๒ ละครที่แนบเนียน (๑)
๒
ละครที่แนบเนียน
ดวงตากลมเหม่อมองไปยังปลาสีสันสวยงามที่ว่ายอยู่ในบ่อขนาดใหญ่ที่บิดาทำให้ภรรยาหรือก็คือแม่ของเธอโดยเฉพาะ ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นบ่อปลามาตั้งแต่บรรดาปลาในน้ำตัวเล็กจนตอนนี้ตัวใหญ่ราคาสูงไปแล้ว
เติบโตขึ้นพร้อมกับเธอ เหมือนเป็นเพื่อนที่พูดไม่ได้แต่คอยรับฟังตลอด พื้นที่ตรงนี้จึงเป็นความสุขของหล่อน อย่างเช่นตอนนี้ที่ตนเลือกนั่งปล่อยอารมณ์มองพวกมันว่ายไปมาอย่างไร้ทิศทาง สีสันสวยงามสร้างความจรรโลงใจแก่หญิงสาวเป็นอย่างมาก ค่อยพรูลมหายใจออกอย่างเชื่องช้าด้วยความหนักอก
ได้กอดทะเบียนสมรสแต่เหมือนจะยังไม่ได้ใจสามีสักที
เป็นการใช้ชีวิตไม่กี่เดือนที่เหนื่อยสำหรับหล่อนมากจนคิดอยากพอ ทว่ายังห่วงชื่อเสียงหน้าตาของตัวเอง แต่งงานไม่ถึงปีก็หย่าเสียแล้ว คนนอกจะมองตนอย่างไร
อีกทั้งความรู้สึกที่มีให้รวิกานต์ก็ยังเปี่ยมไปด้วยความรักจึงอยากขอลองดูสักตั้ง เขาจะไม่รักกันหน่อยเลยหรือ ในเมื่อใจของเธอมีเพียงเขาอยู่ในนั้นมาโดยตลอด อาจเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไปแต่ก็ต้องยอมรับว่าอดีตพี่ชายที่ผันตัวมาเป็นสามีคือความสุขของเธอ
แม้ว่าตอนนี้เขาจะเกลียดกันแล้วก็ตาม...
“ทำอะไรอยู่น่ะลูก” เสียงเรียกดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้หล่อนหันไปมอง พบมารดาที่เดินเข้ามาใกล้แล้วนั่งลงข้างกัน
ณิรชากลับบ้านเพราะต้องช่วยพนักงานจัดการเรื่องบัญชี พอทำงานเสร็จก็มานั่งพักผ่อนข้างบ่อปลาซึ่งตั้งอยู่หลังบ้าน นั่งคิดอะไรเพลินจนหลงลืมเวลาเสียด้วยซ้ำ แต่เห็นว่าท้องฟ้ายังแจ่มใสจึงไม่ยอมลุกไปไหนแม้ตอนนี้จะถึงเวลาเที่ยงที่แดดร้อนระอุก็ตาม เพราะตรงที่เธอนั่งมีหลังคาบังแดดแล้วยังมีต้นไม้อยู่ใกล้กันให้ความร่มรื่นเกือบทั้งวัน
“นั่งเล่นกับปลาค่ะ” คนเป็นแม่พอจะทราบเรื่องนั้น แต่ที่อยากรู้คือความในใจของลูกสาวมากกว่า อาบน้ำร้อนมาก่อนพอจะทราบถึงเรื่องอึดอัดใจซึ่งณิรชาไม่ยอมพูดออกมาสักที เก็บงำไว้คนเดียวจนตนต้องเป็นฝ่ายเข้ามาถาม
“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า บอกแม่ได้นะเดี๋ยวแม่เป็นที่ปรึกษาให้เอง ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่แค่ไหนแม่ก็ช่วยได้หมดเลย” แต่เล็กจนโตก็ได้แม่ที่คอยรับฟังเสมอ หล่อนไม่เคยมีความลับต่อท่านเลยสักครั้ง แม้แต่เรื่องหัวใจที่มอบให้รวิกานต์ก็เช่นกัน
ทว่าตอนนี้กลับปิดเรื่องคืนนั้นไม่ให้มารดาทราบว่าหล่อนเป็นฝ่ายเริ่มก่อน...แล้วยังคิดจะรวบรัดให้เขามาเป็นของตนอีก
ไม่กล้าจะเอ่ยออกไปเลยด้วยซ้ำ
“จริงเหรอคะ...แม่ช่วยได้หมดแน่นะ” หันมามองแล้วอมยิ้มกับคำพูดที่เคยใช้หลอกเธอให้คายความลับได้เสมอ คุณเอมไอรินมักเป็นผู้ฟังที่ดีแล้วยังเก็บความลับได้ยอดเยี่ยมไม่เคยหลุดถึงหูคนอื่นเลยสักครั้ง ทำให้ไว้ใจและเชื่อใจมารดามาโดยตลอด มีเรื่องอะไรก็สามารถบอกเล่าหรือปรึกษาได้
เธอเป็นลูกคนเดียวที่ได้รับความรักจากพ่อแม่อย่างเต็มที่ แล้วทำไมจึงยังโหยหาจากคนอื่นอีกล่ะ...
“ลองเล่ามาก่อนสิ” ขยับเข้ามาลูบศีรษะมนจนหญิงสาวที่อ่อนแออยู่แล้วน้ำตาคลอเบ้า โผเข้ากอดคนอายุมากกว่าแล้วระบายความอึดอัดใจของตัวเอง
“ความรักมันต้องพยายามมากแค่ไหนคะกว่าจะได้ใจเขา หรือเราต้องพยายามตลอดไป แล้วมันจะไม่มีวันที่เราหมดแรงเลยเหรอ” เหมือนวิ่งไปตามทางที่โรยด้วยหนามแหลม เจ็บจนเดินต่อไม่ไหวก็ยังดันทุรังจะไปข้างหน้า เลือดไหลเปรอะเปื้อนตามทางไม่สนใจ ขอเพียงแค่ได้รับความรักตอบกลับมาก็พอแล้ว
แต่มันต้องนานแค่ไหน หรือเธอต้องไล่ตามตลอดไปจนหมดลมหายใจอย่างนั้นหรือ...
ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวดเมื่อความจริงตอกย้ำว่าเขาไม่มีวันเหลียวแลเธอ นอนห้องเดียวกันแต่กลับเหมือนอยู่คนละโลก
“มีสิ มีวันที่เหนื่อย วันที่ท้อ วันที่เราอยากพอแต่ความรู้สึกมันดันบอกให้ไปต่อก็เลยลองดูสักตั้ง...แม่คิดว่าเราไม่ต้องพยายามหรอก ปล่อยใจ ปล่อยความรู้สึกให้ทำในสิ่งที่อยากทำดู แล้วถ้าวันหนึ่งมันเจ็บจนทนไม่ไหวแม่เชื่อว่าเราจะเดินออกมาเอง” กอดตอบลูกสาวแล้วลูบศีรษะมนเป็นการปลอบปะโลม เคยผ่านเหตุการณ์เดียวกันมาก่อนทำไมจะไม่รู้ เจ็บจนตัดสินใจพอกับความรักแล้วด้วยซ้ำ
แต่เขาก็ตามกลับมาจนอยู่ด้วยกันถึงทุกวัน พร้อมพยานรักอีกหนึ่งคนเพราะสามีไม่ใจกล้าพอจะให้ภรรยาท้องแล้วเผชิญความเจ็บปวดอีก
มีแค่คนเดียวก็พอแล้ว...
“ไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวเราหรอกว่ารับได้มากน้อยแค่ไหน...ไม่ไหวให้ถอยอย่าฝืน” บอกด้วยความหวังดีซึ่งหล่อนก็พยักหน้ารวดเร็ว คิดไว้เช่นนั้นเหมือนกันถ้าวันไหนไม่ไหวก็จะถอย ไม่อยากยื้อจนความรู้สึกพังทลาย เพราะถึงวันนั้นแม้แต่หน้าเขาหล่อนก็จะไม่มอง
“ค่ะ” ได้รับกำลังใจที่ดีทำให้เธอกลับมายิ้มได้อีกครั้ง ค่อยผละออกแล้วปาดน้ำตาที่คลอเบ้าจนปิดบังการมองเห็นออก ค่อยยิ้มให้ท่านสร้างความโล่งใจแก่คนมองเป็นอย่างมาก สังเกตตั้งแต่ลูกสาวเข้าบ้านแล้วว่ามีเรื่องในใจจึงปล่อยให้อยู่คนเดียวก่อนค่อยเข้ามาถามทีหลัง
“สมัยแม่ก็โดนมาเยอะเหมือนกัน” อดพูดเรื่องของตัวเองไม่ได้ทั้งที่แทบจะไม่พูดถึงสามีในทางไม่ดีให้ลูกฟังเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้คล้ายเจอคนเผชิญชะตากรรมเดียวกันจึงเป็นการพูดคุยคล้ายปรับทุกข์มากกว่า
“แต่พ่อดูรักแม่มากเลยนะ” เป็นสิ่งใหม่ที่หล่อนเพิ่งทราบจึงเลิกคิ้วเชิงสงสัย
“กว่าจะได้แบบนี้แม่ต้องเจ็บมาตั้งกี่ครั้ง เคยพูดว่าเกลียดต่อหน้าพ่อด้วยซ้ำเล่นเอาพ่อเขาถึงกับเหวอเลย” คิดถึงอดีตแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ สามีที่พูดคำว่าเกลียดใส่หน้ากันบ่อยครั้ง พอโดนพูดกลับเล่นเอาเขาถึงกับช็อค
แล้วหลังจากนั้นเหมือนเรื่องราวต่างๆ จะเปลี่ยนไป...จนถือกำเนิดลูกสาวแสนน่ารักมาเป็นแก้วตาดวงใจ
“คิดหน้าพ่อออกเลยค่ะ” หัวเราะเสียงสดใสยามคิดภาพตาม บรรยากาศรอบตัวณิรชาเริ่มดีขึ้น ก่อนคนที่ถูกเอ่ยถึงจะเดินมาพร้อมตรงเข้ากอดภรรยาในทันที หวานต่อหน้าลูกสาวเป็นปกติอยู่แล้วจนกลายเป็นความเคยชิน
