ตอนที่ 5 เรื่องคืนนั้น
@นานา คอฟฟี่
"สั่งอะไรก่อนสิ" อคิราห์ยื่นเมนูให้คนตรงหน้าเมื่อพาเธอเข้ามาอยู่ในร้านกาแฟกันแล้ว
"ไม่เป็นไรค่ะ คุณคุยเลยก็ได้" เธอไม่ควรใช้เงินฟุ่มเฟือย แค่มาคุยธุระแป๊บเดียวไม่จำเป็นต้องเปลืองเงินซื้ออะไร
อคิราห์ปรายตามองไปที่พนักงานรอรับเมนูด้านข้าง มานั่งร้านเขาคิดว่าจะเข้ามาตากแอร์ฟรีๆ ได้อย่างไรกัน "งั้นผมเอาเอสเย็นกับน้ำส้มให้คุณผู้หญิงท่านนี้ครับ"
"เอ่อฉันไม่.." อคิราห์ส่งสายตาดุไปให้เธอเงียบปาก เมยาวีจำต้องพยักหน้าให้พนักงานไป เบาใจลงนิดหน่อยเมื่อเขาเอ่ยปากว่าจะจ่ายเอง
แน่นอน เขาเป็นคนชวนเธอมาที่นี่เขาต้องจ่ายอยู่แล้วหากอยากให้เธอทานด้วย พูดได้ไม่อายปากว่าน้ำส้มแก้วละเจ็ดสิบบาทคือเกือบทั้งวันของสองแม่ลูกอย่างเรา
พอเมยาวีเห็นว่าพนักงานเดินกลับไปแล้วจึงได้เริ่มถามเขาเพราะเธอต้องรีบเล่ารีบกลับไปทำงานต่อ
"คุณอยากทราบเรื่องอะไรบ้างคะถามมาได้เลยค่ะ"
"เรื่องคืนนั้น" เขาอยากรู้ว่าตัวเองพลาดได้อย่างไร
นั่นจึงทำให้เมยาวีคิดย้อนกลับไปแล้วพยักหน้าออกมาเมื่อจำได้ไม่เคยลืม จะให้ลืมได้อย่างไรก็เขาคือผู้ชายคนแรกของเธอ
"คุณจำผับSได้ไหมคะ หรือคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยไปเที่ยวที่นั่นบ้างไหม" เพราะดูแล้ว ด้วยชื่อเสียงของเขาที่เป็นนักธุรกิจคงเที่ยวไปทั่วไม่แน่ใจจำได้หรือเปล่า
"จำได้" ก็เขาเคยไปช่วงหนึ่ง แต่หลังๆ ไม่ได้ไปแล้ว นานหลายปี
"ฉันเป็นพนักงานที่ร้านนั้นค่ะ ฉันมาทำงานได้ไม่ถึงปีด้วยซ้ำ แต่ละคนก็จะเรียกฉันไปนั่งด้วยเพื่อชงเหล้าให้เขาและ.."
"เอาแค่เรื่องที่เกี่ยวกับฉันพอ คนอื่นไม่ต้องเอ่ย"
"ก็กำลังจะเล่าถึงไงคะ"
"อืม"
"วันนั้นคุณเรียกฉันไปนั่งกับคุณ แล้วพอเที่ยงคืนคุณถามฉันว่ารับงานไหม ฉันจึงบอกไปว่าไม่ แต่คุณบอกฉันว่างั้นขึ้นไปชงเหล้าต่อที่ห้องด้านบนได้ไหมเพราะขี้เกียจหนวกหูฟังเพลงฉันจึงตกลง"
"เธอยอมเข้าไปในห้องกับผู้ชายสองต่อสองทั้งที่ไม่รู้จักสีหน้าคร่าตากันดีเนี่ยนะ แล้วบอกไม่ขาย" อคิราห์ไม่อยากจะเชื่อ ถ้าเขาซื้อเธอมันไม่แปลก แต่แปลกที่เธอบอกไม่ขายแล้วยอมไป
"ก็นั่นมันที่ทำงานฉันไงคะ และหลายๆ คนก็ไปแค่ลูกค้าเอ่ยปากต้องการตัว แต่คุณไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรเพราะฉันไม่ได้รับงานคุณคนเดียวค่ะ คนอื่นฉันก็รับ"
"หมายความว่าไง" อคิราห์ขมวดคิ้ว
"ฉันเป็นเด็กเอ็นนี่คะ ใครจ้างก็ไป แค่ไม่ขายตัว"
"เหอะ" อคิราห์ทำเสียงออกมาว่าไม่อยากเชื่อ แล้วมันต่างกันตรงไหนวะ! หรือแค่เรียกให้ดูดีเฉยๆ
"คุณจะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่นะคะ เพราะมันพิสูจน์ไม่ได้อยู่แล้ว อีกอย่างเรื่องก็ผ่านมานานมากแล้วฉันเองก็ไม่อยากรื้อฟื้น แต่เห็นคุณอยากรู้ฉันก็ยินดี"
"แน่นอน ฉันต้องอยากรู้ที่ไปที่มาอยู่แล้ว เพราะอยู่ดีๆ กลับมีคนเดินเข้ามาบอกว่าฉันมีลูก!" อคิราห์เอ่ยน้ำเสียงติดเหวี่ยง
"ค่ะฉันเข้าใจ" เธอรู้และเข้าใจดี เธอได้ยินมาจนชินเรื่องแบบนี้ ทำงานกลางคืนใครเขาจะมองว่าดี แต่เธอแค่ไม่เก็บเอามาใส่ใจ
"แต่เอาเถอะ ฉันอยากรู้มากกว่าว่าทำไมเราถึง..พลาด"
"คุณเสนอเงินให้ฉันที่หนึ่งแสนบาทค่ะ ตอนนั้นยอมรับว่าคนที่ทำงานติดต่อกันหลายๆ คืนมันล้า บวกกับสองข้างทางที่ได้ยินมาตลอดการทำงานว่าทำแบบนี้ได้เงินเร็วกว่า" และคนตรงหน้า..ยอมรับว่าเธอพอใจเขาจึงตัดสินใจขาย
"แล้วไงต่อ"
"ฉันจึงตกลงค่ะ"
"แล้วคนอื่นๆ เขาไม่ถามซื้อเธอเหรอ ฉันคนเดียวหรือไง" ตกลงง่ายขนาดนี้จะให้มั่นใจได้ไงว่ามีแค่เขา
เมยาวียิ้มบางๆ "ถามค่ะ แต่ฉันไม่ได้ขาย"
"แล้วทำไมเธอถึงขายให้ฉัน"
"ช่วงนั้นฉันเหนื่อยค่ะ คิดอะไรง่ายๆ" อีกอย่างแม่กำลังป่วยด้วย แต่เธอไม่อยากอ้างข้อนี้หรอก ยังไงท่านก็เสียไปแล้ว ให้จำเอาไว้ว่าตอนนี้เธอมีแค่ลูกเพียงคนเดียวที่ต้องเลี้ยงดูให้ดีที่สุด โตขึ้นมาเป็นคนดีของสังคมก็พอ
"แล้วสรุปเธอขายให้คนอื่นด้วยไหมหลังจากนั้น" เขาอยากรู้ข้อนี้มากกว่า ว่าเอากับเขาแล้วไปเอากับใครไหม ถ้าแบบนั้นมันไม่ใช่ไง ลูกเขาคนเดียวหรือลูกใครบ้างก็ไม่รู้
"ถ้าบอกว่าไม่คุณจะเชื่อไหมคะ แน่นอนคุณคงไม่เชื่อ เพราะฉะนั้นฉันจึงเสนอคุณไงคะว่าสามารถให้ลูกตรวจดีเอ็นเอได้"
ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะสวยๆ แบบนี้มีหรือจะขายให้เขาคนเดียว
