ตอนที่ ๕ เขานอกใจฉันแล้ว
เมียแต่งไร้รักของคุณหมอ
ตอนที่ ๕
เขานอกใจฉันแล้ว
กว่าจะตกลงเจรจาข้อตกลงการร่วมงานเล่นเอาพิมพ์ชนกถึงกับหมดแรงเลยทีเดียว แต่ร่างบางก็ยังคงฝืนยิ้มอย่างสดใสให้กับลูกค้ารายใหญ่ของเธอ
"ขอบคุณมากนะคะคุณเทิดศักดิ์ที่เลือกการออกแบบของบริษัทเรา"
"ไม่เป็นไรๆ แล้วคุณรู้ไหมทำไมผมถึงเลือกร่วมงานกับคุณ"
"อาจเป็นเพราะคุณเทิดศักดิ์เป็นนักธุรกิจที่มองการไกลและมีวิสัยทัศน์ที่ดีเลยชอบฝีมือการออกแบบของบริษัทเราค่ะ"
"คุณพิมพ์นี่เป็นคนพูดจาดีนะครับ ผมขอถามหน่อยนะ คุณทำงานเป็นนักออกแบบที่นี่ ปีนึงคุณได้ค่าจ้างเท่าไหร่เหรอครับ" เทิดศักดิ์ถามอย่างตรงไปตรงมา มันดูเป็นการเสียมารยาทและทำให้บรรยากาศเริ่มกระอักกระอ่วน
"เอ่อ ก็พอใช้จ่ายได้ไม่ขัดสนนะคะ" พิมพ์ชนกตอบอย่างเกรงใจ นี่เขาไม่รู้เหรอว่าเธอเป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าของบริษัท
"เห้ย!! ไม่ได้สิ คุณทำงานหนักแทบตาย ทำงานปีนึงรายได้รวมก็ไม่กี่แสนเองนะ เอาแบบนี้ไหมคุณมาเป็นผู้หญิงของผม ผมจะซื้อคอนโดให้อยู่ ซื้อรถญี่ปุ่นดีๆให้คุณสักคัน ให้เงินเดือนคุณเดือนละห้าหมื่น ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่แต่งตัวสวยๆรอผมไปหาแล้วปรนนิบัติให้ผมพอใจก็พอ ว่ายังไงบ้างครับ ข้อเสนอที่ผมให้" เทิดศักดิ์เสนอข้อเสนออย่างตรงไปตรงมา ผู้หญิงตรงหน้าเขาสวยมากพอที่เขาจะทุ่มให้เธอมากกว่าผู้หญิงคนอื่นๆที่ผ่านมา อย่างน้อยก็สักปีนึงเขาก็จะเบื่อเธอไปเอง
"คุณเทิดศักดิ์คะ พิมพ์แต่งงานแล้วค่ะ" พิมพ์ชนกพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมเบี่ยงตัวหลบมือปลาหมึกของเทิดศักดิ์ที่พยายามลวนลามเธอตลอดเวลา
"ไม่เอาน่า แหวนแต่งงานคุณก็ไม่ได้ใส่ อีกอย่างผู้ชายที่คุณแต่งงานด้วยจะมีปัญญาให้เท่าผมเหรอ ผมไม่รังเกียจนะหากคุณจะผ่านผู้ชายมาบ้าง ไม่ถือสักนิด"
"คุณเทิดศักดิ์คะ สามีฉันให้เงินเดือนปีละสามล้านบาทค่ะ อีกอย่างเขายังหนุ่มยังแน่น คืนๆนึงเรามีอะไรกันไม่ต่ำกว่าสิบรอบ ดูจากอายุคุณเทิดศักดิ์แล้ว ไม่น่าจะมีแรงพอหรอกนะคะ" พิมพ์ชนกพยายามตอบอย่างสุภาพ
"เดือนละสามล้าน ถ้ากล้าให้ขนาดนั้นก็คงเป็นอภิมหาเศรษฐีแล้วล่ะ อย่าหลอกผมเลยน่าพิมพ์ชนก ขนาดแหวนวงเดียวเขายังไม่มีปัญญาซื้อให้คุณใส่ จะเอาปัญญาที่ไหนมาให้เงินเดือนคุณปีละสามล้านกัน" เทิดศักดิ์พูดพลางกลั้วหัวเราะ คิดว่าพิมพ์ชนกจะอัพราคาค่าตัวขึ้นอีก
"งั้นคุณลองเสนอมาสิ ว่าคุณอยากได้ค่าตัวเท่าไหร่" ยังไม่ยอมแพ้ พิมพ์ชนกถอนหายใจก่อนจะยืนยันด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง
"ฉันแต่งงานแล้วจริงค่ะคุณเทิดศักดิ์" ก่อนจะเปิดไฟล์รูปทะเบียนสมรสที่เธอแสกนไว้ในโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูให้ชายตรงหน้าดู ตอนเธอแสกนรูปไว้เธอยังอดขำตัวเองไม่ได้ว่าทำไปทำไมตอนนี้เธอรู้แล้ว อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ได้ใช้ประโยชน์จากมัน
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีของคุณนะคะ แต่ฉันไม่ต้องการค่ะ"
"คุณพิมพ์ คุณต้องคิดให้ดีนะ ความสาวความสวยของผู้หญิงมันอยู่ไม่กี่ปี มันก็เสื่อมสภาพ เสียราคา ตอนนี้ยังมีค่ามีราคาคุณควรจะขวนขวายหาประโยชน์จากมันนะ"
"อย่าว่าฉันเสียมารยาทเลยนะคะคุณเทิดศักดิ์ อายุแบบคุณคนอื่นเขาเข้าวัด สวดมนต์ทำสมาธิกันหมดแล้ว ไม่มีใครเขาฝักใฝ่ในกามเหมือนคุณแล้ว หรือจะพูดง่ายๆก็คือควรจะเจียมสังขารได้แล้ว อ้อ ลิฟท์มาแล้ว เชิญค่ะ ขออนุญาตส่งเท่านี้นะคะ" โชคดีที่ลิฟท์มาทันเวลา หากนานกว่านี้เธอคงได้กระโดดข่วนหน้าตาเฒ่าหัวงูนี่แน่ๆ
"คืนเดียวสิบรอบ" เสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้นก่อนที่พิมพ์ชนกจะทันหมุนตัวกลับด้วยซ้ำ ให้ตายสิธีรวัฒน์มักโผล่มาจังหวะนรกสำหรับเธอเสมอ
"คุณธีร์ คะ คะ คุณฟังผิดแล้วล่ะค่ะ"
"งั้นแสดงว่าคุณอยากได้คืนเดียวสิบรอบงั้นเหรอ?"
"มะ ไม่ใช่ค่ะ คุณจะสนใจเรื่องเล็กๆพวกนี้ทำไมกันคะ ว่าแต่คุณมาทำไมที่นี่คะ นัดกับคุณพ่อไว้เหรอ?"
"เปล่า ผมมารับคุณกลับบ้าน"
"อ้อ งั้นฉันไปเก็บของสักครู่นะคะ คุณลงไปรอด้านล่างเลยค่ะ ไม่เกินสิบนาทีฉันตามลงไป"
"โอเค แล้วคนนั้นคือใคร เขาดูทำคุณลำบากใจนะ มีอะไรให้ผมช่วยไหม?"
"ไม่เป็นไรค่ะ ก็แค่ลูกค้าเรื่องมากคนนึง ฉันจัดการได้ คุณลงไปรอด้านล่างก่อนเลยนะคะ แค่สิบนาทีเท่านั้นฉันจะรีบตามลงไป" ร่างบางรีบปลีกตัวออกจากตรงนั้นทันที เธอจะเอาหน้าที่ไหนไปสู้หน้าเขา ธีรวัฒน์ได้ยินที่เธอพูดกับเทิดศักดิ์มากน้อยแค่ไหนก็ไม่รู้ แต่การได้ยินเรื่องน่าอายแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิด
"รอนานไหมคะ?" พิมพ์ชนกพูดพลางคาดเข็มขัดนิรภัย
"เราเปิดเผยเรื่องของเราดีไหม?" บางทีพิมพ์ชนกก็อดคิดไม่ได้ เขาเคยฟังสิ่งที่เธอพูดบ้างไหน คำถามของเธอมักได้คำตอบเป็นการตั้งคำถามเสมอ และแน่นอนคนละเรื่องทุกครั้ง
"เปิดเผยเรื่องของเรา?"
"ก็จากที่คุณคุยกับลูกค้าของคุณ ขอโทษนะผมไม่ได้แอบฟัง แค่บังเอิญได้ยิน" บังเอิญได้ยินตั้งแต่ต้นจนจบเลยไหล่ะคุณธีรวัฒน์
"ทำไมคะ?"
