๒ ละครที่แนบเนียน (๓)
ปัง!
เสียงดังจากทางด้านหลังทำให้ทุกคนสะดุ้งสุดตัวแล้วหันไปมอง พบเจ้าของไร่กำลังถือปืนยาวแล้วหันปลายกระบอกปืนมายังชายที่เข้าใกล้ลูกสาวของตัวเอง ทำให้เวทย์วินธาต้องรีบขยับออกห่างพร้อมยกมือไหว้ท่านด้วยความนอบน้อม แทบจะก้มลงกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ด้วยซ้ำ
“ว้าก สวัสดีครับคุณพ่อตา” เป็นคำเรียกเดิมที่ใช้ตลอดแม้ว่าคุณไตรเตชินจะไม่เคยยอมรับเลยก็ตาม เจ้าตัวก็ยังขยันเรียกจนท่านนึกโมโหกลัวลูกสาวเอาอีกฝ่ายมาเป็นลูกเขยอยู่เหมือนกัน ยังดีที่ความกลัวไม่มีทางเป็นจริงได้
“พ่อตาอะไร กูมีลูกเขยแล้วแน่นอนว่าไม่ใช่มึง” ตอกย้ำความจริงที่ทำให้ชายหนุ่มต้องน้ำตาคลอ หันมาหาสาวสวยผู้เป็นหนึ่งเดียวในใจก่อนถามเสียงสั่นเครือ
“น้องณิแต่งงานแล้วจริงหรือครับ ทำไมคุณอาไตรไม่ยอมยกน้องให้ผม...” พูดกับหล่อนจบก็หันไปถามคนที่ถือปืน แต่กลับต้องสะดุ้งเพราะท่านเตรียมจะลั่นไกมาที่ตน เอ่ยเสียงหนักฟังชัดเจนจนชายหนุ่มยกมือขึ้นปิดหูพลางส่ายหน้าไปมาไม่อาจยอมรับได้
“เพราะมึงไม่คู่ควร ไม่เหมาะสม ต่อจากนี้ก็อย่ามายุ่งกับลูกสาวกูอีก ไม่งั้นได้กินลูกซองแทนลูกตาลที่มึงถืออยู่แน่” เจ้าตัวก้มมองลูกตาลที่ถือมาเป็นของฝากจากสวนที่บ้านของตน ลืมไปเสียสนิทแต่จะให้หยิบมายื่นตอนนี้ก็ไร้เรี่ยวแรงจึงทรุดกายนั่งลงบนพื้น
“ฮือ ไม่ ไม่จริงงงงงง” หล่อนเห็นอาการร่างสูงก็ส่ายหน้าระอา รีบหันไปยกมือไหว้บุพการีแล้วรีบกลับบ้านทันที
“ณิกลับก่อนนะคะพ่อ”
“เดินทางปลอดภัยลูก” ขึ้นรถคันหรูโดยมีคนขับคอยเปิดปิดประตูให้ ก่อนพาหนะคันใหญ่จะแล่นออกจากไร่มีสายตาของคนอกหักมองตาม ตะโกนลั่นไร่ก่อนเสียงรอบข้างจะเงียบลง
“น้องณิ น้องณิของพี่เวทย์ ม่ายยยยยยยยยยยย” ไม่มีใครเหลียวแลเขาจนชายหนุ่มต้องรีบเช็ดน้ำตา พาตัวเองออกจากไร่พร้อมของฝากที่อุตส่าห์นำไปให้แต่กลับไม่ถึงมือคนของใจ
เธอแต่งงานแล้วโดยเจ้าบ่าวไม่ใช่เขา...มันเป็นไปได้อย่าง!
ชีวิตรักดูจะจืดชืดเกินไปสำหรับการแต่งงานห้าเดือนที่ผ่านมา เธอจึงคิดวิธีเพื่อจะได้หวานกับสามีบ้างแม้เขาจะกลับค่ำแทบทุกวันก็ตาม
ไม่สิ...เรียกว่ากลับดึกน่าจะถูกกว่า
ไม่เที่ยงคืนมีหรือที่รวิกานต์จะถึงบ้าน ถ้าไม่ใช่เพราะมีนัดรับประทานอาหารกับครอบครัว เขาไม่มีทางกลับเร็วอย่างแน่นอน
“พี่ณิทำอะไร” เสียงของน้องสาวสามีดังขึ้น เธอจึงหันไปมองก่อนพบศศิกานต์ที่เดินเข้ามาทักทาย กลายเป็นแขกประจำของบ้านไปแล้วจนเธอนึกขอบคุณที่อีกฝ่ายมาพูดคุยเป็นเพื่อนไม่ให้เหงาเกินไป เลิกงานมาก็มักจะชวนกันทำกิจกรรมเล็กน้อยอย่างดูภาพยนตร์หรืออัพเดทเรื่องในแต่ละวัน
เธอเป็นลูกคนเดียวมาตลอด นึกอยากมีน้องเหมือนคนอื่นเขาบ้าง ตอนนี้ได้น้องสาวสมใจทั้งยังโตทันกันจนคล้ายจะเป็นเพื่อนเล่นเสียมากกว่า
“ห่อของขวัญ” ติดเทปใสเสร็จสิ้นก็อวดของขวัญชิ้นพิเศษจนศศิกานต์ต้องย้อนคิดว่าเป็นวันเกิดพี่ชายหรือเปล่า
ปกติมารดาจะเรียกพี่ชายไปใส่บาตรเช้าไม่ใช่หรือ...
“ของขวัญอะไรคะ วันนี้วันเกิดใครอ่ะ” ไม่ใช่วันเกิดของรวิกานต์อย่างแน่นอน ฉะนั้นน่าจะเป็นของเพื่อนจึงได้ถามด้วยความอยากรู้
“วันที่พี่เกิดอยากจะให้ของขวัญสามีตัวเองน่ะสิ” เพราะไม่ค่อยมีความหวานให้กันเท่าไหร่จึงต้องเติมความหวานสักหน่อย พูดจบก็ยิ้มกว้างจนคนมองยิ้มตาม มีความสุขไปกับอีกฝ่ายด้วยแต่ก็อดไม่ได้ที่จะหยอกเย้าพอให้แก้มนวลขึ้นสีแดงระเรื่อชวนมอง
“หือ...แค่พี่ณิห่อตัวเองเป็นของขวัญ ศศิคิดว่าพี่รวิก็ดีใจแล้ว” ทำตาหวานใส่พี่สะใภ้จนเธอเขินม้วนไปไม่เป็น ต้องรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่จะโดนล้อมากกว่านี้ เหมือนทุกคนจะรู้ว่าหล่อนรักสามีมากแค่ไหน ต่างจากเขาที่เธอแทบไม่รู้อะไรเลย
รักกันบ้างไหมนะ...
“เลิกงานเร็วจังเลยวันนี้” ถามศศิกานต์เพื่อหลีกหนีให้พ้นเรื่องตัวเอง แล้วอีกฝ่ายก็คล้อยตามเร็วมาก
“อู้ไงคะ เป็นลูกสาวคนเดียวที่พ่อแม่รักก็แบบนี้แหละ ทำงานเช้าชามเย็นชามได้” งานในหน้าที่เสร็จแล้วก็ไม่รู้จะต้องนั่งอยู่ทำไม สู้กลับบ้านมาอ้อนมารดาแล้วเล่นกับพี่สะใภ้สนุกกว่าเยอะเลย ไม่อย่างนั้นก็เดินไปบ้านอาสองเล่นกับสุนัขของอีกฝ่าย หรือไปบ้านอาคนเล็กแต่ตอนนี้คุณอาไปเมืองหลวงกับสามีและลูกๆ ที่อายุไล่เลี่ยกับหล่อน
ทำให้เพื่อนเพียงคนเดียวในบ้านมีแค่ณิรชาเท่านั้น
“ระดับคุณหนูศศิกานต์จบบริหารเกียรตินิยมเหรียญทองจากมหา’ลัยชั้นนำระดับประเทศไม่น่าจะเรียกเช้าชามเย็นชามได้นะคะ” เย้าหยอกอีกฝ่ายทำให้น้องสาวยกมือปิดคล้ายเขินอายแต่ค่อนข้างภูมิใจกับการเรียนของตัวเองพอสมควร
เสียงข้อความดังขึ้นทำให้ตอนแรกจะพูดคุยกับพี่สะใภ้ก็ต้องพับเก็บไปก่อน รอยยิ้มแต้มมุมปากแววตาเป็นประกายมีความสุข รีบลุกจากโซฟาอย่างรวดเร็วจนอีกคนตามไม่ทัน นึกงุนงงกับความรวดเร็วของน้องสาว
“พี่ณิอ่ะ...ขอตัวก่อนนะคะ”
“ไปไหน ข้อความเข้าก็รีบออกไปเลยนะ” อดไม่ได้ที่จะเอ่ยล้อ เจ้าตัวก็ยิ้มแก้มปริยอมรับอย่างภาคภูมิใจ
“ก็คนมันมีแฟนนี่น่า ช่วยไม่ได้นะคะที่ศศิต้องรีบไปหาแฟน” บิดาเพิ่งอนุญาตให้มีแฟนเมื่อไม่นานจึงคบกับชายหนุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาหลายปี ขยับสถานะให้หัวใจกระชุ่มกระชวย ความจริงพ่อก็ไม่ค่อยอยากปล่อยแต่มีแม่คอยสนับสนุนตลอดจึงสามารถลงจากคานได้
บอกลากันก่อนที่เธอจะนำของขวัญไปวางไว้ยังห้องนั่งเล่นเพื่อเขาจะได้เห็นเป็นคนแรก จากนั้นจึงขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสวมชุดสวยมารอสามีเหมือนทุกวัน แม้ไม่รู้ว่าเขาจะกลับมากี่โมงก็ตาม อย่างน้อยให้เขาได้เห็นเธอเป็นคนแรกยามกลับถึงบ้านก็พอใจแล้ว
