
บทย่อ
แต่งงานโดยไม่มีความรัก ใช้ชีวิตเหมือนคนแปลกหน้า แต่พอเธอเริ่มถอย เขากลับเป็นฝ่าย “ไม่ยอมปล่อย” “ข้อตกลงนี้…ผมไม่อนุญาตให้คุณยกเลิก”
ตอนที่ ๑ ข้อตกลงของคนไม่รัก
เมียแต่งไร้รักของคุณหมอ
ตอนที่ ๑
ข้อตกลงของคนไม่รัก
เสียงฝนตกกระทบกระจกหน้าต่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คล้ายกำลังนับเวลาถอยหลังให้กับการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตของ “พิมพ์ชนก”
เธอยืนนิ่งอยู่กลางห้องทำงานของตัวเอง ห้องที่เต็มไปด้วยแบบร่าง เฟอร์นิเจอร์จำลอง และแปลนโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จ ทุกอย่าง…กำลังจะหยุดลง
“บริษัทเราจะไม่รอด ถ้าไม่ได้เงินทุนก้อนนี้”
เสียงของพ่อยังคงก้องอยู่ในหัว มือเรียวกำแฟ้มเอกสารแน่น ก่อนจะค่อย ๆ คลายออกช้า ๆ เหมือนยอมรับความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ข้อเสนอแต่งงาน ไม่ใช่เพราะความรัก ไม่ใช่เพราะความต้องการ แต่เป็น “ทางรอด”
พิมพ์ชนกสูดลมหายใจลึก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะกดส่งข้อความสั้น ๆ
“ฉันตกลงค่ะ”
ปลายนิ้วเธอสั่นเล็กน้อยทั้งที่รู้ดีว่า หลังจากข้อความนี้ ชีวิตเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ในอีกฟากหนึ่งของเมือง แสงไฟสีขาวในห้องตรวจยังคงสว่างจ้าแม้จะล่วงเลยเวลาทำการไปแล้ว
“หมอธีร์ครับ เรื่องนัดดูตัว...”
“ผมตอบไปแล้ว”เสียงทุ้มเรียบนิ่งดังขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากแฟ้มคนไข้
“ผมจะแต่ง”
เลขาของคุณพ่อของเขาที่ยืนอยู่ชะงักไปเล็กน้อย
“…แน่ใจเหรอครับ”ปลายปากกาหยุดชั่วครู่ ก่อนจะถูกวางลงอย่างไม่ใส่อารมณ์
ธีรวัฒน์เอนหลังพิงเก้าอี้ สายตาเย็นชาจนอ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร
“ถ้าแต่งแล้วทุกคนเลิกวุ่นวายกับชีวิตผม…มันก็คุ้ม”
เขาไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร สวยหรือไม่ นิสัยยังไง เข้ากันได้หรือเปล่า ทั้งหมดนั้น…ไม่สำคัญเพราะสำหรับเขา การแต่งงานครั้งนี้ก็แค่ “ข้อตกลง”
สองสัปดาห์ต่อมา
ห้องรับรองของโรงแรมหรูถูกจัดเตรียมอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความเป็นทางการ พิมพ์ชนกนั่งตัวตรง มือวางบนตักอย่างสงบ แม้ในใจจะตึงเครียด เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังเข้ามา เธอเงยหน้าขึ้นและสบตากับชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้ม เขาสูง โปร่ง บุคลิกนิ่งเรียบ ดวงตาคมลึกที่มองมาเหมือนไม่มีอะไรสั่นคลอนเขาได้ นี่สินะ…ว่าที่สามีของเธอ
“สวัสดีครับ ผมธีร์ ธีรวัฒน์”เสียงของเขาสุภาพ แต่ห่างเหินพิมพ์ชนกยิ้มบาง ๆ
“พิมพ์ชนกค่ะ เรียกพิมพ์เฉยๆก็ได้ค่ะ”ความเงียบแทรกอยู่ระหว่างคนสองคนที่กำลังจะใช้ชีวิตร่วมกันโดยไม่มีความรักเป็นจุดเริ่มต้น
ธีรวัฒน์มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ไม่ใช่สายตาชื่นชม ไม่ใช่สายตาสนใจ แต่เป็นสายตาของคนที่ “ประเมิน”
“คุณรู้ใช่ไหมว่าการแต่งงานครั้งนี้คืออะไร”คำถามตรงไปตรงมา พิมพ์ชนกพยักหน้า
“ข้อตกลงค่ะ”
“ดี”
เขาตอบสั้น ๆ
“งั้นผมขอพูดตรง ๆ เลยนะ ผมไม่มีเวลาเล่นบทสามีภรรยาหวาน ๆ คุณอยู่ในชีวิตผมได้ แต่ต้องไม่วุ่นวาย”
คำพูดนั้นเย็นพอ ๆ กับสายตาเขา แต่พิมพ์ชนกไม่ได้แสดงอาการอะไร เธอเพียงแค่สบตากลับอย่างนิ่งสงบ
“ฉันก็ไม่ได้ต้องการอะไรแบบนั้นเหมือนกันค่ะ”ครั้งแรก…ที่แววตาของธีรวัฒน์ไหวเล็กน้อย