"การที่เขาพูดจาแย่ๆกับคุณ ไม่ให้เกียรติคุณ มันทำให้ผมรู้สึกไม่ดี คุณเป็นภรรยาผม หากเขาปฏิบัติตัวไม่ดีกับคุณก็เหมือนทำกับผมเหมือนกัน เปิดเผยความสัมพันธ์ของเราอาจจะช่วยเรื่องงานของคุณได้นะ"
ที่แท้ ที่เขาอยากปกป้องก็แค่ผู้หญิงที่ห้อยป้ายสถานะภรรยาของเขาอยู่
"ไม่ต้องหรอกค่ะ"
"ทำไมล่ะ" ธีรวัฒน์ถามอย่างไม่เข้าใจ การเปิดตัวว่าเป็นภรรยาของเขามันไม่ดีตรงไหน
"ตอนที่ฉันเจอคุณครั้งแรก ฉันรู้ว่าคุณมีอำนาจและบารมีมากพอที่จะทำให้ทุกอย่างในชีวิตฉันง่ายขึ้น และแน่นอนว่าในอนาคตหลังจากเปิดเผยความสัมพันธ์ของเราแล้ว ไม่ว่าฉันจะพยายามทำงานหนักและตั้งใจแค่ไหนก็จะถูกมองว่าใช้เส้นสายของตระกูลคุณ สำหรับฉันมันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด ให้เป็นแบบนี้ดีแล้วค่ะ"
ธีรวัฒน์พยักหน้าอย่างเข้าใจ ถึงจะไม่เข้าใจความคิดบางอย่างของผู้หญิงที่นั่งข้างเขาตอนนี้ แต่อย่างนึงที่เขาเข้าใจได้ในตอนนี้คือ เธอเป็นผู้หญิงที่พึ่งพาตัวเองได้ดี มีความพยายาม และเคารพตัวเองมากพอที่จะไม่ยอมให้ใครมาหยามเกียรติหรือความสามารถ เอาเถอะ หากเธอยังไม่พร้อมตัวเขาเองก็รอได้
เหมือนเดิม เหมือนทุกวัน ทุกเช้าที่เธอตื่นขึ้นมาไม่เคยเจอธีรวัฒน์นอนอยู่ข้างกายเลยสักคนรั้ง ไม่ว่าคืนนั้นจะมีความสัมพันธ์ทางกายหรือไม่ เขากลับมานอนบ้านในทุกคืน และตื่นเช้ากว่าเธอเสมอ ในตอนแรกๆเธอรู้สึกอายเล็กน้อยที่ตื่นสายกว่าสามี แต่ตอนนี้กลับเป็นความเคยชินเสียแล้ว ร่างบางอาบน้ำแต่งตัว หวังว่าวันนี้เธอคงไม่ตื่นสายเกินไปจนไม่ทันร่วมทานอาหารเช้ากับเขาหรอกนะ
"วันหยุดยังต้องตื่นเวลาเดิมให้ตายสิ ฉันอยากนอนตื่นเที่ยง!!!" พิมพ์ชนกโวยวายกับตัวเองก่อนจะหอบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองให้เรียบร้อย
"คุณพิมพ์คะ คุณธีร์ให้ป้าเอาเสื้อกราวน์ไปส่งซักแห้ง ป้าไม่แน่ใจว่าใช่สองชุดนี้ไหม คุณพิมพ์ช่วยป้าดูหน่อยได้ไหมคะ"
พิมพ์ชนกพลิกเสื้อกราวน์ไปมา ก่อนจะพยักหน้า
"ใช่แล้วค่ะ"
"ขอบคุณค่ะ" ป้านวลยิ้มขอบคุณ ก่อนจะพับเสื้อเข้ากับแขน แต่กลับมีบางสิ่งหล่นจากกระเป๋าเสื้อสูทของเขา ลิปสติกแบรนด์หรู
"คุณธีร์รักคุณพิมพ์มากเลยนะคะ แต่ก่อนเขาไม่เคยเอาของผู้หญิงติดตัวเลย นี่ถึงกับแอบพกลิปสติกของคุณพิมพ์ไว้กับตัว น่ารักจริงๆ"
พิมพ์ชนกยื่นมือหยิบลิปสติกจากมือป้านวล ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ
"นี่ไม่ใช่...ลิปสติกของพิมพ์ค่ะ"
"เอ่อ..."
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะป้านวล อาจจะเป็นของที่เขาซื้อมาฝากพิมพ์ก็ได้ คงลืมไว้ในเสื้อ" พิมพ์ชนกฉุกคิดได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของคนสอง ควรคุยกันแค่สองคน ยิ่งคนรู้น้อยมากเท่าไหร่ยิ่งดีกับเธอและธีรวัฒน์
ธีรวัฒน์ เขานอกใจฉันแล้ว
