บท
ตั้งค่า

๓ แสดงความเป็นเจ้าของ (๕)

อีกฝ่ายเปรียบตัวเองเป็นดอกฟ้าอย่างนั้นเหรอ...เหลือจะเชื่อกับเขาเลย!

“ถ้ายังไม่หยุดพูด ผมจะใช้กำลังตัดสินแล้วนะ” ทนฟังมานานจนเริ่มไม่พอใจ เขาจึงคิดจะก้าวเข้าไปหาเรื่องโดยมีภรรยาคอยกอดแขนเอาไว้พร้อมห้ามปราม ไม่อยากให้ใช้กำลังแม้ความจริงจะอยากสนับสนุนก็ตาม เพราะส่วนตัวก็นึกหมั่นไส้เวทย์วินธาอยู่เหมือยกัน

“เห็นไหมน้องณิ เห็นหรือเปล่าว่ามันดีแต่ใช้กำลัง ไม่มีส่วนไหนดีไปกว่าพี่เลยด้วยซ้ำ น้องณิดูสิครับว่าจะรักกับคนแบบนี้ได้เหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก หย่ากับมันมาหาพี่ดีกว่า” อยากขอความเห็นใจจากพ่อแม่ของหล่อนก็รู้ว่าท่านคงไม่เข้าข้างตน จึงรีบชี้การกระทำของรวิกานต์ให้เธอดูเผื่อหญิงสาวจะได้หันมามองตนบ้าง

แค่นางในดวงใจแต่งงานกับคนอื่นก็เจ็บปวดมากพอแล้ว ไม่รู้ว่าตัวเองพอจะมีความหวังอยู่หรือเปล่า จึงพยายามหาโอกาสที่จะทำให้ทั้งสองเลิกรากัน

“เฮ้ยๆๆ จะต่อยกันเหรอ สู้นะเว้ย” ท่าทีของรวิกานต์ยังเหมือนจะไม่ยอมแพ้ พยายามเข้ามาใกล้แม้ว่าจะถูกภรรยาดึงไว้ก็ตาม

“ลองสักหมัดไหมล่ะ” ง้างมือข้างที่ว่างขึ้นพร้อมจะชกทันทีแต่ณิรชาเห็นว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์จึงรีบจูงกึ่งลากให้ชายหนุ่มไปยังรถยนต์ของตนที่จอดอยู่ เพราะให้คนรถกลับบ้านไปก่อนเนื่องจากคุณอาต้องใช้รถด่วนจึงตัดสินใจว่าจะขับกลับกันเอง เผื่อแวะข้างทางจิบกาแฟสร้างความสุนทรี

“กลับเถอะค่ะพี่รวิ กลับเถอะนะคะ” อ้อนเขาเสียงหวานสร้างความเจ็บช้ำแก่เวทย์วินธาที่รักข้างเดียวเป็นอย่างมาก แทบหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายเลือดก่อนส่ายหน้าไม่ยอมให้หล่อนกลับ

“กลับก่อนนะคะพ่อแม่” ยกมือไหว้บุพการีแล้วเดินไปขึ้นรถ โดยสามีก็ยังมองคนที่กล้าเข้ามาจีบเมียต่อหน้าเขาไม่วางตา จนหล่อนต้องจูงกึ่งลากอีกฝ่ายไปที่เบาะคนขับแล้วยัดชายหนุ่มเข้าไปข้างใน ส่วนตนก็อ้อมไปนั่งเบาะข้างคนขับ ปล่อยให้บุคคลที่สามโอดครวญอย่างเจ็บปวดเมื่อเห็นหญิงอันเป็นที่รักตีจากไปไม่เหลียวแล

“ไม่นะ อย่าไปน้องณิ อย่าไปปปป” นั่งคุกเข่าแล้วร้องอ้อนวอนมองตาท้ายรถที่แล่นห่างออกไปเรื่อยๆ คุณไตรเตชินทำได้เพียงส่ายหน้าแล้วโอบไหล่ภรรยาเดินเข้าบ้าน

ขณะที่คนบนรถดูเหมือนจะไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก ใบหน้าคมเคร่งขรึมก่อนถามเธอด้วยน้ำเสียงดุ “มันเป็นใคร” เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกก็ไม่ถูกชะตาและหวังว่าจะไม่ได้เจอกันอีก ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พบ ไม่อย่างนั้นหากเจอครั้งต่อไปคงได้วางมวยกันแน่นอน

รู้ทั้งรู้ว่าหล่อนแต่งงานแล้ว เขาก็ยืนอยู่ตรงนั้นยังกล้าพูดเต็มปากว่าให้หย่า

ใครจะหย่ากันล่ะ!

