อยากเดินเข้าไปใกล้เขามากกว่านี้แต่รู้ดีว่าไม่เหมาะสม มีสายตานับสิบคู่ที่กำลังมองแล้วตนอาจตกเป็นประเด็นแย่งสามีคนอื่น

เอาไว้อยู่ในที่ลับตาค่อยจัดการดีกว่า แบบนั้นจะได้รักษาชื่อเสียงของตัวเองไว้ด้วย

“ยินดีด้วยนะ...มันอาจจะช้าไปสักหน่อย แต่ก็...น่าเสียดายที่เจ้าสาวไม่ใช่เรา” ถึงปากจะแสดงความยินดีแต่แววตาก็บ่งบอกว่าเศร้ากับการสละโสดของแฟนเก่า ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกไปเพราะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

ขณะเดียวกันภรรยาตัวจริงก็เดินเข้ามากอดแขนเขาเพราะปล่อยให้คนทั้งสองพูดคุยกันนานแล้ว หล่อนไม่อาจวางใจให้คุยมากกว่านี้ กลัวว่าถ่านไฟเก่าจะจุดติดแล้วเป็นตนที่ต้องเสียใจ ทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดีไม่อยากให้จบลงที่ความเศร้า

เธอจะไม่ยอมปล่อยชายผู้เป็นที่รักเด็ดขาด

“พี่รวิคะ เพื่อนณิถามหาพี่กันทั้งนั้นเลย ไปหาเพื่อนณิหน่อยนะคะ” ยิ้มกว้างให้ชายหนุ่มแล้วกอดแขนหนาเอาไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ไม่แม้แต่จะชายตามองคนเก่าของเขาด้วยซ้ำ คิดว่าร่างหนาจะต้องตอบตกลงไปหาเพื่อนกับหล่อน

แต่คำตอบของเขากลับทำเอาเธอหน้าชา เพราะได้รับการปฏิเสธแทบจะทันที สร้างรอยยิ้มแก่เพียงดาวที่รู้สึกเหมือนถือไพ่เหนือกว่าและตัวเองกำลังจะชนะในหมากกระดานเกมนี้

“ไปก่อนเลย เดี๋ยวพี่ตามไป” มือที่กอดแขนเขาไม่ได้ปล่อยในทันที แล้วเธอก็ไม่คิดจะปล่อยยังคงจับเอาไว้แน่น พร้อมเก็บสีหน้าเอาไว้ได้เป็นอย่างดี เลือกจะเรียกสามีด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานก่อนเขย่งปลายเท้าขึ้น

“พี่รวิคะ”

“อะไร...อื้อ” หันมาถามแต่ไม่ทันจะพูดสิ่งใดมากกว่านั้นก็ถูกภรรยาประกบปากทันที เรียกเสียงฮือฮาจากคนรอบข้าง ไม่คิดว่าจะได้ชมความหวานของคู่สามีภรรยาต่อหน้าต่อตา หลายคนจึงร้องแซวทำให้ร่างบางต้องรีบผละออก ทำใจกล้าทั้งที่ตัวเองก็รู้สึกเขินอายเป็นอย่างมาก

“ไปกันเถอะค่ะ” ร่างหนาทำหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดเพราะกำลังบังคับตัวเองไม่ให้โวยวายออกมากลางงาน อย่างไรก็ต้องรักษาหน้าภรรยาเอาไว้ก่อนถึงจะไม่ชอบการกระทำของหล่อนก็ตาม จำต้องเดินตามเธอมายังกลุ่มเพื่อนสนิทที่เอ่ยหยอกเย้าพร้อมส่งสายตาล้อเลียนจนชายหนุ่มพูดอะไรไม่ออก

“โห หวานกันแบบนี้คนในงานก็อิจฉาตาร้อนเลยสิคะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel