๑ ท้อแต่ไม่ถอย (๑)
๑
ท้อแต่ไม่ถอย
บ้านไทยร่วมสมัยซ่อนอยู่ท่ามกลางต้นไม้ร่มรื่นของพื้นที่หลายสิบไร่ในตัวจังหวัดชื่อดัง บนบ้านชั้นสองทำด้วยไม้สักอย่างดีที่มีอายุมาหลายสิบปี เรือนหลังนี้เคยสร้างเพื่อให้คนในครอบครัวมานั่งพักผ่อนเนื่องจากใกล้กับคลองขนาดเล็กซึ่งไหลตัดผ่านหลังบ้านพอดี แต่ทุกคนก็ยุ่งกับงานจึงไม่มีใครว่างมานั่งเล่นเลยสักคน นานเข้าก็กลายเป็นบ้านร้าง
บุตรชายคนเดียวของคุณธนนท์ปภพจึงสบโอกาสขอรีโนเวทบ้านแล้วเข้ามาพักอาศัยเป็นถิ่นของตัวเองซะเลย สถาปนิกจึงมาออกแบบพร้อมกับเพิ่มบางส่วนตามความต้องการเจ้าของบ้าน ชั้นล่างโบกด้วยปูนแล้วทาสีขาทาบทับ หน้าต่างที่ใช้ก็เป็นวัสดุไม้ให้เข้ากับด้านบน ฝั่งที่ติดกับลำคลองเลือกจะใช้เป็นประตูบานพับขนาดยาวแล้วส่วนด้านนอกเป็นระเบียงไม้เพื่อให้เห็นธรรมชาติสวยงามของบริเวณนั้น ทั้งยังสร้างบ่อปลาขนาดกลางแล้วนำปลาสีสันสวยงามมาลงไว้ชมคลายเครียด
แต่กลายเป็นว่าบ้านของเขาต้องเปลี่ยนมาเป็นเรือนหอเมื่อเกิดเรื่องราวมากมายขึ้นกับชายหนุ่มในเวลาไม่ถึงสามเดือนด้วยซ้ำ ชีวิตของเขาจึงเปลี่ยนไปตลอดกาลพร้อมสถานะที่จากคนมีแฟนกลายเป็นมีภรรยาเป็นตัวเป็นตน
นิ้วนางข้างซ้ายของเขาไม่ว่างอีกต่อไป ชายหนุ่มมีคนจับจองโดยที่เขาก็ยังไม่อยากเชื่อว่ามันคือเรื่องจริง
เพราะผู้หญิงที่ตนเข้าพิธีวิวาห์ด้วย ไม่ใช่แฟนสาวที่คบกันมาเกือบสองปีอย่างเพียงดาว
แต่เป็นน้องสาวที่เจอกันตั้งแต่หล่อนยังเล็ก...ณิรชา!
งานของหล่อนเสร็จเร็วกว่าเขาจึงรีบกลับบ้านเพื่อมาทำอาหารรอสามี ความจริงก็ไม่ได้ทำอะไรมากเพราะส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านที่ทำขึ้นโต๊ะ ส่วนเธอก็เข้าไปช่วยเล็กน้อยอย่างการล้างหรือหั่นซึ่งไม่ได้ยากเลยสักนิด
มารดาของหล่อนทำอาหารเก่งและอร่อย เธอจึงไม่ได้เข้าครัวเองเลยสักครั้ง คิดว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่เพราะอย่างไรก็มีแม่คอยทำให้ทาน หรือไม่อย่างนั้นก็เป็นหน้าที่ของแม่ครัวที่จัดอาหารขึ้นโต๊ะเสิร์ฟอยู่แล้ว กระทั่งตนเองแต่งงานแล้วอยากทำกับข้าวให้สามีทานบ้าง แต่รสมือของหล่อนเหมือนจะไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่จึงไม่กล้าปรุงให้เขากิน
อาหารบนโต๊ะเริ่มเย็นชืดจนต้องเก็บเข้าครัวเพื่อรออุ่นให้ร้อนยามเจ้าของบ้านมาถึง ห้องโถงกลางบ้านคือที่ประจำของหล่อนตลอดหลายคืนที่ผ่านมา ร่างบางสวมชุดนอนเป็นกระโปรงผ้าซาตินแขนตุ๊กตายาวกรอมเท้าให้ความรู้สึกเย็นสบายและสวมใส่ง่าย ดวงตากลมอ่านหนังสือนิยายสลับกับมองประตูทางเข้าบ่อยครั้ง
เสียงนาฬิกาเดินไปข้างหน้าบ่งบอกเวลาจะล่วงเข้าสู่วันใหม่แล้ว แต่เหมือนคนที่เธอรอจะยังไม่ยอมกลับมาสักทีจนนึกสงสัยว่าเขาไปไหนไม่ยอมกลับบ้านสักที
ไม่ใช่ไม่เคยถาม แต่คำตอบที่ได้รับทุกครั้งก็บอกว่าทำงาน...
งานอะไรทำดึกถึงเที่ยงคืนกัน!
