๔ อาการของคนหวงห่วง (๔)
ร่างสูงเดินเข้ามาในห้องนอนเสียงเบา พยายามไม่ทำให้เกิดเสียงที่รบกวนคนพักผ่อน เห็นเธอนอนหลับสนิทไม่มีทีท่าว่าจะตื่น จึงวางถาดอาหารไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง แล้วนั่งลงข้างเตียงก่อนจะปลุกร่างบาง ปล่อยให้ตื่นเองเกรงว่าจะได้กินข้าวเช้าก็ตอนเที่ยงนั่นแหละ
“ณิ...ณิรชา” เขย่าที่ไหล่บางพร้อมเรียกชื่อ คนที่นอนจึงลืมตาแล้วปรับภาพที่เบลอให้ชัดขึ้นเรื่อยๆ ก่อนเห็นสามีที่อยู่ตรงหน้า
“อื้อ พี่ พี่รวิกลับมาแล้วเหรอคะ” เอ่ยเสียงอู้อี้ในลำคอ แทบไม่อยากตื่นเลยเพราะกำลังหลับสบาย เปลือกตาปิดลงอีกครั้งเหมือนจะไม่ยอมตื่น จนเขาต้องยกมือมาลูบศีรษะมนทำให้เธอยิ่งขยับเข้าหามือหนามากกว่าเดิม
เหมือนแมวตัวน้อยที่กำลังคลอเคลียเจ้าของ จนเขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูหล่อนมากกว่าเดิม
“กินข้าวได้แล้ว” น้ำเสียงที่เอ่ยเบาจนแทบจะเป็นการกระซิบ แต่มันก็หวานจนร่างบางหลุดยิ้ม ก่อนถามกลับเพราะนึกว่าตัวเองนอนทั้งวัน
“ตอนเย็นแล้วเหรอ”
“บ่ายต่างหาก...กินข้าวเร็วจะได้กินยา” หลอกล่อเธอแล้วพยุงให้ร่างบางลุกนั่งบนเตียง เธอจึงยอมลุกเพราะเริ่มหิวเหมือนกัน แต่เมื่อเขาหยิบถาดอาหารมาวางตรงหน้ากลับถูกเธอขยับหนีห่าง พร้อมปัดมือไปมาเหมือนไล่อากาศ ทั้งยังยกมือปิดจมูกอีกต่างหาก
“เหม็น ไม่อยากกิน” มองดูหมูทอดกระเทียมกับผัดผักที่โรยด้วยกระเทียมก็แทบจะอาเจียนออกมา ไม่อยากอาหารเลยสักนิดแม้เขาจะพยายามหว่านล้อมแค่ไหนก็ตาม
“เหม็นอะไรหอมจะตาย” นึกสงสัยจนต้องก้มลงไปดมกลิ่นอาหาร ไม่เห็นเหม็นอย่างที่หญิงสาวบอกเลยสักนิด
“ไม่เอาไม่กิน ขอกินอย่างอื่นที่ไม่เหม็นไม่ได้เหรอ ณิอยากกินข้าวไข่ข้นใส่กุ้งตัวโตๆ เลยนะคะ” คิดเมนูให้เสร็จสรรพทำเอาเขาต้องตามใจคนป่วย แม้ไม่รู้ว่าอาการป่วยของเธอเกิดจากอะไรก็ตาม แต่หญิงสาวต้องการคนเป็นสามีก็พร้อมทำตาม
“เดี๋ยวพี่บอกแม่บ้านให้เอง”
“ค่ะ” จำต้องยกถาดอาหารลงไปข้างล่าง แล้วบอกให้แม่ครัวเปลี่ยนเมนูเป็นอาหารที่หล่อนอยากรับประทาน รอไม่นานทุกอย่างก็เสร็จสิ้นจึงนำใส่ถาดแล้วเดินถือขึ้นมาบนห้อง
แค่เปิดประตูเข้ามาก็พบร่างบางที่นอนหลับสนิท จนเขาต้องส่ายหน้าด้วยความระอาปนเอ็นดู ไม่คิดว่าภรรยาจะหลับได้ไวขนาดนี้ ทั้งที่เพิ่งตื่นไปเมื่อครู่แล้วเขาก็ลงไปข้างล่างไม่นาน แต่พอลองย้อนกลับมาคิดทำให้รู้ว่าช่วงนี้หญิงสาวหลับง่ายมาก ตอนกลางคืนก็นอนหลับสนิทแทบไม่ขยับเลยด้วยซ้ำ
ไม่สบายแต่หลับดีขนาดนี้...เป็นอะไรกันแน่นะ
“นอนเก่งอะไรขนาดนั้น ไปแปบเดียวหลับอีกแล้ว” พึมพำกับตัวเองแล้วเดินเข้าไปใกล้คนตัวเล็กกว่า ปลุกเธอที่นอนหลับให้ตื่นเพื่อจะได้รับประทานอาหารแล้วกินยา
“ณิ ลุกมากินข้าวได้แล้ว” ทำเหมือนเดิมคือการปลุกด้วยเสียงอ่อนโยน คนที่ยังไม่หลับสนิทจึงค่อยเปิดเปลือกตาแล้วลุกนั่งบนเตียง พร้อมสำหรับอาหารเที่ยงที่แสนอร่อย แค่ได้กลิ่นก็หอมจนอยากตักเข้าปาก ยิ่งเห็นหน้าตาน่ารับประทานก็กินหมดแทบไม่เหลือ
“ค่ะ”
“อร่อย...” เห็นเธอกินข้าวได้ก็ยิ้มตามไปด้วย แม้ว่าตัวเองจะยังไม่มีอาหารตกถึงท้องก็ตาม เขามีความสุขยามได้เห็นณิรชารับประทานอาหารจนนึกแปลกใจเหมือนกัน ว่าเรื่องแค่นี้มันทำให้มีความสุขได้ด้วยหรือ
แล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอทำให้เขาสามารถยิ้มได้เต็มปาก...
หรือบางทีเขาแค่ไม่อยากยอมรับกับตัวเองว่ามีความรู้สึกดีให้แก่ภรรยาผู้ที่ได้มาโดยที่ตนไม่ต้องการ
“พี่รวิไม่ไปทำงานเหรอ” กินอาหารเกือบหมดก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เพิ่งจะเป็นช่วงบ่าย แต่เขากลับมานั่งอยู่ตรงหน้าไม่ใช่อยู่ในห้องทำงานของบริษัท เกิดเป็นความสงสัยที่ต้องถามให้รู้ความ ไม่เช่นนั้นจะเริ่มคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขามาหาเพราะเป็นห่วง
ซึ่งมันทำให้เธอมีความสุขเป็นอย่างมาก...ความรู้สึกของรวิกานต์ที่มีให้กันกำลังพัฒนาใช่หรือเปล่า
“งานเสร็จเร็ว” ไม่ยอมบอกความจริงว่าโยนงานทุกอย่างให้เลขานุการต่างหาก
เพียงเพราะอยากมาดูแลภรรยาที่ไม่สบาย ไม่ไว้ใจให้คนอื่นดูแลหล่อน อยากมาดูให้เห็นเองกับตามากกว่า
“ดีจังเลยค่ะ พี่รวิจะได้อยู่กับณิไง” นอกจากสายตาหวานที่มองสามีไม่วางตาแล้ว เธอยังพยายามจะเข้าไปใกล้เขาอีกต่างหาก เลิกสนใจอาหารเพราะกำลังอ้อนคนรักให้อยู่กับตัวเองนานกว่านี้อีกหน่อย กลัวว่าหลังจากตนกินข้าวอิ่มเขาจะกลับไปทำงาน
ยังมีความสุขกับการอยู่ด้วยกันไม่เต็มอิ่มเลย แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลังกลับจากไร่เขาดีขึ้นผิดหูผิดตา อย่างที่ชายหนุ่มบอกไว้ว่าจะลองเรียนรู้กัน เขาก็ทำตามนั้นจริงจนเธอนึกดีใจว่าสามีเปิดใจให้ตัวเองแล้ว
เรื่องของเรากำลังเป็นไปในทางที่ดี โดยที่หล่อนแทบไม่ต้องพยายามอะไรเลย
“กินเข้าไป” เจอสายตาหวานของณิรชาเข้าไปก็ทำให้เขาพูดแทบไม่ออก หน้าร้อนกับแววตาของอีกฝ่ายจนต้องบอกให้เธอกินข้าวเผื่อตัวเองจะได้รอดพ้น ใบหน้าคมเริ่มร้อนเห่อจากการถูกหล่อนจีบกรายๆ
คำพูดคำจาชวนหวั่นไหวเสียเหลือเกิน...
“ค่า กำลังกินอยู่น่า คนมันกินช้าพี่ก็อย่าเร่งนักสิคะ” ตักข้าวเข้าปากแล้วเคี้ยวแก้มตุ้ย เขาเห็นเธอกินข้าวอร่อยก็อมยิ้มตาม ไม่นานอาหารในจานเกลี้ยงไม่เหลือสักเม็ด จึงรีบหยิบน้ำกับยาแก้วิงเวียนให้เธอทันที
“กินน้ำกินยา” คนที่นั่งบนเตียงรับมากินรวดเร็ว แล้วส่งคืนทุกอย่างให้เขาทันที พร้อมรอยยิ้มกว้างเหมือนเด็กน้อยที่ทำตามคำสั่งหมดทุกอย่างแล้วอยากได้คำชม
“นอนพักไหม หรือจะเดินย่อยสักหน่อย” ร่างบางตอบแทบจะทันที ไม่อยากลงจากเตียงด้วยซ้ำโดยไม่สนใจว่าจะทำให้เป็นกรดไหลย้อนเพราะนอนทั้งที่เพิ่งรับประทานอาหารอิ่มหรือเปล่า หล่อนสนอย่างเดียวคือได้พักผ่อน
“นอนค่ะ หนังตามันหนักยังไงไม่รู้” แล้วเธอก็ล้มตัวลงนอนในทันที ดวงตามองสามีก่อนจะค่อยปิดลงอย่างเชื่องช้า ใช้เวลาไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทราจนคนมองทำได้แค่ยิ้มขำด้วยความเอ็นดู
นอนทั้งวันไม่เบื่อบ้างหรือไง...
