ตอนที่ ๒ แหวนที่หายไป
เมียแต่งไร้รักของคุณหมอ
ตอนที่ ๒
แหวนที่หายไป
พิมพ์ชนกเดินเข้าบ้านด้วยท่าทางวิตกกังวล เมื่อสามวันก่อนเธอเผลอทำบางสิ่งที่ไม่ดีต่อชีวิตคู่ของเธอกับธีรวัฒน์ไป นิ้วเรียวบางลูบนิ้วนางข้างซ้ายอย่างคนคิดไม่ตก ด้วยที่ว่าฐานะของบ้านสามีเธอค่อนข้างดีมาก การที่เธอจะใส่แหวนเพชรเม็ดเล็กๆก็ดูเป็นการไม่ให้เกียรติ ถึงแม้การแต่งงานของเขาและเธอจะไม่ได้จัดยิ่งใหญ่ มีเพียงแค่คนในครอบครัวเท่านั้นที่รู้ ถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้น่ะเหรอ เพราะทุกอย่างเน้นไปทางฤกษ์สะดวก ซึ่งฉันก็เห็นด้วยกับธีรวัฒน์ หากชีวิตคู่ไปกันไม่รอดจริงๆจะได้ไม่ขายหน้า แต่ประเด็นที่ทำให้ฉันเครียดตอนนี้คือฉันทำแหวนแต่งงานที่ธีรวัฒน์สวมให้หายเนี่ยสิ ปกติฉันไม่ใช่คนขี้หลงขี้ลืมเสียหน่อย อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้ฉันทำงานหนักเกินไปแน่ๆ
"เป็นอะไรทำไมทำหน้าแบบนั้น" เสียงทุ้มดังขึ้น พร้อมเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาเรื่อยๆ
"คุณธีร์ ทำไมวันนี้กลับบ้านเร็วล่ะคะ"
"วันนี้ไม่มีเวร" เขาตอบเสียงเรียบพลางหันตัวเดินเข้าเคาน์เตอร์บาร์ก่อนจะเปิดน้ำรินใส่แก้วกินอย่างเฉยเมย สายตาคมจับจ้องใบหน้าหวานของภรรยาตามกฎหมายของเขา ไม่สิ ทางพฤติกรรมก็ใช่
"แล้วคุณเป็นอะไร งานหนักเหรอ"
"ประมาณนึงค่ะ"
"เดี๋ยวมันก็ผ่านไปได้ ผมได้ยินคุณพ่อบอกว่ากิจการที่บ้านคุณฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อยๆ เร็วกว่าที่คิด แล้วมีอะไรต้องกังวลอีกล่ะ" เขาถามเสียงเรียบ เขากำลังเป็นห่วงฉันหรือเปล่านะ ไม่หรอกคงถามตามหน้าที่ของสามี
"ก็ไม่ใช่เรื่องงานเสียทีเดียวหรอกค่ะ มีเรื่องอื่นด้วย"
"เรื่องอื่น?"
พิมพ์ชนกคิดไม่ตกว่าควรบอกธีรวัฒน์ดีไหมนะ แต่เมื่อเห็นสายตาคมจ้องมองเธอนิ่งๆเธอจึงตัดสินใจบอกเองดีกว่า
"ฉันทำ..แหวนแต่งงานหาย" น้ำเสียงอ้อมแอ้มลอดริมฝีปากบางราวกับเด็กน้อยกระทำความผิดแล้วกลัวผู้ใหญ่ดุ มันทำให้ธีรวัฒน์อดยิ้มมุมปากไม่ได้ ดีหน่อยตรงที่พิมพ์ชนกไม่ทันสังเกตเพราะเธอมัวแต่ก้มมองพื้น ท่าทีสำนึกผิดแบบนี้มันดู...น่ารักดี
"คืนนี้...ทำไหม?" ธีรวัฒน์ไม่ได้สนใจเรื่องแหวน แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาถามเธอออกไปแบบนั้น สายตาหวาน กลมวาวเงยหน้ามองเขาอย่างไม่เข้าใจ แฝงไปด้วยความขุ่นมัวเล็กน้อย ก่อนจะปรับเปลี่ยนภายในเสี้ยววินาที
"อาทิตย์นี้ไม่ใช่ทำไปครบสองครั้งแล้วเหรอคะ"
"เธอไม่อยากเหรอ?"
