ตอนที่ ๓ ความตื่นเต้น
เมียแต่งไร้รักของคุณหมอ
ตอนที่ ๓
ความตื่นเต้น
พิมพ์ชนกเดินเข้าที่ทำงานด้วยอาการงงงวยกับท่าทีแตกตื่นของเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ
"มีอะไรกันเหรอ?" พิมพ์ชนกคว้าแขนรุ่นน้องที่ร่วมงานคนนึงในแผนกไว้ได้ทันก่อนเอ่ยปากถาม
"วันนี้หมอธีร์มาตรวจสุขภาพประจำปีที่บริษัทเราค่ะพี่พิมพ์ เขาว่ากันว่าหมอธีร์หล่อมาก ทุกคนก็เลยอยากไปดูให้เห็นกับตากันค่ะ พี่พิมพ์ไปด้วยกันไหมคะ?" น้ำเสียงกระตือรือร้นของรุ่นน้องทำให้พิมพ์ชนกยิ้มเจือนๆ
'หมอธีร์ ธีรวัฒน์ งั้นเหรอ'
"อ้อ..ไม่ดีกว่าจ๊ะ ไปกันเถอะ" เพิ่งลงจากเตียงเขาจะไปอยากเจอเขาอีกทำไม พิมพ์ชนกคิดอย่างอดหน้าแดงไม่ได้
"พี่พิมพ์แต่หมอธีร์เนี่ยหล่อมากเลยนะคะ แต่น่าเสียดายวงในมีข่าวซุบซิบว่าหมอธีร์แต่งงานแล้ว" น้ำเสียงเสียดายของเพื่อนรุ่นน้องทำให้พิมพ์ชนกให้ความสนใจ
"แต่งงานแล้ว?.."
"ใช่ค่ะ แต่งงานแล้ว แต่อาจจะเป็นข่าวซุบซิบก็ได้นะคะ เพราะถ้าแต่งงานแล้วทำไมไม่ยอมเปิดตัวล่ะ บางทีหมอธีร์อาจจะเป็นเกย์ก็ได้"
"เป็นเกย์ ?.. พี่ว่าภรรยาเขาอาจจะไม่ยอมให้เปิดตัวก็ได้" พิมพ์ชนกแก้ต่างให้ธีรวัฒน์ เขาจะเป็นเกย์ได้ยังไง เมื่อเช้าเธอก็เพิ่งลงจากเตียงเขา ถึงจะทำทุกอย่างเหมือนหุ่นยนต์ที่ตั้งโปรแกรมไว้ แต่เขาก็ทำมันได้ดี ดีมากทีเดียว
"นั่นหมอธีร์เลยนะคะพี่พิมพ์ หล่อ รวย เก่ง มีตรงไหนไม่น่าภูมิใจกัน เพอร์เฟคขนาดนี้เป็นหนูนะจะจ้างรถแห่ป่าวประกาศทั่วประเทศแล้ว"
"เธอก็พูดเกินไป รีบไปได้แล้ว เดี๋ยวหมอธีร์ของเธอจะโดนสาวต่างแผนกแทะเล็มจนสึกหรอหมดนะ"
"อุ๊ย!! จริงด้วย เพื่อแผนกเรายอมไม่ได้ ไปก่อนนะคะพี่พิมพ์" ว่าแล้วสาวรุ่นน้องก็วิ่งตัวปลิว ทิ้งให้พิมพ์ชนกมองตามอย่างอดขำไม่ได้
หล่อ รวย เก่ง เพอร์เฟคขนาดนั้น ใครจะไม่อยากอวดกัน หากแต่งเพราะความรักเธอก็อาจจ้างรถแห่ประกาศความเป็นเจ้าของแบบที่เพื่อนรุ่นน้องบอกก็ได้ แต่นี่ไม่ใช่ ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ดังนั้นอะไรที่กันไว้ก่อนย่อมดีกว่า
พิมพ์ชนกนึกถึงวันที่เธอเจอกับธีรวัฒน์ครั้งแรก นอกจากทรัพย์สินที่เขานำมาให้เธอ วันนั้นเธอกับเขาก็ไปจดทะเบียนสมรสกัน อาจจะดูตลกและแปลกๆไปบ้าง
"เพอร์เฟคขนาดนั้นจริงๆ แต่ความเพอร์เฟคเนี่ยล่ะคือความน่าเบื่อ" พิมพ์ชนกพูดกับตัวเอง ก่อนส่ายหน้าเบาๆ
"ผมน่าเบื่อขนาดนั้นเลยเหรอ?" เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหลัง ไม่ต้องหันไปเธอก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นเสียงของสามีเธอ ทำไมเขามาอยู่ตรงนี้ล่ะ
"เอ่อ...ฉันไม่ได้หมายถึงคุณ ฉัน..หมายถึงคนทั่วไป"
"อืม.." ธีรวัฒน์ตอบก่อนจะเดินเข้าลิฟท์ หากเขาไม่ต้องขึ้นไปพบพ่อตา เขาคงไม่ทันได้ยินภรรยาพูดถึงเขา หรือว่าเขาน่าเบื่อจริงๆนะ
"เข้ามาสิ คุณไม่ไปเหรอ?" ธีรวัฒน์เตือนพิมพ์ชนกอีกครั้ง เมื่อเห็นหญิงสาวยืนขมวดคิ้วราวกับกำลังจมความคิด
"อ้อ...ค่ะ ไปค่ะ" พิมพ์ชนกก้าวเข้าไปยืนในลิฟท์ข้างธีรวัฒน์ ร่างบางยืนนิ่งเงียบจนบรรยากาศข้างในพาลอึดอัด หากเป็นเมื่อก่อนธีรวัฒน์คงไม่รู้สึกอะไร แต่ไม่รู้ทำไมครั้งนี้เขาถึงทนไม่ได้
"คุณชอบความตื่นเต้นเหรอพิมพ์" จู่ๆคำถามกำกวมก็หลุดจากปากหนา
"ความตื่นเต้น?"
"ก็ผมได้ยินคุณพูดว่าความเพอร์เฟคคือความน่าเบื่อ และถ้าความเพอร์เฟคที่คุณพูดถึง หมายถึงผมที่ทำอะไรเดิมๆซ้ำๆราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ ผมคือความน่าเบื่อใช่ไหม" น้ำเสียงที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆของธีรวัฒน์ทำให้พิมพ์ชนกอดไม่ได้ที่เงยหน้ามองใบหน้าคมคายของเขา ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับพระเจ้าบรรจงปั้น ร่างกายกำยำที่ถูกดูแลมาอย่างดี สติสัมปชัญญะที่เป็นเลิศ เป็นหมอศัลยแพทย์มือฉมัง ทุกอย่างดูสมบูรณ์ไปหมด แต่เขาเพื่งจะรู้ตัวเหรอ ว่าความสมบูรณ์ราวกับพระเจ้าปิดประตูความบกพร่องของเขาทั้งหมด มันทำให้เขาดูน่าเบื่อ
"ก็ไม่หรอกค่ะ"
"แสดงว่าที่คุณพูดเมื่อครู่ หมายถึงผมจริงๆสินะ" ธีรวัฒน์ย้อนขึ้นมาทันที นั่นทำให้พิมพ์ชนกรู้ตัวเองว่าปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม
"ก็ไม่ทั้งหมด บางทีฉันอาจจะชอบอะไรที่ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องคาดเดา มันทำให้ฉันใช้ชีวิตง่ายดี"
"แล้วเมื่อคืน มีเพิ่มแค่รอบเดียว ถือเป็นความตื่นเต้ยหรือแปลกใหม่ไหมล่ะ"
พิมพ์ชนกตกใจตาแทบถลนออกมา เขาพูดเรื่องแบบนี้หน้าตาเฉยได้ยังไง ถึงในลิฟท์จะมีแค่เธอกับเขาก็เถอะ แต่ถ้ามีคนอื่นด้วยล่ะ เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน
"มะ มะ ไม่ค่ะ ถือเป็นเรื่องปกติ" บ้าไปแล้ว นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย ทำไมเธอมายืนพูดเรื่องบนเตียงกับเขาราวกับการถามเรื่องสารทุกข์สุขดิบทั่วไปแบบนี้
"งั้นก็ดี" ธีรวัฒน์ยักไหล่ก่อนเดินก้าวออกไปจากลิฟท์
