บท
ตั้งค่า

๓ แสดงความเป็นเจ้าของ (๓)

“ตอนเป็นเด็กไม่รู้พี่จำได้หรือเปล่า ณิเคยหลงเข้ามาในห้องนี้แล้วหาทางออกไม่เจอ คนที่เข้ามาช่วยก็คือพี่ ไม่รู้ว่าตอนนั้นพี่รู้ได้ยังไงว่าณิอยู่ห้องนี้” ความซุกซนของณิรชาทำให้ติดอยู่ในห้องนี้ออกไปไหนไม่ได้ พยายามร้องตะโกนให้คนช่วยแต่เหมือนว่าห้องจะเก็บเสียงไม่มีใครได้ยินหล่อนเลย

กระทั่งพี่ชายคนสนิทตามหาหล่อนพบแล้วก็เป็นความลับของเราสองคน ไม่กล้าบอกพ่อแม่กลัวว่าท่านจะดุ ซึ่งรวิกานต์ยังเก็บเรื่องนี้เป็นความลับมาจนถึงทุกวันนี้ หรือบางทีเขาอาจลืมเลือนไปแล้วว่าหญิงสาวเคยติดอยู่ในห้องเก็บไวน์ เธอจึงช่วยรื้อฟื้นความทรงจำที่ทำให้ร่างสูงนิ่งไปครู่หนึ่ง ค่อยกระดกแก้วขึ้นดื่มจนหมด

“นั่นสิ...” เสียงของเราดูเบากว่าปกติ

หล่อนไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายเมาหรือเปล่า จึงได้ชะโงกหน้ามาสบดวงตาคมที่หวานกว่าปกติ ทั้งสองจ้องกันนิ่งโดยระยะห่างของเราเริ่มสั้นลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนของสามีที่เป่ารดใบหน้าตัวเอง

“พี่รวิ...เมาหรือยัง” สมองของหล่อนขาวโพลนเช่นเดียวกับเขาที่สายตาไล่ไปตามกรอบหน้าหวาน ไม่ว่าจะดวงตากลมสวย จมูกโด่งได้รูปรับกับริมฝีปากทรงกระจับที่ดูจิ้มลิ้มเข้ากับใบหน้าของหล่อนเสียเหลือเกิน

“ทำไม ถ้าเมาจะจูบพี่เหรอ” หล่อนรับรู้ว่าสายตาของเขาหยุดอยู่ตรงไหน หัวใจเต้นรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเมาไวน์หรือเมารักกันแน่ แต่ที่มั่นใจคือวันนี้เธอเตรียมตัวมาอย่างดีเพื่อพร้อมเสียตัวให้สามีแบบทั้งคืน

ต่อให้จะไม่ใช่เตียงนุ่มแต่เป็นพื้นแข็งก็ไม่หวั่น พร้อมรับทุกสถานการณ์อยู่แล้ว

“ค่ะ ได้ไหม” พูดจบก็ถูกเขาดึงเข้ามานั่งตักพร้อมปิดปากหล่อนด้วยริมฝีปากของตนในทันที ส่วนหล่อนก็ไม่ได้เก้อเขินเลยสักนิด จัดการท่านั่งของตัวเองให้แนบชิดกับเขามากกว่าเดิม ประคองดวงหน้าคมแล้วบดเบียดริมฝีปากเพื่อชิมความหวานของไวน์จากปากเขาเช่นเดียวกัน

“อื้อ” เสียงครางดังในลำคอไม่รู้ว่าเป็นเสียงใคร แต่ตอนนี้พวกเขาไม่คิดจะห่างกันและมันเป็นเพียงการเริ่มต้นของความสัมพันธ์ยามราตรีที่แสนยาวไกล

“พี่เองก็คงเมาเหมือนกัน” ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกเมื่อรู้ว่าหล่อนเริ่มหายใจไม่ทัน บอกถึงเหตุผลของการคล้อยตามโดยโทษแอลกอฮอล์เป็นหลัก ณิรชาได้ยินอย่างนั้นก็กลั้วหัวเราะแล้วโน้มใบหน้าเข้ามาจูบเขาเหมือนเดิม

เสียงครวญครางดังไปทั่วห้องไม่ต้องปิดบังแต่อย่างใดเพราะห้องแห่งนี้เก็บเสียงได้ ต่างปลดปล่อยความต้องการไปตามอารมณ์ จนจำเวลาไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเดินออกมาจากห้องเก็บไวน์เมื่อไหร่...

ยอมรับเลยว่าหล่อนนอนไม่หลับเพราะหวังจะตื่นขึ้นมาเพื่อเห็นหน้าเขาในเช้าวันใหม่ คืนเข้าหอนอนจมกองน้ำตา จึงคิดเสียว่าเมื่อคืนเป็นการเข้าหอครั้งแรกของเรา แล้ววันนี้จึงเป็นเช้าแรกที่จะได้ตื่นเห็นหน้าชายหนุ่ม แม้ว่าจะนอนร่วมเตียงทุกคืนแต่เขาก็มักจะหันหลังให้เธอแล้วลุกก่อนเสมอ

เช้ามาจึงไม่เห็นสามีบนเตียง...