"เอ่อ..เปล่าค่ะ"
พิมพ์ชนกนิ่งก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง มีเหตุผลอะไรที่เธอจะปฏิเสธผู้ชายร่างกำยำ เอวขอดและหน้าตาดีแบบธีรวัฒน์ล่ะ ยังไงก็เถอะ ฉันทำไม่ได้หรอก มีของดีให้กินก็ต้องกิน
เมื่อพิมพ์ชนกตกลงแล้ว มีเหตุผลอะไรที่ธีรวัฒน์ต้องรีบรอ ชายหนุ่มดึงร่างบางเข้าหาตัว ก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากหนาอย่างตั้งใจ ปลายลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดสอดแทรกหาความหวานในโพรงปากบางอย่างคุ้นเคย หวานจนเขาไม่อยากถอดถอนริมฝีปากออกเลยสักนิด หากแต่ร่างบางใต้ร่างเขาไม่ประท้วงเสียก่อน
"คุณดื่มเหล้ามาเหรอ?" พิมพ์ชนกอดถามไม่ได้ ลมหายใจของธีรวัฒน์มีกลิ่นเหล้าอ่อนและปลายลิ้นของเขายังให้สัมผัสที่ฝาดเหมือนมีเหล้าติดปลายลิ้นเสมอ
"นิดหน่อยนะ" เขาตอบก่อนจะก้มลงจูบริมฝีปากบางอีกครั้ง หากจะมีอะไรต่างจากเดิมคงเป็นรสจูบของเขาเนี่ยล่ะ
"เราไปบนห้องดีไหม?" ร่างบางทักท้วงทันทีที่เขาปล่อยให้เธอมีโอกาสได้สูดลมหายใจ เกือบลืมไปเลยว่าตอนนี้ทั้งคู่อยู่ที่ห้องรับรองแขก หากมีคนเดินเข้ามาเห็นจะดูไม่ดีได้ อีกทั้งบ้านนี้ยังมีทั้งแม่บ้านประจำและไปกลับ เกิดป้านวลแม่บ้านมาเห็นเข้าเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน อย่างน้อยเธอก็เป็นผู้หญิง เธอก็อายเป็นอยู่แล้ว
"ได้สิ" ธีรวัฒน์ตอบตกลงก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นไปยังห้องนอน ทุกกิจกรรม ทุกท่วงท่า เหมือนเดิมทุกอย่าง ตั้งแต่ต้นจนจบ ต่างแค่จูบตอนแรกจริงๆสินะ เหมือนมาก เหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้แล้ว
"พิมพ์" หลังจากเสร็จภารกิจร่วมรักจนหายเหนื่อย เขาก็คิดว่าควรพูดอะไรบางอย่าง อย่างน้อยก็เรื่องติดค้างก่อนหน้านี้
"คะ?"
"คุณบอกว่าคุณทำแหวนแต่งงานหาย"
"ใช่ค่ะ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจ ความจริงฉันไม่ใช่คนขี้หลงขี้ลืมขนาดนั้น"
"ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร หายไปแล้วก็ช่างมันเถอะ เพียงแต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึง...ถอดมัน" ใช่สิ แหวนแต่งงานใครเขาถอดกัน ยิ่งออกไปข้างนอกยิ่งต้องสวมให้ติดนิ้ว แสดงว่าตัวเองเป็นคนมีเจ้าของ หรือเธอไม่อยากให้ใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับเขา
"เพชรเม็ดใหญ่เกินไปค่ะ ใส่ในที่ทำงานไม่ค่อยสะดวก อีกอย่างความหรูหราแบบนั้นมันดูเกินความจำเป็นของนักออกแบบตัวเล็กแบบฉันเกินไป" พิมพ์ชนกอธิบาย เธอไม่ได้อายที่จะบอกใครต่อใครว่าแต่งงานแล้ว แต่เธอคิดว่ามันเกินความจำเป็นเธอไปจริงๆ ธีรวัฒน์ไม่ได้ตอบอะไร พยักหน้าก่อนจะหันไปปิดไฟหัวเตียงและนอนหลับไปในทันที
พิมพ์ชนกขวานมือหาร่างหนาที่เธอแอบคิดเล็กๆว่าเขาจะอยู่บนเตียงจนตื่นมาพร้อมกัน แต่เหมือนเดิม เหมือนทุกครั้ง สามีจอมเย็นชาของเธอมักจะลุกไปก่อนเธอเสมอ พิมพ์ชนกถอนหายใจด้วยความเคยชิน การกระทำของเขาชัดเจนมาก ดีที่ว่าเธอไม่ได้รักธีรวัฒน์และตัวธีรวัฒน์เองก็ไม่ได้รักเธอ การแต่งงานที่มีความสัมพันธ์ครึ่งๆกลางๆแบบนี้มันอาจจะดีกว่าที่คิด
ร่างบางนึกถึงตอนดูตัวครั้งแรก เขานำรถยนต์หรูมาให้เธอเลือกไว้ใช้ถึงสิบคัน โฉนดที่ดินบ้านพักตากอากาศอีกเป็นสิบหลัง รวมถึงบัตรเครดิตเสริมที่ไม่จำกัดวงเงินอีก
"ฉันไม่ได้ต้องการของพวกนี้ค่ะ" จริงอยู่เขารวย และเธอแต่งกับเขาเพราะอยากช่วยธุรกิจที่บ้าน แต่ไม่ได้หมายความว่าเธออยากได้อยากมีขนาดนั้น รถญี่ปุ่นที่เธอใช้ก็ประหยัดน้ำมันดี งานที่เธอทำก็มีเงินเดือนมากพอที่เธอจะใช้ชีวิตอย่างไม่ขัดสน
"ฉันไม่ได้จะดูถูกเธอนะ แต่เธอแต่งงานกับฉันเธอไม่มีของพวกนี้ไม่ได้ ใครเขาจะคิดว่าฉันเป็นคนยังไง แค่เมียคนเดียวยังดูแลให้ดีไม่ได้" ยังคงเป็นธีรวัฒน์ที่พูดเสียงเรียบ ของที่เขามอบให้เธอไม่ได้ทำให้การเงินของเขาแย่ลงสักนิด
"ที่แท้ก็ห่วงหน้าตา" พิมพ์ชนกบ่นขมุบขมิบ
"พิมพ์ชนก คุณก็รู้ว่าบ้านของเราต่างมีหน้าตาในสังคม ถึงคุณจะไม่ได้ป่าวประกาศให้ใครต่อใครรู้ว่าคุณแต่งงานกับผม แต่หากวันนึงมีคนรู้คนจะมองผมยังไง มองครอบครัวผมยังไง" เขาอธิบายเสียงเรียบ ความจริงเขาไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้นสักนิด แต่พ่อเขาโทรมากรอกหูตั้งแต่เช้า และแน่นอนลูกที่ดีต้องทำตามคำสั่งอยู่แล้ว
"แต่..."
"ไม่มีแต่ พิเชษฐ์ในเอาทุกอย่างไปเปลี่ยนเป็นชื่อคุณพิมพ์ชนกให้หมดนะ" เขาปรามเธอก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับเลขาส่วนตัวของตัวเอง
"อ้อ ฉันมีเงินเดือนให้เธอใช้เดือนละสามล้าน"
"สามล้าน!!!" พิมพ์ชนกร้องเสียงหลง นี่มันมากกว่าเงินเดือนเธอเกือบร้อยเท่าเลยนะ เขาทำงานได้เงินนาทีละกี่บาทกันเนี่ย
"ทำไม น้อยไปเหรอ?" สายตาที่จ้องมองพิมพ์ชนกไม่มีแววดูถูกเธอสักนิด มีแต่ความกังวลใจว่าจะไม่ถูกใจเธอมากกว่า
"มะ มะ ไม่ค่ะ มันมาเกินไป อีกอย่างฉันไม่อยากได้ของพวกนี้เลยสักนิด"
"ตามนี้นะ พิเชษฐ์ไปจัดการให้เรียบร้อยด้วยล่ะ ส่วนคุณพิมพ์ชนกเดี๋ยวผมพาไปเลือกแหวนแต่งงาน ไปกันเลยไหม?" คำพูดที่เหมือนถามความเห็นแต่แฝงไปด้วยเผด็จการทำให้พิมพ์ชนกพยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้
"เรื่องแหวน เดี๋ยวผมซื้อให้ใหม่" ธีรวัฒน์พูดพลางตักข้าวต้มใส่ปากอย่างเรียบง่าย อย่างน้อยๆทึกเช้าเขาก็จะมีเวลามานั่งกินข้าวกับเธอ ซึ่งบางครั้งกินข้าวที่แปลว่ากินข้าวจริงๆไม่มีการสนทนาเหมือนครั้งนี้
"แต่แหวนนั่น มันแพงมากเลยนะคะ" พิมพ์ชนกเองก็รู้สึกอดเสียดายไม่ได้ ลำพังตัวเธอ หากไม่นับว่าเป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าของธุรกิจออกแบบตกแต่งภายใน เธอก็แค่พนักงานเงินเดือนธรรมดาคนนึง
"คุณเป็นลูกสาวของเจ้าของบริษัทจริงไหมเนี่ย" ธีรวัฒน์เงยหน้ามองพิมพ์ชนกอย่างพิจารณา จริงอยู่ว่ากิจการของทางบ้านพิมพ์ชนกอาจจะเพิ่งผ่านช่วงเวลาที่ไม่ดีมา แต่หากมองในมุมของธุรกิจ ก็จะเจริญเติบโจได้ไม่น้อย
"นั่นมันของพ่อกับแม่ฉัน ส่วนฉันเป็นแค่...พนักงานตัวเล็กๆในบริษัท" พิมพ์ชนกตอบอย่างไม่แยแสนัก ทุกวันนี้เธอทำงานพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง ไม่ได้ใช้เส้นสายของพ่อแม่เลยสักนิด ซึ่งมันเป็นความภูมิใจของเธอ
"ช่างมันเถอะ เรื่องแหวนเดี๋ยวผมซื้อให้ใหม่ ตราบใดที่คุณยังทำหน้าที่ภรรยาที่ดี ไม่นอกใจ ไม่ไปมีชู้ มากกว่านี้ผมก็ให้ได้" ธีรวัฒน์พูดแค่นั้นก่อนจะลุกออกจากโต๊ะอาหาร หยิบแฟ้มเอกสารเช่นทุกที และเดินออกจากบ้านเช่นเคยเหมือนเดิมในทุกๆวัน
"ให้ตายเถอะ นี่แกแต่งงานกับมนุษย์จริงๆหรือเปล่าเนี่ยยัยพิมพ์"
