๓ แสดงความเป็นเจ้าของ (๒)
จับมือเขาแล้วลงมายืนอย่างมั่นคง มองบุพการีที่เดินออกมาต้อนรับ พร้อมกับเสียงของคุณเอมไอรินที่บอกกับสามี ทำให้ชายวัยกลางคนต้องเดินออกมาหาลูกสาวที่เพิ่งเจอหน้ากันไม่กี่วันก่อน
“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่” ร่างสูงยกมือไหว้พ่อตาแม่ยายแล้วยิ้มให้พวกท่านปิดบังความตื่นเต้นในใจ แต่รอยยิ้มก็ต้องเลือนหายเมื่อเจอประโยคของคุณไตรเตชินที่ฟังอย่างไรก็แสดงออกถึงความไม่ชอบลูกเขยเลยสักนิด
“คุณเคินอะไร เป็นผู้รากมากดีมาจากไหน” สบตากับผู้ชายที่เป็นลูกเขยอย่างไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ ลูกสาวน่าจะหาสามีที่ทำสวนทำไร่เป็นสักหน่อย เอาพวกนั่งในห้องแอร์มาทำไมก็ไม่รู้ นึกค้านแต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว
ซึ่งความจริงต่อให้เป็นคนทำงานไร่เหมือนกันท่านก็ไม่ชอบอยู่ดี ตามประสาคนหวงลูกสาวจนภรรยาต้องรีบปรามเสียงดัง
“พ่อ!” ส่งสายตาดุจนเจ้าของไร่ต้องเงียบ แล้วหันมองรวิกานต์ที่ส่งยิ้มให้เหมือนเดิมแต่เพิ่มความเกรงกลัวในแววตา ก่อนนึกขึ้นได้ว่ามีของจะให้คุณเอมไอรินถึงรีบยื่นของขวัญไปตรงหน้าเจ้าของวันเกิดอย่างรวดเร็ว โดยมีณิรชายืนอยู่ข้างกายคอยประกบไม่ให้พ่อหาเรื่องสามีตัวเอง
“สวัสดีครับพ่อแม่ สุขสันต์วันเกิดนะครับ ผมเตรียมของขวัญมาให้ด้วย” ยกมือไหว้แล้วเปลี่ยนคำเรียกด้วยการตัดคุณออก ก่อนมอบของขวัญให้คุณเอมไอรินแต่กลับโดนพ่อตาสวนอย่างรวดเร็ว ทำเอาเขายิ้มเก้ออีกครั้ง
“เอาของขวัญให้เมียคนอื่นถามผัวเขาหรือยัง” ลูกสาวถึงกับกุมขมับ ในขณะที่คนเป็นภรรยาต้องรีบเข้ามาหยิกสามีพร้อมเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ความหวงลูกสาวไม่มีใครเกินคุณไตรเตชินหรอก ตั้งแต่เด็กยันโตไม่เคยลดลงเลยสักนิด ยังดีที่ยอมให้ลูกออกเรือน ไม่อย่างนั้นกลัวว่าหญิงสาวจะขึ้นคานจนแก่น่ะสิ
“พ่อ แม่จะไล่ออกจากบ้านแล้วนะ” เหมือนรู้ว่าภัยอาจมาถึงตัวเองจึงรีบเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว หันไปพูดกับภรรยาแล้วรีบเข้าไปแทรกระหว่างคู่รักข้าวใหม่ปลามัน โอบไหล่ลูกสาวเพื่อพาเดินเข้าไปรับประทานอาหารในบ้านแม้ว่าหล่อนจะเพิ่งกินข้าวเช้ามาก็ตาม
“ล้อเล่นน่าแม่ เดินทางเหนื่อยๆ เข้ามาดื่มน้ำก่อนสิ พ่อเตรียมของชอบลูกเอาไว้ให้เยอะแยะเลยนะ” หล่อนไม่มีสิทธิ์หันมามองรวิกานต์ด้วยซ้ำเพราะถูกบิดาโอบไหล่แล้วล็อคแน่นพาเข้ามาในบ้านเสียก่อน
วันนั้นทั้งวันคุณไตรเตชินทำตัวติดลูกสาว ขนาดตอนเย็นที่จัดเลี้ยงฉลองงานวันเกิดของนายหญิงแห่งไร่ยังให้ณิรชานั่งข้างตนเลย แยกคู่รักข้าวใหม่ปลามันออกห่างจากกัน จนกระทั่งงานเลี้ยงเลิกราจึงได้ปล่อยให้ลูกสาวกลับห้องนอนด้วยความไม่เต็มใจเท่าไหร่
ไม่รู้ว่าลูกของตนจะถูกรังแกหรือเปล่า แต่จะห้ามก็ไม่ได้เมื่อรวิกานต์มีคุณเอมไอรินคอยให้ท้ายตลอด ไม่รู้จะชอบลูกเขยอะไรขนาดนั้น...
ร่างแบบบางอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นชุดนอนสีขาวผ้าซาตินแขนระบาย ความบางของผ้าทำให้แทบจะมองทะลุเห็นเรือนร่างทุกสัดส่วนโดยที่เธอไม่ได้สวมชั้นในปกปิด ชินกับการสวมแค่ชุดนอนไปแล้ว โดยไม่เขินอายยามอยู่กับสามีในห้องเพียงลำพัง ยอมรับว่าอยากอ่อยให้เขาตบะแตกบ้าง เพราะตั้งแต่วันนั้นชายหนุ่มก็ไม่ยอมแตะต้องตนอีกเลย
ความมั่นใจเริ่มหดหายจึงคิดว่าวันนี้จะต้องทำให้สามีหันมามองกันบ้าง อาบน้ำแต่งตัวหอมไปทั่วกาย เพียงแค่ย่างเท้าเข้าใกล้ก็ทำให้คนที่อาบน้ำเสร็จแล้วมานั่งดูโทรศัพท์เหลียวมอง กลิ่นหอมจนเขารู้สึกเหมือนได้เดินในสวนดอกไม้ เป็นความหอมหวานที่กำลังพอดีไม่ฉุนจมูกจนเกินไป เผลอมองหล่อนก่อนขมวดคิ้วยามเห็นชุดที่ภรรยาสวม
“พี่รวิ”
“ไม่หนาวหรือไง” ชุดนอนตัวบางที่มองแล้วก็พลันเลือดสูบฉีดบนใบหน้าจนต้องผินหน้าหนีทันที
คิดจะยั่วกันหรือไงถึงสวมชุดที่เห็นถึงไหนต่อไหน ทรวงอกกลมกลึงกับปทุมถันซึ่งดันชุดนอนอย่างชัดเจนทำให้รวิกานต์เริ่มหายใจติดขัด ยิ่งเธอเข้ามาใกล้ก็พยายามหันหนีไปทางอื่นเหมือนไม่สนใจ
ไม่ชอบความรู้สึกของตัวเองตอนนี้เอาเสียเลย...เหมือนกำลังมัวเมาในรสชาติแสนหวานทั้งที่ยังไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องด้วยซ้ำ
“ไม่หนาว ชินแล้ว...เดี๋ยวพาไปดูของดี” มือเรียวคว้าชุดคลุมผ้าซาตินมาสวมแล้วรีบจูงมือสามีให้ลงมาข้างล่าง คิดว่าบุพการีน่าจะหลับแล้วจึงใช้โอกาสนี้เพื่อจะได้อยู่กับชายหนุ่มสองคนแล้วรำลึกความหลังด้วยกัน
“อะไร” ยอมเดินตามเธอเหมือนคนไม่มีแรงทั้งที่จะขัดขืนก็ได้เพียงแต่เขาไม่ทำ
“ห้องไวน์ไงคะ” พูดจบก็เดินมาถึงห้องลับด้านหลังที่ด้านหน้าเต็มไปด้วยต้นไม้ล้อมรอบทั้งยังพุ่มไม้ที่สูงเพียงเข่า มองดูเหมือนห้องเก็บของมากกว่าจะไว้ใช้เก็บไวน์ แต่พอเธอเปิดเข้าไปข้างในความทรงจำวันวานก็หลั่งไหลเข้ามาทันที
เปิดเข้ามาข้างในจะเป็นห้องเก็บของที่ดูเป็นระเบียบ ก่อนจะมองเห็นประตูอีกบานที่คล้ายประตูหลังแต่ความจริงเปิดเข้าไปเป็นอีกห้องที่ถูกซุกซ่อนไว้อย่างดี หล่อนรีบพาเขามาข้างในแล้วพบกับไวน์นับร้อยขวดที่ถูกจัดเรียงอย่างสวยงาม ไม่มาห้องนี้นานจนแทบจะลืมเลือนไปแล้วว่าตนเคยเข้ามาเมื่อไหร่
ตั้งแต่ช่วงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นด้วยซ้ำ...
เธอปล่อยมือเขาจนดวงตาคมเผลอมองตามด้วยความเสียดาย ก่อนรีบดึงสติตัวเองกลับมาให้เร็วที่สุด ละสายตาจากภรรยาหันมองสิ่งน่าสนใจรอบข้างที่ชวนคอแห้งเสียเหลือเกิน
“ต้องลองขวดที่พ่อเก็บไว้หลายปี...ส่วนมากเป็นที่พ่อสะสมนะคะ ขวดไหนขายจะอยู่โรงบ่ม” ภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างยิ่ง หล่อนเข้ามาห้องนี้หลายครั้งเพื่อขโมยไวน์ไปดื่มโดยที่ท่านไม่เคยจำได้เลย หัวขโมยจึงยิ่งได้ใจเข้ามาเอาไปดื่มบ่อยครั้ง ยิ่งช่วงอกหักจากเขาเธอดื่มไปเยอะแค่ไหนก็จำไม่ได้ รู้เพียงมีกลิ่นละมุดตามตัวจนต้องรีบอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเร่งด่วนก่อนถูกจับได้
“ทั้งหมดคือพ่อเอาไว้ดื่มเองเหรอ” นึกทึ่งเหมือนกันเพราะมันค่อนข้างเยอะพอสมควร ถ้าหายไปสักขวดท่านก็คงไม่ทราบด้วยซ้ำ
“ค่ะ ดื่มเองหมดเลย” พูดจบก็เดินไปหยิบไวน์ชั้นดีหมักมานานหลายสิบปีรินใส่แก้วทรงยาวก่อนยื่นให้สามี เขาจำต้องรับมาดื่มเพื่อชิมรสชาติ ก่อนพบว่าหวานอร่อยละมุนลิ้นเป็นอย่างมาก แววตาเปล่งประกายแล้วจิบจนหมดแก้ว
“อร่อยไหม” ความจริงไม่ต้องถามก็พอจะทราบ แต่หล่อนก็อยากได้ยินจากปากเขามากกว่า
“อือ หวานดี” จากแค่คิดจะชิมแก้วเดียวกลับกลายเป็นว่ายกไม่หยุด เธอเองก็รินให้เขาแล้วจับจูงมืออีกฝ่ายมานั่งลงตรงพื้นที่ปูด้วยพรมทรงค่อนข้างสะอาดเพราะหล่อนเพิ่งซื้อมาเปลี่ยนให้ท่านเมื่อสัปดาห์ก่อน
คนตัวเล็กกว่าหยิบไวน์ขวดใหม่มาเปิดพร้อมยื่นไปตรงหน้าสามี แย้มยิ้มให้เขาอย่างเป็นกันเองพร้อมขยับเข้าไปใกล้ อากาศเริ่มร้อนจนเลือกจะถอดชุดคลุมของตัวเองออก ค่อยพูดเรื่องครั้งยังเด็กให้เขาฟังแล้วคิดภาพตาม