แต่วันนี้ไม่เหมือนที่ผ่านมา หล่อนนอนกอดเขาไว้แน่นทั้งยังเอาขาพาดเอวสอบไว้อีก แม้เขาจะขยับเพียงนิดเดียวหล่อนก็รู้ตัวอย่างเช่นตอนนี้ที่รับรู้ว่าสามีพยายามเอาขาของหล่อนออกจากเอว จึงเปิดเปลือกตาพร้อมทักทายเขา

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” รอยยิ้มแสนหวานถูกส่งให้รวิกานต์ เขาไม่ได้พูดอะไรนอกจากขยับออกห่างหล่อนแล้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่อไปชำระร่างกาย มือหนายีหัวตัวเองพลางตกอกชกลมเพราะเคลิ้มไปกับบรรยากาศและไวน์ทำให้เรื่องราวเป็นไปในทางที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด

แต่ก็ต้องยอมรับว่าเมื่อคืนมีความสุขเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะการเคลื่อนไหว เสียงหวานที่เปล่งออกมา หรือการสัมผัสของเราสองคน ทำให้เขาเคลิบเคลิ้มเหมือนอยู่บนห้วงสวรรค์ที่ไม่อยากให้เท้าแตะพื้นเลยด้วยซ้ำ

ถ้าเรื่องของเราเริ่มต้นดีกว่านี้ก็คงจะดี...

ใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าปกติจึงได้ออกมาสวมเสื้อผ้า ก่อนพบภรรยาเปลี่ยนชุดแต่งหน้าทำผมเรียบร้อยแล้วในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ เธอกลายร่างเป็นคุณหนูผู้แสนเรียบร้อยต่างจากเสือสาวที่ร้อนแรงยาวค่ำคืน

พรูลมหายใจเสียงเบาเมื่อไม่อาจสลัดภาพเมื่อคืนออกได้ ยิ่งไม่อยากคิดภาพก็ยิ่งชัดเจนจนนึกหงุดหงิดตัวเอง จำต้องตีหน้าขรึมแม้ว่าอีกฝ่ายจะยิ้มหวานให้แค่ไหนก็ตาม

“พ่อกับแม่น่าจะรอกินข้าวข้างล่าง เราลงไปพร้อมกันเลยไหมคะ” จังหวะที่เขาเข้าไปอาบน้ำเธอก็เข้าไปใช้ห้องน้ำข้างห้องแล้วรีบกลับมาแต่งตัวแต่งหน้าด้วยเวลาที่เร็วสุด เพื่อสร้างความประทับใจแก่ชายหนุ่ม ก่อนจะเห็นถึงร่องรอยหวั่นไหวในแววตาคู่นั้น จนหญิงสาวตัวแทบลอยเมื่อคิดว่าชายหนุ่มกำลังตกหลุมรักตัวเอง

ขอให้เป็นดั่งที่คาดหวังด้วยเถอะ...

“ครับ” พูดจบก็โดนเธอจับมือแล้วลากลงไปข้างล่างทันที เขาเผลอลดสายตามามองมือของเธอที่กุมมือตนเอาไว้

ทั้งที่มือของหญิงสาวเล็กกว่าตนเป็นเท่าตัว แต่ทำไมมันถึงได้อบอุ่นในใจนักนะ...

ลงมาถึงข้างล่างก่อนจะเดินไปยังห้องรับประทานอาหารที่บุพการีนั่งรอก็ต้องเจอกับสายตาคมดุของพ่อตาที่จ้องมายังมือของพวกเขาที่จับกันไม่ลดละ แม้ณิรชาจะแต่งงานแล้วก็ไม่วายถูกพ่อหวงเหมือนเดิมแม้กับเขาที่เป็นสามีก็ตาม

หล่อนยอมปล่อยมือเขาแล้วเดินมานั่งเก้าอี้ว่างตรงข้ามกับบิดา แล้วตบเก้าอี้ข้างกายให้รวิกานต์นั่งลงพร้อมยิ้มหวานให้เขา คนมองพลันใจอ่อนยวบแล้วเดินมานั่งลงข้างกันทันที ภาพแสนธรรมดาแต่ทำให้คุณเอมไอรินแอบอมยิ้ม รับรู้ถึงความสุขของลูกสาวที่แผ่ล้นออกมา

“มากันแล้ว แม่ทำอาหารไว้เยอะเลย เห็นน้องบอกว่ารวิชอบกินข้าวต้มปลาแม่เลยทำไว้ให้ มีกระเทียมเจียวด้วยนะ ตักใส่ได้เลยนะลูก” อาหารตรงหน้าทำเพื่อลูกเขยโดยเฉพาะเนื่องจากเมื่อวานไม่ได้ทำของโปรดเขา วันนี้จึงตื่นเช้าเข้าครัวเพื่อทำข้าวต้มปลาให้อีกฝ่าย ทำเอาสามีไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่แต่พูดอะไรไม่ได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel