๔ อาการของคนหวงห่วง (๒)
พอได้อยู่ในฐานะของคนรอบ้างเขาก็รู้ว่าเวลามันช่างเดินช้าเหลือเกิน รับประทานอาหารจนอิ่มก็ไปเดินย่อยที่สวนข้างบ้านเกือบหนึ่งชั่วโมง ทว่าภรรยาก็ยังไม่กลับถึงบ้าน จึงเดินขึ้นชั้นสองเพื่อไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า กลับลงมาแล้วหมกตัวในห้องทำงานเหมือนใจจดจ่อที่เอกสารสำคัญ แต่ตากลับมองไปยังนาฬิกาบ่อยกว่าตัวอักษรบนโต๊ะเสียอีก
กระทั่งได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดหน้ามุข คนรอก็รีบปิดแฟ้มงานแล้วออกจากห้องทำงานอย่างรวดเร็ว ชะเง้อมองไปยังหน้าบ้านโดยไม่ได้แสดงตัว จึงได้ยินเสียงบทสนทนาของหล่อนกับคนที่บอกว่าเป็นเพื่อน
แต่กลับเป็นเพื่อนผู้ชาย...ที่ดูไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย
“ขอบใจมากที่เลี้ยง เอาไว้คราวหน้าฉันจะเลี้ยงนายบ้าง” น้ำเสียงและสีหน้าด้านข้างของภรรยาทำให้เขาไม่ชอบใจเลยสักนิด
เขาควรได้รับรอยยิ้มของหล่อนคนเดียวไม่ใช่หรือ แล้วทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้รับด้วย นึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ จนเลือกจะเผยตัวไม่ยอมเป็นแค่ผู้แอบดูอีกต่อไป เพราะอย่างไรณิรชาก็ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของตนแล้ว
มีเรื่องอะไรให้ต้องแอบอีกล่ะ...
“ล้างท้องรอเลยครับคุณหนู” ฝ่ายชายตอบรวดเร็วเหมือนรอคอยเช่นเดียวกัน แต่ความสนใจของดวงตากลมกลับไม่ใช่ใบหน้าหล่อของเพื่อน แต่เป็นคนที่เพิ่งเดินเข้ามาเรียกรอยยิ้มกว้างจากเธอมากกว่าเดิมจนณภัทรนึกอิจฉา
เกือบลืมไปเลยว่าใครคือเจ้าของรอยยิ้มที่แท้จริงของณิรชา
“พี่รวิกลับมาแล้วเหรอคะ!” ตรงเข้ามากอดแขนสามีโดยในมือก็ถือถุงขนมไว้ไม่ยอมวาง เธอกลับมาให้ความสำคัญกับเขาแค่คนเดียว ทำให้ความหนักอึ้งในใจที่เหมือนถูกหินกดทับค่อยคลายลงทีล่ะน้อย
“ครับ” พยักหน้าพลางยิ้มตอบ ไม่ยอมบอกว่าตัวเองกลับมานานแค่ไหนแล้ว ก่อนสายตาจะหันไปมองผู้ชายที่ยืนมองภรรยาคนอื่นไม่ละสายตา จากที่เริ่มกลับมายิ้มได้ก็หน้านิ่งทันที
“สวัสดีครับ ผมณภัทรเพื่อนของณิครับ” หนุ่มนักบริหารมองเพื่อนของณิรชาที่แนะนำตัวเสร็จสรรพ จ้องนิ่งจนลืมว่าต้องเป็นฝ่ายตอบรับเหมือนกัน ใบหน้าของอีกฝ่ายดูคุ้นเคยมากเหลือเกิน จนนึกได้ว่าเคยพบที่ไหนแต่เลือกจะเก็บเอาไว้เพราะอย่างไรเธอก็ไม่รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว
“รวิครับ สามีของณิ” สถานะที่บอกไปทำให้หล่อนยิ้มแก้มปริ ยิ่งกอดแขนเขาแน่นมากกว่าเดิมพร้อมยักคิ้วให้เพื่อนเหมือนต้องการอวด ไม่ได้ทราบเลยสักนิดว่ามีคนเจ็บปวดจากภาพที่ได้เห็ฯ แต่ยังพยายามเก็บความรู้สึกของตัวเองไว้ ยิ้มให้สามีของหล่อนแล้วชวนคุยคล้ายต้องการบอกว่าพวกตนสนิทกันแค่ไหน