"หึ่ยย!! ตาบ้าเอ๊ย ทำหน้าบึ้งทำไม ทำตัวเย็นชาแล้วเก่งมากเหรอ ฉันไม่กลัวหรอกนะ แน่จริงยิ้มให้ดูสิ อยู่กันมาตั้งสามเดือน ประโยคที่คุยกันบ่อยที่สุด ทำไหม เอาไหม ส่วนหน้าเนี่ยก็ คืนนี้ทำไหม คืนนี้เอาไหม" พิมพ์ชนกทำท่าทางประกอบ ยืนกอดอก เก๊กหน้าขรึมราวกับคนกำลังเจรจาธุรกิจ เพราะมัวแต่ตบตีกับความคิดตัวเองเลยไม่ทันสังเกตว่าประตูลิฟท์ถูกเปิดอีกครั้ง และคนที่เธอกำลังเลียนแบบท่าทางก็ยังไม่ได้ไปไหน
"ตอนเย็นเลิกงานจะมารับนะ" ธีรวัฒน์อยากจะหลุดขำกับท่าทีของภรรยา แต่ไม่อยากทำให้เธออายไปมากกว่านี้ เลยพูดประโยคสั้นๆก่อนหันหลังซ่อนรอยยิ้มไว้
"เอ่อ..โอเคค่ะ" โอ๊ย ทุกครั้งที่ฉันทำตัวบ๊องๆตานี่มักจะมาเห็นเสมอเลยสินะ เวรกรรมอะไรของเธอยัยพิมพ์ชนก
ภรรยาของผมมาจากคนที่พ่อเลือกให้ มาจากครอบครัวที่มีการศึกษา มารยาทดีเยี่ยม เธอจะไม่รอผมกินข้าว ไม่รอผมเข้านอน ยิ่งไม่รบกวนเวลาผมอยู่คนเดียว สรุปว่าเธอไม่รักผมเรื่องนี้ทำให้ผมพอใจมาก
"หมอธีร์ครับ"
"ครับ.." ธีรวัฒน์หลุดจากภวังค์ความคิด นี่เขากำลังคิดถึงภรรยาอยู่เหรอเนี่ย
"ช่วงนี้หมอธีร์ยิ้มบ่อยนะครับ ในรายงานประวัติผู้ป่วยมีเรื่องดีๆเหรอครับ" แพทย์ที่มาตรวจภาคสนามกับธีรวัฒน์อดแซวเขาไม่ได้ ไม่บ่อยนักที่จะเห็นธีรวัฒน์ยิ้ม ยกเว้นยิ้มธุรกิจที่พแจะเห็นได้บ้าง
"ไม่มีอะไรหรอกครับหมอหมอก"
"หรือว่าคิดถึงภรรยาที่เพิ่งแต่งงานครับ ไหนข่าวลือ ลือกันว่าคุณหมอกับภรรยาแต่งงานกันเพราะธุรกิจ ไม่ได้รักกัน หรือว่าหมอธีร์ตกหลุมรักภรรยาแล้วเหรอ?"
"ไม่นี่ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว"
"ภรรยาหมอธีร์ไม่สวยเหรอครับ"
"ไม่นะ เขาก็น่ารักดี รู้จักกาละเทศะ ถือว่าเป็นผู้หญิงที่ดีทีเดียว"
"แล้วหมอไม่หวั่นไหวหน่อยเหรอครับ"
"ผมจะไม่หวั่นไหวกับใครเด็ดขาด" ธีรวัฒน์ตอบเสียงเย็น แม้จะทำให้เพื่อนของเขาแปลกใจที่ท่าทีของธีรวัฒน์เปลี่ยนไป แต่เพื่อนของเขาก็เลือกที่จะไม่ถามต่อว่าเหตุผลคืออะไร ธีรวัฒน์เป็นคนพูดน้อย ไม่ค่อยเข้าสังคม ไม่เคยมีเรื่องชู้สาวให้เสียชื่อเสียง บางครั้งถูกลือว่าชอบผู้ชายเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่เคยออกมาแก้ข่าว มาโต้แย้ง หรือมาฟ้องสำนักข่าวที่ทำให้ชื่อเสียงเขาเสียหาย ทุกอย่างหายเงียบไปเองตามกาลเวลา แต่ชื่อของเขากลับไปเคยหลุดจากสิบอันดับผู้ชายเพอร์เฟคแห่งปีเลยสักครั้ง ปีที่แปดแล้วเห็นจะได้ หรือผู้หญิงชอบก้อนหินแทนมนุษย์ที่มีจิตใจกันนะ
