๓ แสดงความเป็นเจ้าของ (๔)
กลัวว่าตัวเองอาจจะถูกไล่ออกจากบ้านเสียก่อน ช่วงนี้ภรรยายิ่งโหดอยู่ด้วย ทำอะไรขัดใจนิดหน่อยไม่ได้เลย อาจกำลังเข้าสู่ช่วงวัยทองหรือเปล่าก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน
“ขอบคุณครับ” ยิ้มให้ท่านแล้วชะงักเมื่อเจอสายตาคมดุของพ่อตา
หวงตั้งแต่ลูกยันเมียเลย...
เริ่มรับประทานอาหารเช้าโดยที่ณิรชาเป็นผู้กุมบทสนทนาทุกอย่างเอาไว้ เขารับฟังแล้วพยักหน้าไปตามเรื่อง เริ่มเพลิดเพลินกับข้าวเช้าแสนอร่อยและเสียงคุยที่ไพเราะของหล่อนจนเผลอยิ้มตามหลายครั้ง ตักปลาไปใส่ถ้วยของหญิงสาวซึ่งหล่อนก็หันมามองคล้ายตกตะลึง
“อ่ะ”
“ขอบคุณค่ะ” ยิ้มแก้มปริมีความสุข
สงสัยไวน์เมื่อคืนได้ผล เหมือนกำแพงที่เขาก่อไว้สูงจะเริ่มพังทลายลงทีละน้อยแล้ว หล่อนก็คงมีหวังให้อีกฝ่ายเปิดใจรับกันสักที
“จะกลับกันกี่โมง”
“ช่วงบ่ายก็กลับแล้วค่ะ ส่วนตอนเช้าณิว่าจะเข้าไร่องุ่นไปดูผลผลิตสักหน่อย อีกอย่างว่าจะขอองุ่นไร่เราไปแสดงความยินดีกับรสาหน่อยได้ไหมคะ” ตอบบิดาแล้วอ้อนตาปริบมีหรือคนเป็นพ่อจะไม่ยินยอม ยกหมดทั้งสวนให้ลูกสาวตั้งนานแล้ว
“ยินดีเรื่องอะไรเหรอลูก” คุณเอมไอรินถามด้วยความอยากรู้
“รสาคลอดลูกคนแรกค่ะ เลยว่าจะจัดองุ่นใส่กระเช้าไปให้เพื่อนสักหน่อย” น้ำเสียงสดใสยามตอบแล้วเหลือบมองคนข้างกายแต่เขากลับไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบเลยสักนิด
เคยคิดไว้หลายครั้งเรียกว่าเป็นความฝันก็ได้อยากมีลูกกับรวิกานต์ มีเขาเป็นพ่อ ส่วนเธอเป็นแม่และโซ่ทองคล้องใจสักสองคน หากมีคนเดียวเกรงว่าลูกจะเหงาเกินไป เพียงแค่คิดก็ทำให้หญิงสาวเป็นสุขแล้ว
“เอาสิ เอาไปเยอะๆ เลย ไม่เจอหนูรสานานแม่ก็คิดถึงเหมือนกัน” เพื่อนสนิทของลูกสาวมีไม่กี่คนที่เคยมาไร่และท่านรู้จัก หนึ่งในนั้นคือรสาที่ไปมาหาสู่กันบ่อย เพิ่งแต่งงานเมื่อปีก่อนก็มีลูกทันที คนที่เพิ่งมีลูกเขยจึงนึกอยากมีหลานเหมือนคนอื่นเขาบ้าง สบโอกาสจึงรีบถามแกมเย้าสร้างความเขินอายแก่หล่อนเป็นอย่างมาก
“เพื่อนมีลูกคนแรกแล้ว เราล่ะจะมีเมื่อไหร่” ลูกสาวไม่ทันตอบคนเป็นพ่อชิงตอบก่อนทันที วางช้อนในมือแทบไม่ทัน
“พ่อไม่รีบ ยังไม่ต้องมีก็ได้ ดูกันไปก่อน...” ความหวงลูกไม่มีใครเกิน จนคุณเอมไอรินต้องเหลือบมองสามีก่อนเอ่ยเสียงแข็งเพราะตนอยากเลี้ยงหลานเต็มแก่
“ดูอะไรพ่อ เขาแต่งงานกันแล้วจะให้ดูอะไรอีก” คราวนี้คนเป็นแม่เริ่มออกตัวแทนลูก แต่เหมือนคุณไตรเตชินจะไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ เพิ่งแต่งไม่นานบางทีอาจจะไม่เรื่องเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ยังไม่อยากให้ลูกสร้างพันธะที่ยากจะแก้ไขในภายภาคหน้า
“อ้าว ก็ดูว่าจะไปกันรอดหรือเปล่าไงแม่ แต่งแล้วก็ใช่ว่าจะไปกันรอดซะเมื่อไหร่ อาจจะเลิกกันก็ได้...” ฟังประโยคนั้นจบร่างบางก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร กลายเป็นบรรยากาศบนโต๊ะอาหารกร่อยทันที สร้างความโมโหแก่คุณเอมไอรินเป็นอย่างมาก
ทุกอย่างกำลังไปด้วยดีแต่สามีของตนกำลังจะทำมันพัง