“เสียดายที่ผมไม่ได้ไปงานแต่ง ไม่อย่างนั้นคงได้ถ่ายรูปด้วยกันแล้ว ฝากเพื่อนผมด้วยนะครับ ณิเป็นคนน่ารักนิสัยดี...” คำพูดฝากฝังทำเอาชายหนุ่มหัวร้อน รีบตัดจบอย่างรวดเร็วด้วยการย้ำถึงสถานะของเราเหมือนต้องการเตือนณภัทรว่ากำลังจะล้ำเส้น
“ครับ ภรรยาของผม ยังไงผมก็ต้องรู้ดีกว่าคนอื่นอยู่แล้ว” ยิ้มให้เป็นการปิดท้ายแล้วยกมืออีกข้างมากุมมือหล่อนไว้เช่นเดียวกัน ทำเอาร่างบางยิ้มกว้างมากกว่าเดิม กลับมาจากไร่ก็เหมือนได้สามีใหม่ที่เปลี่ยนไป
อบอุ่น อ่อนโยนและเอาใจส่ากกว่าเดิม เป็นความสุขที่หล่อนโหยหามาตลอด จนตอนนี้ได้มันมาครอบครองแล้ว
ขอให้เป็นแบบนี้ตลอดไปด้วยเถอะ...
“ไปก่อนนะณิ” เห็นคนทั้งสองมองกันด้วยแววตาหวานหยดก็ยิ้มให้ตัวเอง ก่อนตัดสินใจบอกลาเพื่อนซึ่งเธอก็พยักหน้าพร้อมโบกมือลาเขาเช่นเดียวกัน
“อือ ไว้เจอกัน”
รถยนต์ของแขกคนสำคัญแล่นออกไป ใบหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งติดเคร่งขรึมเพราะคิ้วที่ผูกกันจนแทบเป็นโบว์ เธอยอมปล่อยสามีเป็นอิสระแล้วเดินนำเข้าบ้าน แต่พอหันมามองคนที่เดินข้างกันก็ต้องเอ่ยทักเพราะเห็นถึงความผิดปกติ
“พี่รวิเป็นอะไรหรือเปล่าคะ หน้าเครียดกว่าปกติ หรือเครียดเรื่องงานคะ” เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำหน้าอย่างไร แต่ก็ยอมตามน้ำไปก่อนดีกว่าให้เธอมาไล่ต้อนว่าที่เครียดคือเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับงานเลยสักนิดเดียว
“ใช่ เครียดเรื่องงานนั่นแหละ”
“ถ้างั้นกินเค้กไหมคะ เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง ณิซื้อมาให้พี่โดยเฉพาะเลยนะ” ถุงที่หล่อนถือคือเค้กนั่นเอง ร่างสูงพยักหน้าไปตามเรื่องแล้วยอมกินเค้กแม้ว่าตนจะกินข้าวอิ่มแล้วก็ตาม ตนกินไม่กี่คำแต่เค้กก็หมดเกลี้ยงเพราะภรรยาที่กินเก่งจัดไปคนเดียวเกือบหนึ่งปอนด์
กินเก่งจนเขาต้องยิ้มเอ็นดู แล้วค่อยพาเธอไปนั่งเล่นที่ห้องใหญ่เพื่อให้ย่อย ก่อนขึ้นบนห้องไปพักผ่อนโดยคืนนั้นฝันถึงเรื่องบางอย่างที่เขาลืมเลือนไปแล้ว
“...เป็นแฟนกันนะคะ...” เสียงของเธอที่บอกกับชายคนหนึ่ง โดยมีเขาเป็นบุคคลที่สามแอบยืนมองอยู่ห่างๆ
“ครับ” แล้วชายผู้นั้นก็ตอบรับ ก่อนร่างบางจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ แล้วถูกฝ่ายชายรวบเข้าไปกอดทันที
“เย้!”
ชายหญิงคู่นั้นไม่ใช่คนอื่นไกล เป็นณิรชากับณภัทรเพื่อนของหล่อนเอง มันเป็นความฝันที่เหมือนความจริงจนตื่นมาทำให้เขาซึมได้เป็นวัน
หรือมันเป็นความจริงที่เคยเกิดขึ้นกันนะ...