“คุณณิขึ้นนอนไหมคะ เดี๋ยวหนูอยู่รอเองค่ะ” เสียงของเด็กสาวลูกของแม่บ้านเอ่ยขึ้น หล่อนหันมองอีกฝ่ายที่ตาแทบจะปิดด้วยความเอ็นดู ทั้งที่ตัวเองก็ง่วงแต่กลับนึกเป็นห่วงเจ้านายอยากให้เธอไปพักผ่อน ทว่าณิรชาไม่อาจหลับลงได้ถ้าสามียังไม่กลับบ้าน
เธอแต่งงานกับพี่ชายที่เคยเป็นคู่หมาย ข้ามขั้นตอนจากการเป็นแฟนมาเป็นภรรยาของเขา ได้สวมชุดแต่งงานโดยมีรวิกานต์เป็นเจ้าบ่าวยืนข้างกัน งานแต่งยิ่งใหญ่สมฐานะหลานคนโตของเฟื่องรัตน์ภักดี แขกเหรื่อที่มาก็เกือบพันคนเพราะบิดาของเจ้าสาวที่เป็นเจ้าของไร่เชิญคนงานมาร่วมแสดงความยินดีกับหล่อน เนื่องจากตกลงว่าจะจัดงานแค่วันเดียวที่โรงแรมเฟื่องรัตน์นคร
ทำให้ต้องร่ายรายชื่อแขกยาวกลัวจะตกหล่น โชคดีที่งานทุกอย่างออกมาไร้ที่ติโดยใช้เวลาในการจัดการทุกอย่างแค่สองเดือนเท่านั้น
“ไม่เป็นไร ยังไม่ดึกสักหน่อย อีกอย่างฉันก็ยังไม่ง่วงด้วย อ้อยง่วงก็ไปนอนเถอะเดี๋ยวฉันรอพี่รวิคนเดียวเอง” เอนกายพิงโซฟาแล้วอ่านหนังสือนิยายในมือต่อไป คนอายุน้อยกว่าเห็นอย่างนั้นก็เริ่มสองจิตสองใจเพราะหาวไปหลายรอบ คิดถึงหมอนนุ่มกับผ้าห่มอุ่นมากด้วย ทว่าไม่กล้าทิ้งเจ้านายคนสวยเอาไว้เพียงลำพัง
“แต่ว่า...”
“ไปนอนไป” รู้ดีว่าอีกฝ่ายคิดเช่นไรจึงย้ำอีกรอบ เจ้าตัวได้ยินอย่างนั้นก็ค่อยลุกจากพื้นเพื่อจะได้ไปนอนหลังสัปหงกไปหลายรอบ ไม่รู้ณิรชาอยู่รอสามีดึกดื่นได้อย่างไรทุกคืน เห็นแล้วรู้สึกเหนื่อยแทนเป็นอย่างมาก
แต่งงานกันมาเกือบสี่เดือน นับวันเวลาที่คุณรวิกานต์กลับบ้านแต่หัววันได้เลย หนึ่งสัปดาห์ไม่เกินสองครั้ง ส่วนวันหยุดก็ออกไปข้างนอกปล่อยภรรยาอยู่บ้านคนเดียวตลอด
ทำเหมือนคนไม่รักทั้งที่แต่งงานกัน...เธอไม่เข้าใจเอาเสียเลย
“หนูขอตัวก่อนนะคะ ฝันดีค่ะคุณณิ” พยักหน้ารับแล้วมองหญิงสาวที่วิ่งไปทางหลังบ้านเพื่อจะกลับห้องพักของตัวเอง
เรือนหอของพวกตนแยกออกจากบ้านใหญ่ ความจริงไม่ต้องมีแม่บ้านก็ได้แต่คุณธนนท์ปภพก็ยังจัดหาแม่บ้านสองคนให้มาคอยอยู่กับลูกสะใภ้ อาหารบางครั้งก็ขึ้นไปรับประทานที่ตึกใหญ่ซึ่งไม่ค่อยบ่อยเท่าไหร่นัก เพราะสามีไม่ว่างต้องทำงาน ส่วนเธอก็กินข้าวมาจากข้างนอกแล้ว ยกเว้นวันไหนอยากรับประทานอาหารพร้อมเขาจึงจะกลับมากินที่บ้านอย่างเช่นวันนี้เป็นต้น
แต่ชายหนุ่มก็กลับไม่เคยตรงเวลาเลยสักครั้ง มีเพียงหล่อนที่ต้องนั่งรอคอยเพียงคนเดียว
ไม่นานเสียงรถยนต์ก็ดังขึ้นก่อนจะเลี้ยวมาทางหน้าบ้านของหล่อน ไม่รอช้ารีบเก็บหนังสือเข้าตู้แล้วสวมชุดคลุมเพื่อไม่ให้ดูโป๊จะได้เดินไปรับสามีด้านหน้า ช่วงนี้ชายหนุ่มไม่ค่อยขับรถเองเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ให้คนรถเป็นคนขับไปส่งที่บริษัท
“พี่รวิเมาเหรอคะ” คนรถเดินอ้อมมาเปิดประตูทางด้านหลัง เพียงเท่านี้ก็ทราบว่าคนของตัวเองคงดื่มด่ำกับแอลกอฮอล์จนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงรีบไปช่วยประคองเขาลงมาจากรถพร้อมกลิ่นละมุดที่คลุ้งไปทั่วห้องโดยสาร
“ครับ ดื่มเยอะไปหน่อยเพราะเป็นงานเลี้ยง แต่ว่าน่าจะดื่มไม่ค่อยหนักเท่าไหร่ยังเดินได้ปกติแม้จะมีเซบ้างครับ” คนเมาลงจากรถได้ด้วยตัวเองแม้ว่าเธอจะพยายามเข้ามาประคองก็ถูกเขาสลัดออกทันที คนรถก็มองเจ้านายทั้งสองสลับกันพลางอธิบายให้ณิรชาฟังว่าชายหนุ่มดื่มไปพอสมควร