“ดี”เขาพูดซ้ำอีกครั้งเหมือนพอใจหรืออาจจะ…แปลกใจ
“งั้นเราคงไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก”
พิมพ์ชนกยิ้มบางๆก่อนจะตอบเสียงเรียบ
“นั่นแหละค่ะ…ดีที่สุดแล้ว”
คนสองคนที่เริ่มต้นความสัมพันธ์ด้วยคำว่า “ไม่ต้องการกันและกัน”แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าความใกล้ชิด,การใช้ชีวิตร่วมกันและบางความรู้สึกที่ไม่ทันตั้งตัว
มันจะค่อย ๆ ทำลาย “ข้อตกลง” นี้ลงทีละนิดอย่างช้า ๆ…และหลีกเลี่ยงไม่ได้
ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง
"ว่าแต่ช่วงนี้แกเป็นยังไงบ้าง ตั้งแต่แต่งงานไปไม่ค่อยมีเวลามาเจอเพื่อนเลยนะ" ไพลิน เพื่อนสนิทคนเดียวของฉันถามขึ้น หลังจากที่เราตกลงนัดกันมาทานข้าวกลางวันด้วยกัน จริงอย่างที่ไพลินพูด ตั้งแต่แต่งงานฉันก็ไม่มีเวลามาเจอเพื่อนอย่างเธอบ่อยนัก อาจจะเพราะบริษัทเพิ่งได้เงินทุนก้อนใหญ่จากครอบครัวธีรวัฒน์ และแน่นอนมันมาจากสัญญาการแต่งงาน ทำให้ฉันค่อนข้างยุ่งมากทีเดียว
"ก็ทำงาน ไม่ค่อยมีเวลา แกก็เห็นว่าบริษัทฉันกำลังแย่ เกิดครอบครัวฉันล้มละลายไป แกจะคบฉันเป็นเพื่อนไหมล่ะ" ฉันอดสัพยอกยัยเพื่อนตัวดีแบบขำๆไม่ได้
"แกจะบ้าเหรอ แกเห็นฉันเป็นคนยังไง ถึงแกจะล้มละลาย แต่ความสัมพันธ์ของฉันกับแกไม่มีทางเปลี่ยนแปลงแน่นอน "ไพลินพูดพร้อมทำหน้าบูด
"ฉันพูดเล่นน่า"
"แต่ฉันคิดจริงนะพิมพ์ ไม่ว่าแกจะเจออะไร แกจะมีฉัน ไพลินคนนี้อยู่ข้างๆแกเสมอ"
"ฉันรู้แล้วน่า" ฉันยิ้มอ่อนๆให้กับท่าทางจริงจังของยัยไพลิน อย่างอดไม่ได้
"ว่าแต่...แกนอนกับเขาหรือยัง?" จู่ๆยัยไพลินก็โพล่งคำถามที่ทำเอาฉันแทบสำลักซุปมิโซะที่เพิ่งตักเข้าปากไปเมื่อครู่นี้
"ถามบ้าอะไรของแกเนี่ยยัยลิน"
"ก็มันจริงอ่ะ แกแต่งงานกับธีรวัฒน์มาเกือบสามเดือนแล้ว คุณหมอระดับท็อปของวงการ ใครจะคิดว่าจะยอมแต่งงานเพราะคลุมถุงชนด้วย หรือแกจะบอกว่านอนแยกห้องกัน พ่อกับแม่ของพวกแกคงไม่ยอมหรอก อีกอย่างเรื่องแบบนี้ โตๆกันแล้วถือเป็นเรื่องปกตินะ"
"..."
"ฉันยังเป็นเพื่อนรักแกไหมยัยพิมพ์? ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงบอกกันไม่ได้" ไพลินทำหน้าตาน้อยอกน้อยใจ น้ำเสียงกระเง้ากระงอดราวกับอยากให้เพื่อนรู้ว่าเธอกำลังน้อยใจจริงๆ
"อาทิตย์ล่ะสองครั้ง" พิมพ์ชนกตอบอย่างเสียไม่ได้ เธอกับเพื่อนไม่เคยมีความลับต่อกัน อีกอย่างเธอก็แค่บอกกับไพลินเท่านั้น ไม่ได้ไปป่างประกาศที่ไหน
"อาทิตย์ล่ะสองครั้ง บ้าไปแล้ว ยัยพิมพ์เธอสวยขนาดนี้ ธีรวัฒน์อดทนได้ยังไงกัน แล้วพ่อหนุ่มคนเย็นชาอย่างธีรวัฒน์ใช้ได้ไหมล่ะ เล่าหน่อยๆ"
นั่นนะสิ หรือเธอมีสเน่ห์ไม่มากพอ แต่งงานกับธีรวัฒน์มาสามเดือน การสื่อสารบนเตียงของเราน้อยมากจริงๆ เขาเป็นคนเงียบขรึม ราวกับว่ากลัวดอกพิกุลจะร่วง เมื่อเทียบกับการเป็นสามีภรรยาเราเหมือนเพื่อนร่วมห้องที่ไม่รู้จักกันมากกว่า บางครั้งทั้งวันฉันจะได้ยินเขาพูดแค่สองคำ "ทำไหม หรือไม่ก็เอาไหม?" ทุกครั้งที่เขาจะมีอะไรกับเธอ เขาจริงจังมาก เขาจะถามความคิดเห็นเธอตลอด แม้ในเวลาที่ไม่ควรถาม ทุกกิจกรรม ทุกท่วงท่า ทุกคำพูดเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ แม้แต่จังหวะการขยับตัวเวลาร่วมรักยังเหมือนเดิมทุกครั้งไม่มีอะไรผิดแปลกจากเดิมสักนิด จนบางครั้งฉันยังนึกสงสัยว่าตัวเองแต่งงานกับคนหรือเครื่องจักร
สรุปว่าฉันกับสามีแต่งงานกันมาสามเดือนแล้ว นอกจากเรื่องบนเตียงแล้ว เราก็ไม่คุ้นเคยอะไรกันเลย