“พ่อ...กินข้าวไปเถอะ หาอะไรอุดปากเอาไว้บ้าง” พูดไม่พอเลือกจะยัดอาหารใส่ปากสามีให้สิ้นเรื่องสิ้นราว โดยลืมไปเสียสนิทว่ายังไม่ได้เป่าข้าวทำให้ร้อนจนเจ้าของไร่วัยกลางคนกลืนไม่ลง จะคายก็ไม่ได้เพราะเมียป้อน กว่าจะกลืนลงคอก็เกือบนาทีทำให้บรรยากาศเริ่มกลับมาดีเหมือนเดิม ทุกคนกลั้นยิ้มไม่กล้าขำโดยตรงกับท่าทีตลกของท่าน
ก่อนที่หนุ่มรุ่นลูกจะให้คำสัญญาด้วยเสียงมั่นคง สร้างความประทับใจแก่ผู้หญิงทั้งสองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะณิรชาที่ยิ้มแก้มปริมีความสุขกับคำพูดนั้นของสามีตัวเอง “ผมจะดูแลน้องให้ดีที่สุดครับ” ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะหลุดออกจากปากเขา
ยิ่งทำให้หล่อนมีกำลังใจมากกว่าเดิม บางทีความสัมพันธ์ของเราอาจเป็นไปในทิศทางบวกก็ได้ แค่คิดก็สร้างรอยยิ้มให้หล่อนในทันที
อาหารเช้าจึงกลายเป็นมื้อแห่งความทรงจำของหญิงสาว เพราะได้ยินคำสัญญามั่นเหมาะที่สามีให้กับครอบครัวตน
ต่อจากนี้จะต้องมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน...
“กลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” ถึงเวลากลับก็ขนของมาไว้ท้ายรถเหมือนเดิม หล่อนกลับบ้านเป็นประจำอยู่แล้วจึงไม่ได้ร่ำลาอะไรมากนัก อย่างไรวันมะรืนก็ต้องกลับมาช่วยบิดาดูเรื่องเอกสารการเงินเหมือนเดิม
ขณะเดียวกันลูกเขยซึ่งไม่ค่อยได้มาเท่าไหร่ก็ยกมือเตรียมไหว้พ่อตาแม่ยายเช่นเดียวกัน กลับมาไร่ครั้งนี้เหมือนทุกสิ่งเปลี่ยนไปแทบจะทั้งหมด ทว่ากลับเรียกความทรงจำในวัยเด็กของเขากลับมาสร้างรอยยิ้มให้แก่ชายหนุ่มได้อีกครั้ง
เป็นความทรงจำที่เขาพยายามลบเลือน ไม่อยากนึกถึงจนซ่อนมันไว้ลึกสุดใจ พร้อมลงกลอนใส่กุญแจเอาไว้แน่นหนา แต่บัดนี้เธอกลับเปิดมันออกมาจนได้
“สวัสดี...” ยกมือเตรียมไหว้ลาแต่กลับได้ยินเสียงรถยนต์ดังเข้ามาใกล้ พอเหลียวมองก็พบชายรูปร่างสูงใหญ่แต่งตัวสีสันฉูดฉายจนนึกแสบตา แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเพราะสิ่งที่ทำให้เขาไม่พอใจคืออีกฝ่ายตรงเข้ามาทักภรรยาของตนพร้อมอ้าแขนกว้างเหมือนจะกอด
ไม่ต้องคิดสิ่งใดให้มากความก็ตรงเข้าขัดขวางอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมเคร่งขรึมพร้อมปะทะตลอดเวลา
“โอ้วยอดยาหยีของพี่เวทย์...ไอ้หน้าปลาหลดนี่ใคร” เวทย์วินธามาทำธุระแถวนี้จึงตัดสินใจมาที่ไร่เพื่อได้มองหลังคาบ้านของคนที่ตนเองมีใจให้ตลอดก็ยังดี แต่กลายเป็นว่าได้พบหล่อนกับผู้ชายหน้าตาเหมือนปลาชนิดหนึ่งที่ตนไม่ชอบเอาเสียเลย
“สามีของณิเองค่ะ” หญิงสาวสบโอกาสก็กอดแขนเขาพร้อมแนะนำให้อีกฝ่ายรู้จัก เพื่อจะได้เลิกยุ่งกับหล่อนที่มีสามีเป็นตัวเป็นตนสักที
“มันเนี่ยเหรอที่น้องณิเลือก ทำไมไม่เป็นพี่ล่ะครับ พี่หล่อ พี่ดูดี มีสง่าราศีมากกว่ามันอีกนะ น้องณิช่วยมองสักนิดได้ไหม พี่รู้ว่าพี่เป็นดอกฟ้าอาจจะเอื้อมยากหน่อย แต่เพื่อน้องณิพี่สามารถโน้มลงมาได้เสมอนะครับ อย่าเอาไอ้หมาวัดเป็นคู่ชีวิตเลย พี่ดีกว่า...” คำพูดชวนงุนงงเป็นอย่างมาก