“ลูกชายของลุงกำนันค่ะ ชอบพูดคำชวนเลี่ยนแต่ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยหรอกนะคะ” อธิบายให้เขาฟังแล้วเหลียวมองชายหนุ่มด้วยแววตารักใคร่เพราะเป็นครั้งแรกที่เห็นเขาโมโหเพราะมีผู้ชายเข้ามาจีบตน จะเรียกว่าหึงได้หรือเปล่า

เธอคิดเข้าข้างตัวเองได้ใช่ไหม...

“รู้ได้ไงว่าไม่มีพิษมีภัย” ถามกลับทันควัน

“ก็...ไม่รู้สิคะ เขาไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าพูดสักหน่อย ณิเลยคิดว่าไม่มีพิษมีภัย อีกอย่างเขาก็ดูไม่ค่อยเต็มด้วย คำพูดดูล้นยังไงไม่รู้” ออกความคิดเห็นซึ่งทำให้ชายหนุ่มเงียบไปเพราะดูเหมือนภรรยาจะไม่ได้คิดอะไรกับผู้ชายคนนั้น

เขาจึงไม่อยากแสดงอาการมากนัก เพิ่งรู้ว่าตัวเองโมโหกับเรื่องเล็กน้อยจนไม่เป็นตัวของตัวเอง ก่อนจะรีบดึงสติให้กลับมาจดจ่อในการขับรถ

“พี่รวิมีอะไรสงสัยอีกไหมคะ” เห็นเขาเงียบจึงถาม อยากเห็นอีกฝ่ายแสดงอาการมากกว่านี้แต่เหมือนเธอจะผิดหวังเสียแล้วเพราะเขากลับมาเป็นสามีผู้เคร่งขรึมคนเดิม

“ไม่มี”

เหลือบมองเขาแล้วก็เลิกสนใจอีกฝ่าย เมื่อชายหนุ่มไม่ยอมพูดเธอก็ไม่อยากไปเค้นให้เหนื่อยเปล่า อย่างไรเราก็ยังมีเวลาร่วมกันให้สร้างความทรงจำอีกเยอะ ระหว่างทางก็มองไปเรื่อยแล้วชวนเขาพูดคุยถึงเรื่องราวในอดีตที่ย้อนกลับมาเป็นฉากให้หวนนึกถึง กระทั่งเห็นป้ายปั๊มน้ำมันอยู่ไม่ไกลจึงแวะเข้าเติมน้ำมันสักหน่อย

“ซื้ออะไรกินหน่อยไหม” มีมินิมาร์ทอยู่ใกล้พอดีจึงได้ถาม หล่อนรีบพยักหน้ารวดเร็วไม่มีการปฏิเสธด้วยซ้ำ

“ค่ะ อยากกินขนม” ร่างบางรีบลงจากรถแล้วไปซื้อขนมในส่วนของตัวเอง แล้วไม่ลืมซื้อให้สามีที่นั่งรอบนรถเช่นเดียวกัน ระหว่างเดินกลับมาก็ต้องชะงักเพราะเห็นว่าล้อหน้าแบนจนติดพื้น ไม่รอช้าเข้าไปเคาะประตูข้างคนขับจนเขาต้องลดกระจกเพื่อจะได้คุยกันรู้เรื่อง

“พี่รวิ...เหมือนรถยางแบนเลยอ่ะ” ชี้ให้เขาดูก่อนเปิดประตูหลังเพื่อนำขนมไปวางไว้ในรถ

“จริงด้วย...” รวิกานต์ลงมาดูก่อนพบว่าล้อที่ควรมีลมกลับลีบแบนจนไม่สามารถขับไปได้อย่างแน่นอน ถอนหายใจเสียงเบาแล้วคิดจะหาเบอร์ของร้านซ่อมแถวนี้เพื่อให้มาจัดการ แต่ยังไม่ทันได้หยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยซ้ำก็พบว่าภรรยาเดินไปที่ท้ายรถ

“ทำอะไร” ถามด้วยความสงสัย

“หายางสำรองแต่ไม่น่าจะมี...” ตอบเขาเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า จากนั้นจึงเปิดท้ายรถเพื่อหาอุปกรณ์ที่ได้มาพร้อมรถยนต์ ใบหน้าหวานเผยรอยยิ้มออกมาทันที ขณะเดียวกันคนเป็นสามีก็มองด้วยความงุนงงไม่เข้าใจว่าหล่อนกำลังจะทำอะไร

หรือบางทีเขาน่าจะพอเดาออกแต่กำลังทึ่งอยู่ก็เป็นได้

“งั้นใช้ที่ปะฉุกเฉินได้ค่ะ แถวนี้น่าจะมีร้านปะยางเดี๋ยวเราหาแล้วให้เขาปะยางให้นะคะ” หยิบของทุกอย่างจากหลังรถแล้วเดินมายังล้อหน้าที่แบนทันที ร่างสูงขยับออกเพื่อให้เธอทำงานสะดวก ส่วนตนก็มองตาปริบเพราะไม่เคยทำมาก่อน

“ทำเป็นเหรอ”

“สบายค่ะ ทำบ่อยแล้วเพราะว่าแถวไร่ชอบมีเด็กมือบอนมาโรยตะปูจนต้องปะยางจนสนิทกับเจ้าของร้าน พ่อเลยตามจับแล้วเรียกเงินจากผู้ปกครองเด็ก หลังจากนั้นก็ไม่กล้าเล่นพิเรนทร์อีกเลยค่ะ” ว่าแล้วก็หารอยที่ทำให้ยางรั่ว โชคดีที่พบว่ามันอยู่ด้านบนไม่ต้องขยับรถอีก จึงรีบใช้น้ำยาปะยางซึ่งตนเคยทำมาแล้วครั้งสองครึ่งจึงรู้ว่าใช้อย่างไรโดยไม่ต้องให้เขาช่วย

เคยทำมาหมดทุกรูปแบบแล้ว ถอดยางเองก็ทำบ่อยเพราะต้องช่วยงานไร่ตลอด ดวงตาคมมองภรรยาด้วยความทึ่ง ไม่คิดว่าหล่อนจะทำงานช่างเป็นด้วย ท่าทีทะมัดทะแมงยิ่งกว่าตนที่เป็นผู้ชายเสียอีก จนชายหนุ่มเริ่มละอายอยากช่วยเหลือบ้าง

“ให้ช่วยอะไรไหม”

“ช่วยให้กำลังใจก็พอ” หันมามองแล้วยิ้มให้เขา เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาคนมองยิ้มตามทันที ก่อนที่หล่อนจะหันไปทำงานตรงหน้าจึงไม่ทันเห็นว่าเขาก็ยิ้มให้ตนเช่นเดียวกัน ไม่นานล้อที่แบนก็กลับมาพองอีกครั้งจนสามารถขับไปยังร้านซ่อมเพื่อปะยางได้แล้ว

“โอเคแล้วค่ะ ไปหาที่ปะยางกันเถอะ”

คราวนี้หล่อนอาสาเป็นคนขับรถเองเพราะรู้เส้นทางดี เขาจึงนั่งข้างหญิงสาวแล้วเหลือบมองหล่อนบ่อยครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่วันเดียวจะเห็นทุกมุมของณิรชาได้ ทั้งอ่อนหวานและแข็งแกร่งในคราวเดียว จนเขานึกอยากรู้จักเธอมากกว่านี้

ถึงร้านซ่อมก็บอกช่างแล้วเดินมานั่งรอ ระหว่างนั้นเธอไม่มีอะไรทำจึงหยิบขนมมานั่งกิน เขามองภรรยาด้วยสายตาเอ็นดูจนหล่อนหันมามองจึงแสร้งเมินไปทางอื่น แต่หญิงสาวก็ไม่ได้สนใจเลือกจะยื่นถุงขนมไปตรงหน้าอีกฝ่าย

“กินไหม”

“ไม่...กินขนมไม่กลัวอ้วนเหรอ” ส่ายหน้าแล้วถามกลับด้วยความอยากรู้ เห็นรูปร่างผอมบางนึกว่าจะเคร่งเรื่องอาหารการกินเสียอีก

“ก็ไม่เห็นอ้วนเลยนะ มีน้ำมีนวลหน่อยดีกว่าผอมเห็นแต่กระดูกนะ...แล้วณิก็ชอบตัวเองตอนนี้ด้วย” พูดแล้วก็หยิบขนมมากินให้เขาดูแล้วบอกถึงความคิดส่วนตัว ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าคล้อยตาม เอ่ยกับหล่อนด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

“เราไม่เจอกันนาน เหมือนมีหลายเรื่องของณิที่พี่ไม่รู้”

“แล้วก็มีหลายเรื่องของพี่ที่ณิไม่รู้เหมือนกัน...เราลองมาเรียนรู้กันดีไหมคะ” ว่าแล้วก็ขยับเข้าไปใกล้ร่างสูง จ้องเขาด้วยแววตากลมโตเหมือนต้องการอ้อน จนสุดท้ายฝ่ายสามีก็ใจอ่อนพยักหน้า

“เอาสิ”

เพราะเขาเองก็อยากลองดูอีกสักครั้งเหมือนกัน ว่าความทรงจำและความรู้สึกเก่ามันจะกลับมาได้หรือเปล่า...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel